โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สำรวจ 5 หุ้น DCA ประจำเดือนเม.ย. พบ TTB ให้ผลตอบแทนโดดเด่นทุกด้าน

Wealthy Thai

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 12.39 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 02.47 น.

การลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือที่เรียกกันว่าออมหุ้น เป็นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน โดยใช้จำนวนเงินเท่าๆ กันทุกงวด อาจเป็นการลงทุนรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปีก็ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวและกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ต
แต่หุ้นที่จะเลือก DCA ในภาวะที่ตลาดหุ้นกำลังผันผวน อีกทั้งยังมีปัจจัยลบกดดันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควรเป็นหุ้นตัวไหนดี วันนี้ Wealthy Thai จึงมีไอเดียการคัดเลือกหุ้นที่น่าสนใจมาฝาก เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนให้กับทุกคน
โดย 5 หุ้นที่หยิบยกขึ้นมาในครั้งนี้ ประกอบด้วย 3BBIF, BDMS, CPALL, GULF และ TTB ซึ่งอยู่ภายใต้มุมมองและคำแนะนำของนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โดยจะให้คำแนะนำทุก 1 เดือน และเกณฑ์การคัดเลือก คือ หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีสภาพคล่อง และกระจายความเสี่ยงในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเป็นการจัดพอร์ตแบบผสมผสานระหว่าง หุ้นปันผล (Dividend) กับหุ้นเติบโต (Growth) และกระจายการลงทุนเท่ากันในแต่ละหุ้น เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการออมในหุ้น

ส่องปัจจัยพื้นฐานและความน่าสนใจ

สำหรับหุ้นตัวแรกคือ 3BBIF ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าหุ้นกลุ่ม IFF & REIT เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการพักเงิน เนื่องจากเป็นกลุ่ม Defensive ที่ป้องกันความเสี่ยงจากสงครามการค้าได้ดี และหากอิงสถิติสงครามการค้าในรอบแรก กลุ่ม REIT เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ ปรับขึ้นได้ดีตลอดช่วงที่สงครามการค้ารุนแรงขึ้น
ถัดมา BDMS ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มรายได้ไตรมาส 1/68 คาดเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า โดยช่วงเดือนม.ค. - ก.พ. รายได้จากผู้ป่วยไทยเพิ่มขึ้น 5-6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 10-15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้เดือน มี.ค. ผู้ป่วยตะวันออกกลางอาจชะลอลงจากรอมฎอน แต่ 2 เดือนแรกเติบโตถึง 25% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จึงคาดว่าแนวโน้มไตรมาส 1/68 ยังเติบโตได้ดี
ส่วน CPALL ฝ่ายวิเคราะห์มองแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/68 คาดเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจากต้นไตรมาส 1/68 จนถึงปัจจุบัน ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ยังเติบโตได้จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าการเข้าสู่ High Season ของธุรกิจท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยช่วยหนุน Product Mix สินค้าที่มีอัตรากำไรสูง ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปี 2568 ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 9% จากปีก่อน ขณะที่ PE ปีนี้อยู่ระดับต่ำเพียง 16.2 เท่า
ขณะที่ GULF ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าหลังการควบรวมเสร็จสิ้น คาดว่าบริษัทจะเปิดเผยแผนการเติบโตระยะยาว เพราะคาดว่าหลังควบรวมแล้ว New Co จะมี Net IBD/E ลดลง เหลือเพียง 0.9 เท่า จากระดับ 1.9 เท่า ของ GULF เดิม ส่งผลให้มีความสามารถในการกู้ยืมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนการควบรวม
สุดท้าย TTB บริษัทประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนตั้งแต่ปี 2568-2570 รวม 2.1 หมื่นล้านบาท โดยจะเริ่มดำเนินการในปีนี้วงเงินไม่เกิน 7.0 พันล้านบาท จำนวนหุ้นซื้อคืนไม่เกิน 3,500 ล้านหุ้น หรือ 3.6% ของทุนจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. - 1 ส.ค. 2568 คาดเงินปันผลครึ่งปีหลังปี 2568 หุ้นละ 0.07 บาท ให้ Dividend Yield 3.5%

ทดลอง DCA ด้วยเงิน 2,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี

ทั้งนี้ Wealthy Thai ได้ทดลอง DCA ในหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำทั้ง 4 ตัว (ไม่รวม GULF) โดยออมหุ้นเดือนละ 2,000 บาท ติดต่อกันทุกเดือนเป็นระยะเวลา 5 ปี (นับตั้งแต่ 1 ม.ค. 63 ถึง 1 เม.ย. 68) พบว่า TTB เป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุดในพอร์ต ทั้งด้านกำไรจากส่วนต่างของราคา (Capital Gain) ที่ 61,304.01 บาท และผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล 21,989.36 บาท ในขณะที่หุ้นตัวอื่นๆ Capital Gain ติดลบ แม้จะมีเงินปันผลแต่ยังไม่สามารถหักลบกับส่วนที่ขาดทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...