โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Thailand Taxonomy มาตรฐานเพื่อความยั่งยืน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ค. 2566 เวลา 12.54 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2566 เวลา 23.59 น.

คอลัมน์ : Smart SMEs ผู้เขียน : ดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ขณะที่ดิฉันกำลังนั่งเขียนบทความนี้ อุณหภูมิประเทศไทยนั้นร้อนอบอ้าว ซึ่งถือว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดกว่าในหลายปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ และเป็นที่ทราบกันดีว่าเกิดจากภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นทุกปี ซึ่งทำให้ปัจจุบันนี้ในทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญและใส่ใจกับเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น จนเกิดแนวคิดเกี่ยวกับ ESG หรือการพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลักคือ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทุกภาคส่วนจะได้ให้ความสำคัญและสนใจประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลต่อธุรกิจและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง กลับปรากฏว่าแต่ละภาคส่วนมีความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแตกต่างกันไป ทำให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม หรือที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดสรรเงินทุนอาจยังไม่ตรงจุด ซึ่งนำไปสู่การกล่าวอ้างเกินจริง ว่ามีการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว (greenwashing) รวมทั้งการจัดสรรเงินทุนให้ภาคธุรกิจที่ต้องการปรับตัวในช่วงเปลี่ยนผ่าน (transitional activities) ยังไม่เกิดประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ

จึงเกิดแนวคิดเรื่อง Thailand Taxonomy ขึ้นที่ขับเคลื่อนโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใต้คณะทำงานเฉพาะด้านนี้ เพื่อเป็นมาตรฐานกลางที่ใช้อ้างอิงในการจำแนกและจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยอย่างแท้จริง โดยจะมีการกำหนดคำนิยาม คำอธิบาย เงื่อนไข และตัวชี้วัดที่ชัดเจนเป็นรายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อเป็นคู่มือให้ทุกภาคส่วนเข้าใจและประเมินตรงกัน ว่ากิจกรรมนั้น ๆ มีการดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมหรือไม่ และอยู่ในระดับใด สอดคล้องกับบริบทของประเทศและมาตรฐานต่างประเทศหรือไม่ อย่างไร

ซึ่งจะทำให้ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการเงิน มีความเข้าใจตรงกัน และมีจุดยึดโยงนำไปใช้อ้างอิงในการกำหนดนโยบาย วางแผนกลยุทธ์ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของภาคธุรกิจได้อย่างมีมาตรฐานและสอดคล้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะช่วยให้แต่ละภาคส่วนสามารถประเมินสถานะการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมของตนเองและวางแผนรองรับการปรับตัวในช่วงเปลี่ยนผ่านให้สอดคล้องกับบริบทของไทยได้อย่างเหมาะสมและทันการณ์

กล่าวโดยสรุปแล้ว Thailand Taxonomy ก็คือมาตรฐานกลางที่ใช้อ้างอิงในการจำแนกและจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทย โดยการนำไปใช้ยังเป็นไปตามความสมัครใจ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน

อย่างไรก็ตาม ในการจัดทำ Thailand Taxonomy นั้นจะมีการจัดทำเป็นระยะ ๆ ไป โดยระยะแรกสำหรับภาคพลังงานและภาคขนส่งก่อน ภาคผลิต ภาคเกษตร และภาคอื่น ๆ จะเป็นระยะต่อไป ทั้งนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรธุรกิจในทุกระดับ รวมถึง SMEs ก็ควรติดตามและทำความเข้าใจเพื่อสามารถนำมาใช้วางแผนการปรับตัว โดยนำมาอ้างอิงในการประเมินความเสี่ยง สถานะ และความพร้อมของตนเองในด้านการลดก๊าซเรือนกระจก

ตลอดจนมีความพร้อมในการเปิดเผยข้อมูลด้านการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีต้นทุนต่ำและวงเงินที่เพียงพอ โดยเฉพาะเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืนต่าง ๆ จากสถาบันการเงิน

รวมถึงโอกาสในการดึงดูดเงินทุนทั้งในและต่างประเทศที่จะสนับสนุนและให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...