โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เส้นทางดนตรีของวงสุดเก๋า ที่เพลงไม่เคยเก่าเลย GROOVE RIDERS The Godfather of Disco

a day magazine

อัพเดต 11 เม.ย. 2568 เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2568 เวลา 09.22 น. • a day magazine

แม้จะผ่านไปนานแค่ไหนเพลงบางเพลงยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำของผู้ฟัง

ผู้คนยังคงนั่งยิ้มลำพัง หัวเราะลำพังไปกับ เธอ… เธอทั้งนั้นที่ทำ ให้ช่วงชีวิตของฉันน่าจดจำ ตั้งแต่ได้เจอเธอ ยังร้อนรน อยู่บนเตียงในตอนนี้ ยังไม่มีท่าที ที่จะดีขึ้นเลย

เสียงเพลงเหล่านี้เคยคลออยู่กับความเฟื่องฟูของ นิตยสาร รายการโทรทัศน์ และแฟชั่นสีฉูดฉาด ที่ตลบอบอวลไปด้วยความครึกครื้นในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิง ในช่วงปี ค.ศ. 2000 เมื่อมองย้อนกลับไปในยุคสมัยนั้นสิ่งที่พบและตกค้างอยู่ในความทรงจำ คงหนีไม่พ้นหนังเรื่องโปรด ดวงรายเดือนในนิตยสาร และเพลงที่ฮิตก็ยังติดหูจนเหล่าคนเจนใหม่นำมาพร่ำร้องจนถึงทุกวันนี้

โลกที่ยังคงหมุนไปข้างหน้าอยู่ทุกวัน เทรนด์และแฟชั่น ก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือความออริจินอลของศิลปะ ที่เวลาทำได้เพียงพัดผ่านไปแบบแผ่วๆ เท่านั้น อาจสั่นไหวแต่ไม่สั่นคลอน เพลงที่เราเคยชอบฟังเเม้เก่าเเค่ไหนเมื่อหวนกลับไปฟังมันก็ยังเพราะเเละทำงานกับความรู้สึกอยู่เสมอไป

GROOVE RIDERS หนึ่งในวงดนตรีที่ชื่อของเขาไม่เคยเลือนหายไป เเม้จะมีคลื่นลูกใหม่ถาโถมเข้ามาอยู่บนเส้นทางดนตรีของประเทศไทย แต่เพลงของพวกเขายังคงอยู่ในเพลย์ลิสต์ของใครหลายๆ คนอยู่เลย

แน่นอนว่าถ้อยความเหล่านี้ไม่ได้พูดขึ้นมาลอยๆ เพราะไม่ว่าจะในคอนเสิร์ต ร้านอาหาร หรือผับบาร์ เพลงของพวกเขายังคงเปิดดัง และมีคนร้องตามอยู่เสมอ แม้วงจะไม่ได้ออกเพลงมานาน แต่ทันทีที่โปสเตอร์โปรโมตคอนเสิร์ตของ GROOVE RIDERS ที่ห่างหายไปนานถึง 17 ปีถูกปล่อยออกมา พลังของความคิดถึงและผูกพันก็ทะลักล้นออกมาเต็มหน้าไทม์ไลน์โซเชียลมีเดีย

คงจะพูดได้ว่า ‘Ultra V presents GROOVE RIDERS RETURN OF THE GROOVE CONCERT’ คือคอนเสิร์ตที่ไม่ว่าจะรุ่นใหญ่หรือวัยเยาว์ก็ต่างรอคอยการกลับมาของเจ้าพ่อ Disco ในตำนานของวงการเพลง

เนื่องในโอกาสการกลับมาร้อง เต้น เล่นดนตรีด้วยกันอีกครั้งของ GROOVE RIDERS คอลัมน์ Q and a day จึงได้ชวนสมาชิกวงทั้ง 4 ท่าน ได้แก่ บุรินทร์-บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ, กั้ง-อดิศักดิ์ หัตถกุลโกวิทและมาตร-มาตรชัย มะกรูดทอง มาจับเข่าคุยกันถึงเรื่องวันวานที่ผ่านมาและการทำคอนเสิร์ตในครั้งใหม่นี้

เปิดห้องอัด เล่นดนตรี เลี้ยงหมา เพื่อรอวันกลับมาอีกครั้ง

การกลับมารวมตัวกันในรอบ 17 ปี ของ GROOVE RIDERS เกิดขึ้นจากอะไร

มาตร : พวกเราก็ยังคงเป็นนักดนตรีอยู่ เพียงแต่แยกย้ายกันไปทำงานในเส้นทางของตัวเอง

ผมก็ทำงานเบื้องหลังอยู่กับพี่ก้อและเล่นดนตรีให้กับวงอื่นๆ คู่ขนานไปกับการบันทึกเสียงให้ศิลปินหลายคนเลย

กั้ง : ส่วนผมก็เลี้ยงลูก เลี้ยงหมา และทำห้องอัดเสียงไปด้วย

ก้อ : ผมทำหน้าที่โปรดิวซ์เพลงให้กับศิลปินหลายๆ คน รวมถึงทำงานบริหารค่ายเพลงด้วย จริงๆ ก็มีโปรเจกต์ที่ถือไว้อยู่หลายโปรเจกต์เลยแหละ ทั้งของคนอื่นเเละของตัวเอง

บุรินทร์ : ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา ผมก็ยังคงทัวร์คอนเสิร์ตอยู่สม่ำเสมอในฐานะศิลปินเดี่ยว เพิ่งมีคอนเสิร์ตใหญ่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง

เพราะการทำวง GROOVE RIDERS คือสิ่งพิเศษที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

ความยากในการกลับมารวมตัวทำคอนเสิร์ตด้วยกันคืออะไร

ก้อ : สำหรับผมยากอยู่เหมือนกันในการกลับมาทำคอนเสิร์ตครั้งนี้ ตัวผมเองก็มีงานหลายๆ อย่างที่ต้องรับผิดชอบ มีอีกหลายโปรเจกต์ที่เเพลนไว้ แต่คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ต้องการเวลาในการเตรียมพร้อมมากเหมือนกัน แต่เพราะเราคิดถึงช่วงเวลาที่เคยเล่นดนตรีด้วยกัน 4 คนมากๆ โหยหาความรู้สึกพิเศษในตอนนั้น หลังจากเราเลิกทำวงไปผมไม่เคยรู้สึกแบบตอนทำวง GROOVE RIDERS อีกเลย ดังนั้นเมื่อผ่านมา 17 ปี เราก็ต้องมุ่งมั่นทำมันจริงๆ

มาตร : ความยากก็คงเป็นเรื่องของเวลานี่แหละครับ พวกเราแต่ละคนต้องหาเวลาที่ดีและพร้อมในการจะทำคอนเสิร์ตใหญ่ ซึ่งแต่ละคนก็มีเงื่อนไขเรื่องเวลาแตกต่างกันไป ดังนั้นการจะทำสิ่งนี้เราต้องพักหลายๆ อย่างไว้ก่อนเลย

กั้ง : สำหรับผมคงเป็นเรื่องของดนตรี เพราะเราไม่ได้เล่นด้วยกันมานาน อาจต้องใช้เวลาในการซ้อมมากอยู่เหมือนกัน เราซ้อมกันมานานมากก่อนที่คอนเสิร์ตจะเกิดขึ้น จนมาถึงตอนนี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว

ตลอดช่วงเวลา 25 ปีของวงดนตรีสุดเก๋าที่ไม่เคยเก่าเลย

ตลอดเส้นทางสายดนตรีของ GROOVE RIDERS มีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง

บุรินทร์ : ผมคิดว่าแฟชั่นคือสิ่งที่ผ่านมาแล้วผ่านไป เมื่อก่อนแฟชั่นเกิดการเปลี่ยนแปลงทุกๆ 10 ปี และกลายมาเป็นทุกๆ 1 ปี มาถึงตอนนี้คือเปลี่ยนแทบจะทุกๆ เดือนด้วยซ้ำ ทุกอย่างมาเร็วไปเร็วมากๆ แต่สุดท้ายสิ่งที่คงอยู่คือสไตล์ ผมมองว่า GROOVE RIDERS เป็นวงที่มีสไตล์ที่ชัดเจน พวกเราตั้งใจที่จะเล่นดนตรีแนว Blues Funk Soul และ Disco เรามีจุดยืนที่แน่วเเน่และแข็งแรงมาเสมอ ตัวผมเองพอมาเป็นศิลปินเดี่ยวก็ยังคงยึดมั่นในดนตรีแนวนี้อยู่ เพียงเเต่ผสมผสานความสนุกใหม่ๆ เข้าไป รากฐานของพวกเรามาจากการเป็นคนชอบฟังดนตรีของคนผิวดำ เพราะฉะนั้นแก่นแกนในการทำเพลงจึงไม่เคยเปลี่ยน เพียงแต่ว่าฝีมือและประสบการณ์มีมากขึ้น

ในช่วงเวลาหนึ่งพวกเราแยกย้ายกันไปสั่งสมหลายสิ่งหลายอย่างมา เพื่อกลับมารวมตัวกันแล้วมีความรู้และเทสต์ของดนตรีที่ลึกขึ้น มีคุณภาพในการผลิตงานที่มากขึ้น เราเป็นวงที่มีเพลงฮิตเยอะ แต่เป็นวงที่มีอัลบัมเพียงแค่ 2 อัลบัมครึ่ง ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่แปลกเพราะผมมองว่าส่วนใหญ่วงดนตรีวงหนึ่งออกเพลงมา 1 อัลบัม อาจจะทำงานสัก 1 - 4 เพลง แต่เรามีเพลงฮิตที่สามารถทำให้วงไม่ต้องออกอัลบัมใหม่ถึงเกือบ 7 ปี ผมก็ยังงงอยู่เลยว่าเพลง 2 อัลบัมนั้นมันยังทำงานอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้ยังไง

กั้ง : ปกติถ้าวงออกมาแล้วมีแค่ 2 อัลบัม ถ้าวงไม่เกาะกลุ่มกันดีๆ มันน่าจะดับไปแล้วนะ คือถ้าเพลงไม่นำไปเนี่ย วงก็คงจะอยู่ไม่ได้แล้ว อาจจะแยกกันไปแล้วด้วยซ้ำ

The Godfather of Disco เจ้าเดียวในประเทศไทย

ทำไม GROOVE RIDERS ถึงไม่เคยเปลี่ยนแนวเพลงของตัวเองเพื่อตลาด

ก้อ : สิ่งสำคัญสำหรับผมคือพวกเรารักและอยากที่จะทำเพลงแนวนี้อยู่แล้ว จนตอนนี้ผมพบว่ายังไม่มีใครทำเพลงแนวนี้อย่างจริงจังเลย เรายังคงเป็นวงเดียวที่ทำเพลง Disco Funk มาเสมอจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ของวงไปแล้ว

ก้อ : เราไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การตลาดว่าเขาฟังอะไรกัน เราสนใจอย่างเดียวว่าเราชอบอะไร และอยากจะนำเสนออะไรให้กับคนฟัง เราเลยอยากจะทำตรงนั้นให้มันดีที่สุด ให้มันเจ๋งที่สุด เท่าที่เราจะทำได้เท่านั้นเอง เราไม่เคยคิดว่าตอนนี้เพลงฮิปฮอปกำลังมา เราจะต้องทำเพลงตามกระแส เพราะ GROOVE RIDERS ก็คือ GROOVE RIDERS เรามีแนวเพลงที่ชัดเจน และเรามีจุดยืนที่ชัดเจน

บุรินทร์ : ในยุคนั้นมันเป็นยุคของดนตรี Rock Alternative ซึ่งถ้าเราจะตามกระแสเราคงเป็นวง Alternative ไปแล้ว เราทำในสิ่งที่เรารัก ทำในสิ่งที่เราชอบ และทำมันให้ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น และเราก็ยังคงเป็นเราจนถึงทุกวันนี้

บุรินทร์ : สำหรับผมศิลปะไม่มีเจเนอเรชัน มันอยู่ได้ตลอดกาล เป็นอะไรที่ยั่งยืน หากคุณลองกลับไปฟังเพลงที่ชอบเเม้จะเก่าแค่ไหนก็ยังชอบอยู่

การได้ทำวงด้วยกันคือที่สุดของชีวิต

ได้ทัวร์ แยกย้าย และสุดท้ายกลับมาเล่นด้วยกันอีก

การทำวง GROOVE RIDERS มีความหมายกับพวกคุณยังไงบ้าง

บุรินทร์ : GROOVE RIDERS คือส่วนหนึ่งของชีวิตผมเลย จากคนคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลง ได้กลายมาเป็นศิลปิน ผลิตผลงานเป็นของตัวเอง และมีแฟนเพลงมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปีที่ได้ไปเล่นคอนเสิร์ต จนเราสามารถที่จะพูดได้อย่างเต็มปากว่า พวกเราเป็นศิลปินอินดี้ที่ Go mass ได้ และปัจจุบันเราก็ยังมีแฟนเพลงที่หนักแน่นอยู่ เป็นอะไรที่ปาฏิหาริย์เหมือนกัน

ก้อ : สำหรับผมการเป็นศิลปินคือความฝันตั้งแต่ตอนเป็นนักเรียนดนตรีแล้ว ว่าอยากจะมีวงเป็นของตัวเอง ที่เล่นเพลงเเนว Disco Funk และพอมันเกิดขึ้นจริง แน่นอนว่าเราภูมิใจจนกลายมาเป็นไฮไลต์หนึ่งของชีวิตเลย จริงๆ ผมก็ทำโปรเจกต์ดนตรีมาเยอะนะ แต่ GROOVE RIDERS ก็ยังเป็นอะไรที่สำคัญในอาชีพนักดนตรีของผมเสมอมา

กั้ง : สำหรับผมมันเกินฝันไปมาก ผมเองเป็นคนเล่นดนตรีกลางคืนมาก่อน พอได้มาอยู่ในวงมันคือที่สุดในชีวิตเลย ได้ร่วมทำเพลงกับเพื่อน ได้ทัวร์ด้วยกัน แยกย้าย และสุดท้ายก็กลับมาเล่นดนตรีด้วยกันอีก เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มากๆ

บุรินทร์ : จากตอนแรกที่เพลงของเราถูกฟังโดยคนกลุ่มเล็กๆ จนก้าวข้ามมาจุดที่คนฟังกว้างเเละหลากหลายมากขึ้น จากผู้ชมหลักพันจนกลายมาเป็นหลักแสน เราเคยไปเล่นเฟสติวัลที่ต่างจังหวัดแล้วมีคนมาดู 2 แสนคน แต่พวกเรายังเอาอยู่ ทำให้พวกเขาสนุกได้ สิ่งเหล่านี้เติมพลังเราจนมาถึงวันนี้เลย

ผมมีความสุขที่เพลงของเราไปหาผู้ฟังได้มากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันนี้ผมไปเล่นคอนเสิร์ต แล้วเจอน้องๆ อายุ 14 - 16 มายืนร้องเพลงพวกเราได้ทุกเพลง ผมก็มีความสุขมากแล้ว สุดท้ายแล้วผมก็ดีใจที่เพลงของเรามันยังอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน

กั้ง : ดีใจที่น้องๆ หลายคนย้อนกลับไปฟังเพลงพวกเราและชอบเพลงของพวกเรา ในยุคนั้นมันไม่มีใครทำเพลงแบบนี้เลย มันมีอยู่วงเดียวโด่ๆ เขาก็ย้อนกลับไปฟังในดนตรีที่เราเล่นกัน พอรู้ว่าเพลงมันยังไปต่อได้ผมก็ดีใจ

ยุคทองของวงการดนตรีไทย ใน พ.ศ. ที่การฟังเพลงเข้าถึงง่ายแค่ปลายนิ้ว

ในฐานะศิลปินรุ่นพี่ คุณมองวงการเพลงไทยตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง

บุรินทร์ : สมัยพวกผมเวลาจะฟังเพลงสักเพลงต้องวิ่งไปที่แผงเทป สมัยนั้น Tower Record ในไทยก็ยังไม่มีเลย เราต้องไปดูในรายการทีวีว่ามันมีอัลบัมอะไรออก เวลาอยากจะซื้อสักอัลบัมหนึ่งต้องเก็บเงินค่าขนมตั้งนานกว่าจะได้มาซื้อเทป ซื้อซีดี ซึ่งซีดีในสมัยก่อนก็ 400 - 500 บาท มันไม่ได้ถูกเลยในยุคสมัยนั้น แต่ต้องบอกว่าด้วยความรักเราเลยทุ่มเทที่อยากจะฟัง เงินที่ผมเก็บมาทุกบาททุกสตางค์ผมเก็บมาเพื่อฟังเพลง

บุรินทร์ : ผมดีใจมากเลยที่ปัจจุบันโลกของดนตรีมัน Globalization ไปแล้ว ผมมองว่าน้องๆ ในยุคสมัยนี้เขาไปได้ไกลและไปได้กว้างกว่าเราเยอะ น้องๆ ในยุคปัจจุบันโชคดีมากที่ฟังเพลงจากที่ไหนก็ได้ และอยากจะหาเพลงอะไรก็ง่ายแค่ปลายนิ้ว เมื่อก่อนถ้าอยากรู้ว่าเพลงนี้เพลงอะไรก็ต้องจำๆ เอา แล้วก็เอาไปร้องให้ที่ร้านเทปฟัง ร้องก็ผิดบ้างถูกบ้าง แต่ตอนนี้ความรู้มันหาได้ง่ายมาก ซึ่งมันก็เป็นข้อดีในการที่เราจะผลิตนักดนตรีใหม่ๆ ในวงการเพลง

ก้อ : ผมมองว่ายุคนี้เป็นยุคทองของประเทศไทยและศิลปินคนไทย ความรู้และทรัพยากรต่างๆ มันหาได้ง่าย อยากเรียนรู้อะไร แค่ลองเข้าไปใน YouTube ก็รู้ทุกอย่างแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้ศิลปินไทยพัฒนาไปได้ไกลมาก และผมเองก็เห็นศิลปินไทยหลายคนที่เก่ง มีความสามารถ แถมมีศิลปินหลายคนที่ตอนนี้ก็เริ่มมีแฟนเบสอยู่ต่างประเทศแล้วด้วย เพราะฉะนั้นผมมองว่ายุคนี้เป็นยุคทองของศิลปินไทยจริงๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อเสียตรงที่ ศิลปินใหม่ๆ เองก็เกิดขึ้นยาก เพราะว่ามีศิลปินเยอะแยะไปหมด พอคนฟังมีตัวเลือกหลากหลาย การแข่งขันมันก็สูงขึ้น

Ultra V presents GROOVE RIDERS RETURN OF THE GROOVE

จะเป็นคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดที่ GROOVE RIDERS เคยมีมา

คาดหวังอะไรในคอนเสิร์ตครั้งนี้บ้าง

ก้อ : ผมว่าความรู้สึกของเราและแฟนเพลงคงไม่ได้แตกต่างกัน เมื่อภาพที่เราถ่ายรูปด้วยกัน 4 คนถูกปล่อยออกมาเพื่อโปรโมตคอนเสิร์ต เเฟนๆ ก็ตื่นเต้นจนกระแสมันท่วมท้นจริงๆ

เราคาดหวังไว้ว่าคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะเป็นคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดของ GROOVE RIDERS ตั้งแต่เราตั้งวงมา การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในรอบ 17 ปี มันเป็นปรากฏการณ์ มันไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ทุกวัน เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ก็พิเศษในตัวมันอยู่แล้ว ในขณะเดียวกันเราก็คุยกันไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเราจะทุ่มสุดตัวให้กับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งพวกเรา 4 คน โปรดักชันต่างๆ แขกรับเชิญ และทุกสิ่งทุกอย่าง ผมมั่นใจว่าแฟนๆ ของพวกเราเขาจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะมอบให้กับเขาได้

บุรินทร์ : มันจะเป็นคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดของเราตั้งแต่เราเคยทำคอนเสิร์ตมา สิ่งที่แฟนๆ จะได้รับคือปรากฏการณ์ของการกลับมารวมกันอีกครั้งของ 4 คน ผมยังไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะได้กลับมารวมกับวงอีกครั้งหนึ่ง หากคุณพลาดครั้งนี้คุณอาจจะไม่ได้เห็นอีกแล้วชั่วชีวิต เพราะฉะนั้นอย่าพลาดเลย

มาตร : อยากชวนแฟนเพลงที่ติดตามผลงานเรามา ต้องมาดูให้ได้นะครับ มันเป็นสิ่งที่เราตั้งใจกันมากจริงๆ

กั้ง : เต็มที่ครับ ปรากฏการณ์นี้อาจไม่เกิดขึ้นแล้วก็ได้ ในอนาคตไม่รู้ว่าเราจะกลับมารวมกันได้อีกครั้งเมื่อไหร่ มาดูเถอะครับ

เสมอต้นเสมอปลาย อบอุ่น สนุก

GROOVE RIDERS เป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหน

บุรินทร์ : ผมมองว่าตัวเป็นคน แต่หัวเป็น Disco Ball

มาตร : อาจจะเหมือนกับเด็กผู้ชายที่ใส่ Walkman อยู่ที่หู แล้วก็ฟังเพลง Disco ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ

ก้อ : ผมมองว่า GROOVE RIDERS ไม่ใช่คน แต่เป็นมนุษย์ต่างดาวที่มาจากดาวอื่น

กั้ง : เทวดา (หัวเราะ)

กั้ง : GROOVE RIDERS คงเป็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังขับรถไปชิวๆ ไปเรื่อยๆ แหละครับ

“ตกลงพวกเราเป็นอะไรกันแน่ครับเนี่ย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...