บลจ.กสิกรไทย ชู 3 กลยุทธ์สู่ Trusted Asset Manager ผู้นำด้านกองทุนที่ผู้ลงทุนไทยไว้วางใจอันดับ1 สานต่อการเติบโตสู่ AUM 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2027
โดย: บลจ.กสิกรไทย
รู้หรือไม่?…บลจ.กสิกรไทยเป็นหนึ่งในบลจ.ที่มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การจัดการ (AUM) มากกว่า “ล้านล้านบาท” ของอุตสาหกรรมกองทุนไทย สิ้นปี 2024 มี AUM ทั้งสิ้นกว่า 1.61 ล้านล้านบาท
ที่สำคัญยังติด “Top 3” ในทุกกลุ่มธุรกิจ แบ่งเป็นธุรกิจกองทุนรวม 1.19ล้านล้านบาท ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 2.46แสนล้านบาท และธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล 1.72แสนล้านบาท (ที่มา: AIMC,ณ 31 ธ.ค. 67)
ในปี 2024 ถือเป็นอีกปีที่ตอกย้ำถึงความเป็น “ผู้นำ” ในธุรกิจกองทุนของบลจ.กสิกรไทยได้เป็นอย่างดี โดยมี AUM เพิ่มขึ้นกว่า 1.6 แสนล้านบาท มากเป็นอันดับ1 ของอุตสาหกรรม (ไม่นับรวมกองทุนวายุภักษ์) มีส่วนแบ่งการตลาดกองทุนรวมเป็นอันดับ1
มีจำนวนผู้ลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัลทั้ง K PLUS และ K-My Funds คิดเป็นสัดส่วน 89% จากจำนวนผู้ลงทุนทั้งหมด และสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ในทุกช่องทางรวมเป็นจำนวนกว่า 500,000 ราย (ที่มา: บลจ.กสิกรไทย, ณ 31 ธ.ค. 67)
และมีสัดส่วนของกองทุนที่ได้ 4 – 5 ดาว คิดเป็น 45% ของ AUM มากสุดในอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการกองทุน และความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี
ในปี 2025 นี้ บลจ.กสิกรไทยชู 3 กลยุทธ์ มุ่งสู่การเป็น Trusted Asset Manager ผู้นำด้านกองทุนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นอันดับ 1
สานต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนสู่เป้าหมายระยะกลางสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ทะยานแตะระดับ 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2027
ชู 3 กลยุทธ์สู่ Trusted Asset Manager สานต่อการเติบโตสู่ AUM 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2027
โดย “วิน พรหมแพทย์” ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย บอกว่า เพื่อมุ่งสู่การเป็น Trusted Asset Manager ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านกองทุนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นอันดับ 1 เราต้องดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายของบริษัท ผ่าน 3 กลยุทธ์หลักที่สำคัญ ได้แก่ 1) Enhance Customer Experience ยกระดับประสบการณ์ด้านการลงทุนผ่านแนวทางการบริหารพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio พร้อมอัปเดตสถานการณ์การลงทุน มีข้อมูลเชิงลึกให้กับลูกค้า เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ 2) Collaboration with Distributors & Partners เสริมแกร่งความร่วมมือผ่านธนาคารกสิกรไทย และตัวแทนผู้สนับสนุนการขายสร้างความเชื่อมั่นให้ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนและทันเหตุการณ์ เกิดอะไรขึ้น กระทบการลงทุนยังไง ควรทำยังไง เพื่อขยายฐานลูกค้า พร้อมผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลกทั้ง J.P. Morgan Asset Management และ Lombard Odier เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ๆ
และ 3) Productivity Enhancement การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งAI และ Robotic Process Automation (RPA) มาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถใช้คนเท่าเดิมเพื่อสร้างการเติบโตที่เพิ่มขึ้นได้
(วิน พรหมแพทย์)
“ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย มองการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ตั้งเป้าหมายระยะกลางที่จะเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ให้แตะระดับ 2 ล้านล้านบาท ภายใน 3 ปี (2025 - 2027)”
ชูกลยุทธ์ Core & Satellite Portfolio รับมือตลาดผันผวน-สร้างผลตอบแทนที่มีเสถียรภาพ
สำหรับการลงทุนในปี 2025 นั้น ยังคงอยู่ใน 4 เรื่องหลักๆ ได้แก่ 1) เศรษฐกิจสหรัฐที่ยังโตอยู่ แต่โตช้าลงไม่ติดลบ 2) ดอกเบี้ยขาลง ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้น, ตราสารหนี้ และอสังหาริมทรัพย์/REIT ด้วยเช่นกัน 3) หุ้นเทคฯ ยังดีอยู่เพียงแต่อาจจะต้องสลับตัวเล่น และ 4) นโยบายของ Donald Trump ที่จะทำให้ตลาดผันผวนต่อเนื่อง
ประเมินสถานการณ์การลงทุนจากทั่วโลกยังคงมีความไม่แน่นอน ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์การลงทุนได้เป็นอย่างดี คือ การลงทุนแบบจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยง (Diversified) ช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา (2015 – 2024) ให้ผลตอบแทน 6.9% ต่อปี ในขณะที่ความเสี่ยงอยู่ที่ 11.7% ต่อปี ผลตอบแทนไม่ได้ดีสุด แต่ก็ไม่แย่สุด ช่วงตลาดดีก็ดีด้วย ช่วงตลาดแย่ ให้ลงน้อยกว่าตลาด ผลตอบแทนระยะยาวก็จะมีเสถียรภาพขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดในการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio ของบริษัทเช่นกัน
จากสภาวะตลาดทั่วโลกที่ยังมีความผันผวน ผู้ลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงขาดทุนจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียว อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในทุกสภาวะตลาดได้ โดยแนะนำให้ผู้ลงทุนแบ่งสัดส่วนการลงทุนออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1: Core Portfolio เน้นลงทุนเสริมพอร์ตให้เติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยแนะนำกองทุน K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE ในสัดส่วนประมาณ 70-80% ของพอร์ต
ส่วนที่ 2: Satellite Portfolio เน้นลงทุนเพื่อโอกาสทำกำไรในระยะสั้น โดยแนะนำกองทุน K-GSELECT, K-USA, K-GTECH, K-VIETNAM, K-PROPI ในสัดส่วนประมาณ 20% ของพอร์ต
ส่วนที่ 3: Liquidity เน้นลงทุนเสริมสภาพคล่อง เพื่อโอกาสทำกำไรที่ได้มากกว่าเงินฝาก ในขณะเดียวกันยังสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1-2 วันทำการ โดยแนะนำกองทุน K-SF, K-SFPLUS, K-FIXED, K-FIXEDPLUSในสัดส่วนประมาณ 10% ของพอร์ต
ต่อยอดความสำเร็จการสร้าง Core Portfolio จากกองทุนรวม…สู่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่งผ่านการลงทุนเพื่อเกษียณสุขด้วย Life Path Solution
ในปี 2024 ที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าที่สร้างพอร์ตการลงทุนหลัก (Core Portfolio) เพิ่มขึ้นจาก 48,000ราย เป็น 100,000ราย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อ บลจ.กสิกรไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนรวมได้เป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งนี้เรายังจะทำต่อเนื่องในปีนี้ โดยแนะนำให้ลูกค้าแบ่งเงิน 100 บาท ลงทุนใน Core Portfolio 80 บาท ที่มีการกระจายสินทรัพย์ที่หลากหลายและมีการกระจายลงทุนทั่วโลก
ผ่านกองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ที่สามารถใช้เป็น Core Port ตอบโจทย์ครบในกองทุนเดียว ไม่ต้องปวดหัวว่าจะลงทุนในสินทรัพย์อะไรดีในภาวะตลาดแต่ละช่วง เพราะมีทีมผู้จัดการกองทุนที่จะคอยดูแลบริหารจัดการให้อย่างเหมาะสม ที่สำคัญ มีให้เลือกตามระดับความเสี่ยงที่สามารถรับได้ทั้ง 1) K-WPBALANCED (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ), 2) K-WPSPEEDUP (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) และ 3) K-WPULTIMATE (เสี่ยงสูง)
“โดยแนวคิดในการสร้างพอร์ตการลงทุนหลัก (Core Port) นี้ ไม่เพียงจะขยายต่อเนื่องในส่วนของลูกค้ากองทุนรวมเท่านั้น ยังจะขยายไปสู่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยเช่นกัน”
พร้อมกันนี้ ยังได้ใช้แนวคิดการลงทุนแบบ Life Path Solution หรือแผนสมดุลตามอายุ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณสุขให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งไม่เพียงจะมีจุดเด่นในเรื่องของการกระจายการลงทุนเท่านั้น
“ยังมีการปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและสินทรัพย์มั่นคงอย่างตราสารหนี้ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงในแต่ละช่วงอายุของสมาชิกให้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น ช่วงอายุน้อยมีเวลาลงทุนอีกมากก็ลงทุนในหุ้นเป็นสัดส่วนที่มาก แต่พอใกล้เกษียณก็ต้องลงความเสี่ยงลง เพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ขึ้นและลดการลงทุนในหุ้นลง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนง่ายขึ้นในขณะที่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ เพราะการศึกษาต่างประเทศพบว่า หากให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนเองมักเลือกผิด จับจังหวะผิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนได้ แต่ Life Path Solution ผู้จัดการกองทุนจะดูแลปรับพอร์ตให้ตลอดระยะเวลาที่ลงทุน”
ทั้งหมดนี้ คือ ก้าวย่างที่สำคัญของ บลจ.กสิกรไทย ในปีที่ผ่านมา และที่กำลังจะก้าวไป เพื่อมุ่งสู่การเป็น Trusted Asset Managerผู้นำด้านกองทุนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นอันดับ 1 ที่พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการด้านการลงทุนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและคู่ค้า โดยได้วางรากฐานทุกกระบวนการทำงานเพื่อสรรค์สร้างอนาคตการลงทุนอย่างยั่งยืนนั่นเอง
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
สนใจติดต่อ บลจ.กสิกรไทย KAsset Contact Center 0 2673 3888 www.kasikornasset.com