โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชาวบ้านงมหอยขาย กลับเจอระเบิด เชื่อยังมีอีกในคลอง ผู้เชี่ยวชาญเผยยังทำอันตรายได้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 มี.ค. 2564 เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 10.28 น.

ชาวบ้านงมหอยขาย กลับเจอระเบิด เชื่อยังมีอีกในคลอง ผู้เชี่ยวชาญเผยยังทำอันตรายได้

เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 23 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครนายก ได้รับแจ้งจาก นางสำรอง อยู่สุข อายุ 61 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก ว่าพบวัตถุคล้ายละเบิดในคลองบ้านขามวังไทร ขณะกำลังงมหอยในคลองเพื่อนำไปขาย จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ EOD ไปยังที่เกิดเหตุ จากนั้น ได้ใช้เชือกกั้นบริเวณจุดที่วางวัตถุคล้ายระเบิด ให้อยู่ในเขตปลอดภัย เบื้องต้นทราบว่าวัตถุคล้ายระเบิดเป็นลูกปืนแรงสะท้อนถอยหลัง (ปรส.) จำนวน 1 ลูก สภาพค่อนข้างเก่า

นางสาวสำรอง อยู่สุข ชาวบ้านที่พบระเบิด อายุ 61 ปี ได้บอกว่า คนมีอาชีพงมหอยขายเป็นอาชีพ มานานหลายสิบปี ที่ผ่านมางมหอยคลองสายนี้ ตั้งแต่มีน้ำเต็มจนไม่มีน้ำ ก็ไม่เคยพบเจอวัตถุระเบิดในคลองสายนี้ โดยวันนี้เวลาประมาณ บ่ายโมงกว่าขณะที่ตนกำลังงมหอยอยู่บริเวณหัวโค้ง ก็เจอกับลูกระเบิด จึงได้งมขึ้นมาวางไว้ริมฝั่ง ที่ห่างจากจุดที่เจอและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ โดยตนเองไม่กลัวว่าระเบิดที่พบจะเกิดระเบิด เนื่องจากไม่ได้ถูกความร้อน และตนเชื่อว่าอาจจะยังมีระเบิดอยู่ในคลองบริเวณนี้อีก คาดว่าน่าจะมีคนเอาทิ้งหลังจากมีการระดมกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายของทางเจ้าหน้าที่รัฐ

ด้านร.ต.ต. สราวุธ เจริญธรรม เจ้าหน้าที่ EOD และ สว.สส.ภ.จว.นครนายก ได้บอกว่า จากการตรวจสอบพบว่าลูกระเบิดที่พบเหมือนถูกกระแทกมาแล้ว ซึ่งลูกระเบิดชนิดนี้เป็นลูกระเบิด ที่ใช้การตั้งนาฬิกาเรียกว่า ฮ๊อกสไตรเกอร์ ระบบกลไกการจุดระเบิด และกระสุนถูกปล่อยไปบนอากาศ เกลียวมันก็จะหมุนไปทำให้เกิดรูตรงกับเวลาที่ตั้งไว้ จากนั้นชนวนก็จะวิ่งเข้ากระทบ เกิดตัวจุดส่งผลให้ดินหลักระเบิดและก็จะแตก และสำหรับลูกที่พบนี้ถือว่าอันตราย ถึงแม้ว่าลูกระเบิดจะสิ้นสภาพแล้วก็ยังอันตรายหากมีการกระทบกระแทกอะไรขึ้นมาก็ย่อมเกิดผล

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้ลูกระเบิดที่พบไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะทำการตรวจสอบขยายผลว่าใครเป็นเจ้าของลูกระเบิดที่พบ เพื่อนำตัวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...