Insight Talk — เปิดประวัติ-พาชม โรงงาน “OPPO” แบรนด์มือถือที่ไม่เคยหยุดพัฒนา
Insight Daily
อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 18.02 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 07.15 น. • Insight DailyInsight Talk อีพีนี้ขอมาแบบ Exclusive Content สักหน่อยครับ เพราะครั้งนี้ มีความพิเศษตรงที่เราได้รับเชิญจาก OPPO ประเทศไทย ให้ร่วมเดินทางสู่เมือง Chongqing (ฉงชิ่ง) ประเทศจีน เพื่อเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตและพัฒนาสมาร์ตโฟนของออปโป้ พร้อมอัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ และยังได้รับการอนุญาตพิเศษจากทางแบรนด์ให้สามารถเก็บภาพและวิดีโอในไลน์การผลิตมาให้เพื่อน ๆ Insight daily ได้รับชมกันด้วยครับ ดังนั้น ใครที่เป็นแฟ OPPO ไม่ควรพลาด! โดยภาพประกอบเนื้อหาในครั้งนี้ เป็นผลงานจากกล้อง OPPO Reno 13 F 5G ครับ ถ้าพร้อมแล้วไปร่วมเดินชมโรงงานและอัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ ไปพร้อมกันเลย
20 ปี OPPO จาก MP3 สู่สมาร์ตโฟน AI ผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลก
จุดแรกของการเข้าเยี่ยมชมโรงงานฉงชิ่งของ OPPO เราจะได้รับฟังข้อมูลในส่วนของประวัติความเป็นมาต่าง ๆ ของแบรนด์ โดยทาง OPPO เล่าว่าจุดเริ่มต้นของ OPPO เริ่มต้นขึ้นในปี 2001 ปีที่จุดเริ่มต้นในการก่อตั้งบริษัท และค่อย ๆ สร้างชื่อเสียงจากการผลิตเครื่องเล่น MP3/MP4 ออกจำหน่าย
จนมาถึงปี 2008 ปีที่ OPPO ได้เริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเป็นทางการ และอีกหนึ่งปีต่อมาคือ ปี 2009 ก็ได้เริ่มเข้าสู่เมืองไทยในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ จนมาถึงวันนี้ OPPO ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน และนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คนไปตลอดกาล
นอกจากนี้ทาง OPPO ยังเปิดเผยว่า พวกเขาใช้หลัก "1+3+X" เป็นกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยจะสมาร์ตโฟนเป็นผลิตภัณฑ์หลัก และใช้สินค้าในกลุ่ม Gadget-Tablet เป็นอุปกรณ์เสริมในการสร้างประสบการณ์การใช้งานให้กับลูกค้า และปิดด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะที่จะรวม 1+3 เข้าไว้ด้วยกัน โดยมี ColorOS เป็นแกนกลางด้านซอฟต์แวร์
จากเครื่องเล่น MP3 สู่โทรศัพท์มือถือรุ่นแรก
OPPO เริ่มต้นธุรกิจด้วย MP3 รุ่น X3 ที่ออกแบบโดดเด่นและล้ำสมัย ก่อนเข้าสู่ตลาดมือถือในปี 2008 ด้วยรุ่น A103 หรือที่รู้จักกันว่า “Smiley Phone” ที่มียอดขายทะลุ 1 ล้านเครื่อง และนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของแบรนด์มือถือยอดนิยมของคนทั่วโลกรวมถึงที่ประเทศไทยที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง! นามว่า OPPO ครับ
ยังคงไม่หยุด! OPPO เดินหน้าอย่างต่อเนื่องในโลกของสมาร์ตโฟน
จากหมุดหมายแรกในปี 2008 ที่เริ่มต้นเข้าสู่อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยมือถือฟีเจอร์โฟนอย่าง OPPO A103 ทาง OPPO ยังเดินหน้าพัฒนาและรังสรรค์สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดมือถือทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นมาสู่แถวหน้าของแบรนด์มือถือทั่วโลกได้สำเร็จ
- ปี 2011 : เปิดตัว Find สมาร์ทโฟนรุ่นแรก
- ปี 2014 : แนะนำ VOOC เทคโนโลยีชาร์จไวที่เป็นเอกลักษณ์
- ปี 2016 : R9 สร้างสถิติยอดขายสูงสุดในประเทศจีน
- ปี 2021 : เปิดตัว Find N สมาร์ทโฟนจอพับ
→ รีวิว OPPO Reno10 Pro 5G สมาร์ตโฟนสาย Portrait, จอภาพ 120Hz สวยคม ชาร์จไว 80W
→ OPPO Reno11 5G ตัวเลือกมือถือที่เก่ง Tele Portrait ที่สุดในตลาดหมื่นต้น!
→ รีวิว OPPO Reno11 5G สานต่อเรื่องราวของสมาร์ตโฟนที่เก่ง “พอร์ตเทรต” ถ่ายคนอย่างโปร
2024 กับยุคใหม่ของสมาร์ทโฟน OPPO AI
ในวาระครบรอบ 20 ปี OPPO ถือโอกาสสลัดภาพลักษณ์อีกครั้งด้วยเป็นการเปลี่ยนแนวทางการตลาดจาก Selfie Expert > Portrait Expert จนมาสู่ OPPO AI Smartphone แบบเต็มตัว ในปี 2024 พร้อมทั้งเปิดตัว OPPO Find X8 Series และ A3 Pro ที่มาพร้อมความสามารถด้าน AI เต็มรูปแบบ ทั้งการสั่งการหน้าจอด้วยปุ่มเดียว ฟีเจอร์กล้อง AI และดีไซน์สุดแข็งแกร่ง
Find X8 Series : สมาร์ทโฟน AI อัจฉริยะ
- ปุ่ม AI สั่งการแบบ “ถามหน้าจอด้วยปุ่มเดียว”
- แปลงภาพเป็น Word, สร้างโพสต์, สร้างแผนเที่ยวได้ทันที
- กล้อง AI พร้อมฟีเจอร์ Reflection Remover, Unblur และ Clarity Enhancer
ฉงชิ่ง : โรงงานอัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดของ OPPO
กลับมาพูดถึงตัวโรงงานการผลิตที่ฉงชิ่งของ OPPO กันบ้างครับ โรงงานแห่งนี้ทาง OPPO ได้ลงทุนด้วยงบประมาณกว่า 7.7 พันล้านหยวน บนพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ และมีการใช้เทคโนโลยี SMT ที่มีความแม่นยำสูงมาก ๆ มาใช้ผลิตและประกอบแผงวงจร ด้วยความแม่นยำระดับไมโครเมตร และใช้ระบบอัตโนมัติถึง 90% พร้อมระบบ MES, SCADA และ AGV ในการกระบวนการผลิตทั้งหมดของโรงงานแห่งนี้
รับชมวิดีโอพาชมโรงงาน OPPO - ChongQing China บน Youtube
นอกจากนี้ผมได้สอบถามกับทีมงาน OPPO ที่ฉงชิ่ง ว่าทำไมรอบนอกโรงงานถึงอุดมไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมากขนาดนี้ ก็ได้รับคำตอบว่า ถึงแม้ทาง OPPO จะเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีมักจะถูกมองภาพลักษณ์เป็นลบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ OPPO ให้ความสำคัญและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเป็นอย่างมาก จึงได้สร้างพื้นที่สีเขียวรอบล้อมโรงงาน รวมทั้งยังใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนของพนักงานของ OPPO ด้วย
บรรยากาศรอบนอกของโรงงาน OPPO ฉงชิ่ง ประเทศจีน เต็มไปด้วยพื้นที่พักผ่อนสีเขียว
จาก 0 สู่ 1 : กำเนิดมือถือหนึ่งเครื่อง
จากนอกโรงงานกลับมาสู่ในโรงงานกันบ้างครับ สำหรับกระบวนการผลิตมือถือ OPPO ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ ทดสอบ จนถึงการประกอบขั้นสุดท้าย พร้อมนำหุ่นยนต์แขนกลและระบบทดสอบอัตโนมัติมากกว่า 30 รายการ เข้ามาช่วย โดย OPPO ได้เน้นใช้งานเทคโนโลยีการผลิตมากกว่าใช้กำลังของคน เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการผลิตให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด
6 ขั้นตอน เคล็ดลับการผลิตมือถือ จาก 0-100 บนสมาร์ตโฟน OPPO ที่ครองใจลูกค้า
นอกจากการใช้เทคโนโลยีมากกว่ากำลังคนในการผลิต เพื่อลดข้อผิดพลาดแล้ว ทาง OPPO ยังเผยเคล็ดลับของการรังสรรค์สมาร์ตโฟนที่ให้ครองใจผู้ใช้งานทั่วโลกให้ฟังว่า พวกเขาใช้ขั้นตอนมากถึง 6 ขั้นตอน ในการเริ่มต้นพัฒนาและผลิตสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ซึ่ง 6 ขั้นตอนนิแหละที่เป็นเคล็ดลับในการผลิตสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ ออกมาตรงใจลูกค้าของแบรนด์ โดย 6 ขั้นตอนที่ว่า ประกอบด้วย
- ค้นคว้า สอบถาม ทำวิจัยจากกลุ่มผู้ใช้งานจริง (Research) :
- นำความต้องการของลูกค้าที่ได้จากข้อแรก มาคิดตามหลัก "Eco-system" ตั้งแต่ก่อนบริการจนถึงหลังบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าแบบไร้รอยต่อ
- ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่มีความแม่นยำสูงอย่าง SMT มาใช้งาน เพื่อลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ และเพิ่มคุณภาพการผลิตของชิ้นส่วนในแต่ละชิ้น
- ในทุกขั้นตอนการผลิตจะเน้นการใช้ระบบอัตโนมัติมากถึง 90% เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด
- ใช้ระบบทวนสอบ QA/QC ในการตรวจสอบคุณภาพของสมาร์ตโฟนก่อนไปสู่ขั้นตอนจัดส่งสินค้า
- ใช้เทคโนโลยีมาช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ และบรรจุสินค้าลงในกล่อง ตลอดจนระบบโรจิติกส์เองก็ใช้ระบบอัตโนมัติทั้งหมด เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด การตรวจสอบย้อนหลัง และการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นจากคนได้
ความสำเร็จระดับโลกที่ยืนยันด้วยตัวเลข
- อันดับ 4 ของโลกในไตรมาส 3 ปี 2024 (Canalys)
- อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ส่วนแบ่งตลาด 21%)
- จดสิทธิบัตรแล้วกว่า 100,000 ฉบับ (91% เป็นด้านการประดิษฐ์)
- มีพนักงานมากกว่า 40,000 คน ครอบคลุม 70 ประเทศทั่วโลก
ระเบียงวัฒนธรรม
ในการเดินชมด้านในโรงงานจะมีพื้นที่ที่จัดแสดงบริบทของวัฒนธรรมองค์กร OPPO ด้วยครับ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์การผลิตทั้งหมด 9 แห่งทั่วโลก ของ OPPO โดยที่โรงงานเขตอุตสาหกรรม ฉงชิ่ง จะเป็น ฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุด ของ OPPO
ฐานการผลิตหลักอื่นๆ เช่น :
ตงกวน (จีน) – ฐานการผลิตหลัก
- อินเดีย – ขนาด 450,000 ตร.ม. ผลิตสูงสุด 8.33 ล้านเครื่อง/เดือน
- อินโดนีเซีย – สูงสุด 2 ล้านเครื่อง/เดือน
- บังกลาเทศ – สูงสุด 240,000 เครื่อง/เดือน
- อียิปต์ – เริ่มผลิต ก.ย. 2024, สูงสุด 500,000 เครื่อง/เดือน
- ปากีสถาน และ ตุรกี – สูงสุด 300,000 เครื่อง/เดือน
พันธกิจแห่งความยั่งยืน “Technology for mankind, kindness for the world”
ใกล้ถึงทางออกจากโรงงาน OPPO เราก็จะเดินมาเจอต้นไม้ต้นหนึ่งที่ก่อร่างสร้างตัวด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลายพันชิ้น โดยต้นไม้ต้นนี้มีชื่อว่า "Technology Tree" ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ทางผู้บริหารของ OPPO จัดทำขึ้นมาจากการนำแผงวงจรเก่าหรือชิ้นส่วนที่มีปัญหามาเป็นวัสดุหลักในการสร้างต้นไม้ต้นนี้ขึ้นมา เพื่อสื่อถึงจิตวิญญาณแห่งความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานว่า เราจะเป็นบริษัทนวัตกรรมสีเขียวตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ และยังตั้งเป้าปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050
บทสรุป : OPPO ไม่ใช่แค่สมาร์ตโฟน แต่คือผู้สร้างอนาคตดิจิทัล
มาถึงทางออกจากโรงงาน OPPO กันแล้วครับ ดังนั้นผมก็ขอสรุปความรู้สึกและข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการเยี่ยมชมโรงงานในครั้งนี้ ต้องเกริ่นก่อนว่า ตัวผมเองทำงานตรงนี้ ในการเป็นสื่อด้านมือถือนำเสนอข้อมูล รีวิว และข่าวสารให้กับเพื่อน ๆ มาเกินสิบปี ตลอดเส้นทางการทำงาน ตัวผมเองก็ได้เห็นการเติบโตของแบรนด์ OPPO ผ่านการรีวิวมือถือ การสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้บริหาร รวมทั้งติดตามข่าวสารต่าง ๆ มาตั้งแต่ช่วงเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยใหม่ ๆ จนถึงการได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานที่ฉงชิ่ง สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นมาตลอด คือ OPPO เป็นแบรนด์มือถือที่มีความตั้งใจ ทะเยอทะยาน และเป็นแบรนด์ที่คลั่งไคล้และใส่ใจเรื่องของเทคโนโลยีมาก ๆ ครับ ถึงขนาดทุ่มงบประมาณในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้วยงบถึง 1 ใน 3 ของบริษัทเลยทีเดียว
รวมทั้งการมาเยี่ยมชมโรงงานในครั้งนี้ ก็ได้เห็นการนำเทคโนโลยีการผลิตมาใช้งานในไลน์การผลิตมากถึง 90% อีกต่างหาก จึงไม่แปลกใจที่เราจึงมักเห็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ บนสมาร์ตโฟน OPPO ก่อนเสมอ ถ้าใครยังจำได้ ในอดีต OPPO ก็เคยโชว์เทคโนโลยีกล้อง Pop-up ก่อนใครมาแล้ว หรือเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC ที่สามารถชาร์จได้ด้วยกำลังไฟมากถึง 90W ก่อนใคร และล่าสุด OPPO AI กับการนำ AI มาลบภาพสะท้อนในภาพถ่าย เป็นต้นครับ
นอกจากเรื่องของเทคโนโลยีที่ยืนยันถึงความคลั่งไคล้ของ OPPO แล้ว อีกสิ่งที่ได้เห็นตลอดไลน์การผลิตคือ มือถือ OPPO มีมาตรฐานและคุณภาพไม่แพ้ใครในตลาด มีการใช้เทคโนโลยีในการผลิตทุกขั้นตอนโดยที่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยมาก ๆ ครับ และเมื่อรวมสิ่งที่ผมเล่ามาทั้งหมดเข้าด้วยกัน ที่เหลือก็คงแค่อยากบอกทุกคนว่า "เปิดใจ" และลองรับสินค้า OPPO ไปใช้งานดูสักรุ่น แล้วอาจจะหลงรักแบรนด์นี้มากขึ้นก็เป็นได้
สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณ OPPO ประเทศไทย ที่ได้เชิญผมให้เป็นตัวแทนของชาว Insight Daily เดินทางไปกับทริปพิเศษในครั้งนี้ และก็หวังว่า OPPO จะเดินหน้าและเติบโตไปด้วยเทคโนโลยีเช่นเคยครับ
—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!