โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝากขังกำนันยิงในผับ ถูกแจ้งฐานพยายามฆ่า

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 มี.ค. 2564 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2564 เวลา 04.32 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นครพนม 9 มี.ค.- ตำรวจคุมตัวกำนันที่ก่อเหตุยิงปืน 8 นัดในสถานบันเทิงจนมีผู้บาดเจ็บ 4 คนไปฝากขังแล้วเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา โดยถูกตั้งข้อหาหนักฐานพยายามฆ่า รวมถึงข้อหาที่เกี่ยวข้องอีก 2 กระทง

สำนักข่าวไทยยังคงเกาะติดคดีที่มีกำนันยิงปืนภายในสถานบันเทิงพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม เมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บรวม 4 คน โดยเหตุการณ์นี้กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด โดยมีบางจังหวะที่จะเห็นว่าผู้ก่อเหตุได้ชักปืนขึ้นมา และยิงไปบนเพดาน 8 นัดซ้อนแต่ระหว่างยิงมีการลดมือต่ำลง ทำให้กระสุนไปถูกคนในผับ

สำหรับผู้ก่อเหตุ คือนายไพศาล แสงนาราย อายุ 58 ปี เป็นกำนันตำบลนางัว ซึ่งหลังเกิดเหตุถูกการ์ดของร้านคุมตัวส่งตำรวจ และต่อมาหลังเจ้าตัวสร่างเมาได้ให้การยอมรับว่าก่อเหตุจริง แต่เป็นเพราะเมา และไม่พอใจเด็กรับรถไล่ให้ไปจอดรถที่อื่น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้คุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนครพนมแล้วเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา พร้อมแจ้งข้อหาหนัก 3 กระทง ประกอบด้วยพยายามฆ่า, พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะ โดยมีรายงานว่าญาติเตรียมหลักทรัพย์เพื่อยื่นประกันตัวเช่นกัน

ผู้สื่อข่าว สำนักข่าวไทย ลงพื้นที่พบกับภรรยาของผู้ก่อเหตุที่บ้านพัก โดยภรรยาของผู้ก่อเหตุ บอกว่า ปกติสามีเป็นคนขยันทำงานและช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับใคร แต่เรื่องที่เกิดขึ้นยอมรับสภาพว่า อาจมาจากความเมา พร้อมฝากคำขอโทษไปยังคนเจ็บ ซึ่งได้หารือกับครอบครัวแล้วว่าจะเร่งชดเชยเยียวยาให้ ส่วนคนใกล้ชิดของผู้ก่อเหตุต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นายไพศาล เป็นคนดี ไม่มีนิสัยนักเลง หรือกร่าง ไม่เคยหาเรื่องใครก่อน แต่หากเมาสุราแล้วจะไม่ยอมคน โดยเชื่อว่าต้นเหตุมาจากเมาขาดสติ เพราะเวลาที่เมาจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นายไพศาล ถูกดำเนินการทางวินัยด้วยการสั่งพักราชการ พร้อมกับถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง หากพยานหลักฐานชัดเจนจะถูกสั่งให้ออกจากราชการตามขั้นตอนต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...