โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ขายของน้อย ได้กำไรมาก ใครก็อยากขาย แต่ใช่ว่าใครๆ ก็ขายได้

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 15 ก.พ. 2567 เวลา 06.21 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2567 เวลา 06.10 น.

ขายของน้อย ได้กำไรมาก ใครก็อยากขาย แต่ใช่ว่าใครๆ ก็ขายได้

ถามว่า “สินค้าทุกชนิดมีการคิดต้นทุนราคาขายเหมือนกันไหม”

ตอบว่า “มีทั้งที่เหมือนและไม่เหมือนครับ”

อยู่ที่ว่าคุณมีต้นทุนอะไรบ้าง มีเบี้ยบ้ายรายทางมากน้อยแค่ไหน

ถ้าเป็นสินค้าขายผ่านเซลส์ต้องมีค่าคอมมิชชัน คลินิกเสริมความงามต้องมีค่า DF (Doctor Fee) หรือค่ามือหมอ พนักงานนวดหน้าอาจจะมีค่ามือ ร้านอาหารมีค่าบริการ ขายอาหารผ่านแอปดีลิเวอรีมีส่วนแบ่งทางการตลาด ค่าโฆษณา ร้านเปิดที่บ้านมีต้นทุนอาจจะน้อยกว่าร้านที่เช่าที่ขายในห้าง ดังนั้น ราคาขายของสินค้าแต่ละอย่างจึงอาจใช้สูตรคำนวณที่เหมือนกันหรือต่างกันก็ได้ ขึ้นกับต้นทุนและกำไรที่ต้องการ

ปกติสินค้าทั่วไปตามหลักวิชาบัญชีเขาก็แยกออกเป็นต้นทุนทางวัตถุดิบ ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการผลิต ทำอะไรก็ไม่หนีจากนี้

ลงลึกลงไปอีก ต้นทุนแต่ละอย่างยังมีต้นทุนทางตรงและทางอ้อม เช่น ซื้อหมูปิ้งสดมาไม้ละ 5 บาท เป็นต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ค่าน้ำมันพืช ค่านมสดทาหมูตอนปิ้ง ค่าถ่านปิ้งเป็นวัตถุดิบทางอ้อม

ค่าแรงงานก็มีทางตรงทางอ้อมเหมือนกัน คนยืนปิ้งหมูปิ้งเป็นค่าแรงทางตรง ส่วนแฟนคนปิ้งหมูปิ้งที่ช่วยเข็นรถหมูปิ้งมาให้เป็นค่าแรงทางอ้อม (ซึ่งไม่ต้องจ่ายตังค์ ฟรี!)

ส่วนค่าใช้จ่ายในการผลิตก็คือต้นทุนส่วนที่เหลือทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เช่น ค่าเช่าหน้าร้านตั้งรถหมูปิ้ง ค่าน้ำล้างภาชนะ ถุงใส่หมูปิ้ง ฯลฯ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ใช่ตัววัตถุดิบเจ๋งๆ เป็นอ้อมๆ เป็นค่าแรงอ้อมๆ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ มาอยู่ในส่วนนี้หมดก็ง่ายดี

ลองมาดูค่าใช้จ่ายในการขายหมูปิ้งกัน

รายการ วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง ค่าใช้จ่ายในการผลิต ต้นทุนรวมการผลิต หมูปิ้งสด 500 ไม้ 2,500.00 2,500.00 ค่าแรงคนปิ้งหมู 4 ชม. (เจ้าของปิ้งเอง) 200.00 200.00 ค่าบริหารงาน (ไม่คิด ปิ้งเอง เอาเอง) – – น้ำมันพืชทาหมูปิ้ง 1/8 ขวดลิตร 6.00 6.00 นมสดทาหมูปิ้ง 1/4 กระป๋อง 7.00 7.00 ถ่านไม้ 1/4 ถุง (250 กรัม) 8.00 8.00 ค่าเช่าที่หน้าร้านต่อ 1 วัน (600 บาท/เดือน) 20.00 20.00 ถุงร้อน 5×8 นิ้ว 500 ใบ 120.00 120.00 ถุงหิ้วบาง 6×11 นิ้ว 500 ใบ 50.00 50.00 รวม 2,911.00 ต้นทุนต่อไม้ (ต้นทุนรวม/500 ไม้) 5.82

ตัวอย่างนี้ตี๊ต่างว่าขายหมด 500 ไม้ ภายในเวลา 4 ชั่วโมง จะเห็นได้ว่าจากราคาต้นทุนหมูปิ้งสดที่ไปซื้อเขามาไม้ละ 5 บาท มาเจอต้นทุนอย่างอื่นขึ้นไปเกือบเป็นไม้ละ 6 บาท ถ้าขายน้อยกว่า 500 ไม้ ต้นทุนก็จะยิ่งสูงขึ้นอีก เพราะบางอย่างเป็นต้นทุนคงที่ เช่น ค่าแรงปิ้ง 4 ชั่วโมง 200 บาท ค่าเช่าหน้าร้าน 1 วัน 20 บาท

จริงๆ อันนี้ยังลงรายการไม่หมด สินค้าอื่นถ้าขยันจดรับ-จ่าย จะเห็นต้นทุนที่แท้จริง จริงๆ ไม่คิดหลอกตัวเอง

แล้วทีนี้จะคิดราคาขายยังไง

ง่ายๆ เลย คนอื่นเขาขายหมูปิ้งกันไม้ละเท่าไหร่ เราก็ต้องขายเท่านั้น หรืออาจจะถูกกว่าเขาหน่อยเพื่อแย่งชิงลูกค้า ทั่วไปหมูปิ้งไซซ์อวบๆ ขายกันไม้ละ 10-12 บาท บางทำเลอาจจะโก่งราคาได้เป็น 15 บาท ถ้าอยากได้กำไรเยอะๆ ต้องทำหมูปิ้งเอง แต่ก็ต้องแลกกับเวลาที่เสียในการทำหมูปิ้ง และต้องมีต้นทุนเพิ่มในส่วนสต๊อกของ ค่าไฟตู้เย็น ค่าคนเสียบหมู

การคิดราคาขายสินค้าอย่างหมูปิ้งนี้เป็นการตั้งราคาขายสินค้าที่ไม่ได้บวกเพิ่มการบริการมากมายอะไร ราคาขายคร่าวๆ คือ เอา 2 คูณต้นทุน แต่สินค้าหลายอย่างต้องเพิ่มต้นทุนค่าบริการ ค่าภาพลักษณ์ ค่าโฆษณา ค่าจิปาถะ ซึ่งเพิ่มจากต้นทุนที่แท้จริงขึ้นมาอีกเยอะ เลยต้องขายแพง

เช่น เราซื้อชานมไข่มุกจากร้านรถเข็นราคา 25 บาท แต่ถ้าเราไปซื้อชานมไข่มุกที่คล้ายคลึงกันในคาเฟ่ติดแอร์ บรรยากาศหรู ใส่แก้วสวย ราคาจะปรับขึ้นไปถึงเกือบ 100 บาท หรืออาจจะมากกว่า 100 บาท เราไม่สามารถตั้งราคาขายโดยเอา 2 คูณต้นทุนได้แล้ว แต่อาจจะต้องเป็นตัวคูณ 3 หรือ 4 ยิ่งถ้าเป็นของมียี่ห้อ มีชื่อเสียง ราคาขายอาจจะสูงจากต้นทุนเป็น 10-100 เท่า แต่ก็ยังมีคนซื้อ เพราะค่านิยมของคนในสังคมนั่นเอง

สินค้าแบรนด์เนมยี่ห้อหนึ่งใช้สโลแกนว่า “(ชื่อสินค้า) is an attitude” แปลได้ว่า สินค้าแบรนด์เนมยี่ห้อนี้มีดีราคาแพงก็เพราะค่านิยมของคนซื้อนั่นแหละ สินค้าที่บวกการบริการ บวกภาพลักษณ์ ค่าโสหุ้ยต่างๆ อย่างนี้ จึงต้องมีวิธีการตั้งราคาขายหลายรูปแบบ เอาตัวคูณซื่อๆ ไม่ได้แล้ว

เพราะฉะนั้น จึงไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องเป็นตัวคูณเท่าโน่น เท่านี้ ขึ้นอยู่กับว่าสินค้านั้นสร้างความรู้สึกภูมิใจและคุ้มค่าให้คนซื้อได้แค่ไหน

การขายของน้อยแต่ได้กำไรมาก ใครๆ ก็อยากขาย แต่ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ขายได้ จึงยังต้องมีสินค้าที่ขายมากๆ กำไรน้อย ควบคู่ไปด้วย

คุณๆ ล่ะ อยากขายของแบบไหนครับ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขายของน้อย ได้กำไรมาก ใครก็อยากขาย แต่ใช่ว่าใครๆ ก็ขายได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.sentangsedtee.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...