โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สมาพันธ์คนไร้ที่ดินทำกินสุราษฎร์ฯบุกศาลากลางทวงถาม เจ้าหน้าที่รัฐเรื่องแก้ปัญหาที่ดินทำกินในที่ดินหมดสัมปทานกว่า 20 ปี

77kaoded

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 09.28 น. • 77Kaoded

สุราษฎร์ธานี-กลุ่มมวลชนในนามสมาพันธ์คนไร้ที่ดินทำกินสุราษฎร์ธานี ร่วมชุมนุมพร้อมส่งตัวแทน เข้าประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดินสวนปาล์มน้ำมันบริษัทเอกชน ที่สิ้นสุดการอนุญาตและแปลงที่มีการบุกรุก 15 รายการ 16 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 46,400 ไร่ เพื่อจัดสรรเป็นที่ทำกินให้ราษฎรตามโครงการจัดที่ดินทำกินโดยชุมชน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (12 มี.ค.68) กลุ่มพลังมวลชนกว่า 700 คน ในนามสมาพันธ์คนไร้ที่ดินทำกินสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีกลุ่มเรียกร้องขอที่ดินทำกินในท้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประมาณ 12 กลุ่มรวมตัวกัน ชุมนุมด้วยความสงบเรียบร้อย บริเวณด้านหน้าเสาธงศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีหลังเก่า พร้อมกับ ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุม กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มอบหมายให้ นายณัฐพร รักบำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกับ ตัวแทนผู้ชุมนุม นำโดยดร.มาโนช เพ็ชรชู ประธานสมาพันธ์คนไร้ที่ดินทำกินสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายจิตพงษ์ อภิรักษ์พงไพร ผู้ประสานเครือข่ายที่ดินทำกินจังหวัดสุราษฎร์ธานี และตัวแทนกลุ่มมวลชนจำนวนหนึ่ง เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อหารือความคืบหน้าหลังจากสมาพันธ์ฯ ได้ยื่นเรื่องมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568

สำหรับกรณีการเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาที่ดินสวนปาล์มน้ำมันบริษัทเอกชน ที่สิ้นสุดการอนุญาตรวมถึงแปลงที่มีการบุกรุก ได้มีความพยายามในการแก้ปัญหามาอย่างยาวนานหลายสิบปี โดยการรวมกลุ่มเป็นสมาพันธ์ และเข้ายื่นข้อเรียกร้องในครั้งนี้ มีแปลงที่ดิน 15 รายการ จำนวน 16 แปลง เนื้อที่รวมปัจจุบัน กว่า 46,400 ไร่ ใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอชัยบุรี, พระแสง, เคียนซา, บ้านนาสารและอำเภอกาญจนดิษฐ์ ซึ่งมีทั้งที่ดินราชพัสดุที่หมดสัมปทาน พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และที่ดิน สปก. โดยปัจจุบันที่ดินเกือบทั้งหมดยังมีผู้ประกอบการเข้าเก็บเกี่ยวผลอาสิน ทั้งแบบที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายและจ่ายค่าเช่า รวมถึง แบบที่ไม่ได้รับอนุญาต และไม่ได้ส่งมอบให้ราษฎรจนแล้วเสร็จ ทั้งนี้แต่ละแปลงมีปัญหาอุปสรรคและความคืบหน้าการดำเนินการแตกต่างกัน

โดยแปลงที่ดินที่มีความคืบหน้าใกล้เข้าสู่กระบวนการจัดสรรรายชื่อประชาชนลงแปลงที่ดินมากที่สุด จะเป็นแปลงที่ตำบลอรัญคามวารี ตำบลเคียนซา ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเช่าโดยบริษัทประจักษ์วิวัฒน์ จำกัด และหมดสัญญาไปแล้ว เนื้อที่ปัจจุบัน 8,588 ไร่ โดย คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เห็นชอบให้แบ่งครึ่งแล้วนำมาจัดสรรเป็นแปลง แปลงละ 5 ไร่สำหรับทำกิน และ อยู่อาศัยแปลงละ 100 ตารางวา จำนวน 675 แปลง พร้อมกำหนดสัดส่วนเป็นราษฎรในพื้นที่ร้อยละ 40 และในจังหวัด ร้อยละ 60 ซึ่งปัจจุบันมีรายชื่อราษฎรที่มีการรวมกลุ่มและผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการแล้ว แต่มีบางส่วนที่ยังไม่เรียบร้อย จำนวน 60 – 100 ราย ที่ประชุมจึงมีมติให้ แจ้งราษฎรที่ได้ขึ้นบัญชีรายชื่อ ได้มายืนยันตัวตนภายในเวลาที่กำหนด หากเลยเวลาจะถือว่าสละสิทธิ์ ส่วนแปลงอื่นๆ ก็ได้มีการหารือ จนได้แนวทางขั้นต้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังจากประชุมเสร็จ แกนนำได้นำผลการประชุมไปแจ้งให้กับมวลชนทราบ แต่บางส่วนยังไม่พอใจกับคำตอบ จึงได้รวมตัวกันขึ้นไปบริเวณชั้นสองของศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนจะมีการส่งตัวแทนเข้าหารือกับนายนันธวัช เจริญวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี, นายสุคนธ์ หนูภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ห้องปฏิบัติงาน และได้รับข้อเสนอเพิ่มเติมจากตัวแทน คือให้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดการประชุมโดยเร็ว เพื่อจัดทำแผนการดำเนินงานจัดสรรที่ดินทำกินของแต่ละแปลง เพื่อส่งให้สมาพันธ์ฯ นำไปชี้แจงให้กับสมาชิก พร้อมทั้ง เปิดโอกาสให้ตัวแทนของสมาพันธ์เข้าร่วมกระบวนการต่างๆ ของ คทช. โดยเฉพาะในการลงพื้นที่ของหน่วยงานเจ้าภาพ เช่น สปก. ธนารักษ์พื้นที่สุราษฎร์ธานี และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) ก่อนจะออกมาชี้แจงให้กับผู้เข้าร่วมชุมนุม และเป็นที่พอใจ จึงได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ

ดร.มาโนช เพชรชู ประธานสมาพันธ์คนไร้ที่ดินทำกินสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ปัญหาเกิดขึ้นมาร่วม 30 ปี ระยะหลัง ๆได้ข่าวว่ามีคนตายเพิ่มมากขึ้น หลายสิบคน ล่าสุด มีเด็กหญิงคนหนึ่งอายุ 10 ขวบถูกยิงตายในสวนปาล์ม เรื่องปาล์มในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีปัญหาเยอะมากเพราะเจ้าหน้าที่รัฐบางคนและนายทุนบางกลุ่มได้กระทำการโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายหลายฉบับมาก และมีกระทรวง 4 หลัก มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยครั้งนี้เดินทางมาเพื่อเรียกร้องต่อ คทช.จังหวัดหรือคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด คือ1.ต้องหยุดต่อสัญญาเช่าทันที 2 .ขอตรวจสอบแปลงที่ดินทั้งหมดที่รัฐทำการให้เช่าโดยชอบและโดยมิชอบและ3.ขอให้มีตรวจสอบสิทธิราษฎรคนยากจนที่ยื่นรายชื่อไปแล้วให้ครบถ้วนบริบูรณ์เพื่อที่จะจัดสรรที่ดินทำกินให้กับคนยากจนต่อไป

นายณัฐพร รักบำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก ผวจ.ให้มารับข้อเรียกร้องของประชาชนมีปัญหาเดือดร้อนในเรื่องที่ดินทำกินซึ่งมีทั้งหมด 15 แปลง ในส่วนที่ดินแต่ละแปลงได้ชี้แจงกับกลุ่มผู้นำชุมชนไปแล้วว่าให้ดำเนินการไปตามระเบียบและกฎหมาย ทุกคนมีสิทธิที่จะได้แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่ประกาศ ที่คุยกับแกนนำเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกคนเข้าใจ กลับไปด้วยความสบายดี ทางเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ รับข้อเสนอทั้งหมด และไม่มีการถ่วงเวลารับรองได้เลยว่าทางราชการโปร่งใสและเป็นธรรม

นอกจากนั้นยังมีกลุ่มชาวบ้าน อ.ชัยบุรี ได้ยื่นหนังสือขอให้มีการตรวจสอบรายชื่อการจับสลาก ว่าผู้มีรายชื่อเป็นคนไร้ที่ดินทำกินจริงหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการจับสลากไปแล้วเมื่อวันที่ 5 มี.ค.68 ที่ผ่านมาผู้มีรายชื่อจำนวน 493 ราย มีสิทธิจับสลาก 269 ราย ส่วนที่เหลือจำนวน 224 ราย และจะจับสลากครั้งที่ 2 ในวันที่ 18 มี.ค.68 ที่จะถึงนี้ โดยทางชาวบ้านต้องการให้ภาครัฐตรวจสอบด้วยความโปร่งใส.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...