“ภาษีทรัมป์” ป่วนห่วงโซ่อุปทานโลก หุ้นเทคร่วง-นักธุรกิจชะลอแผนลงทุน
มาตรการขึ้น "ภาษีทรัมป์" จุดแรงสั่นสะเทือนใหม่ในเศรษฐกิจโลก ป่วนห่วงโซ่อุปทานโลก หุ้นเทคร่วง-นักธุรกิจชะลอแผนลงทุน
วันที่ 17 เมษายน 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผลกระทบจากสงครามการค้าระดับโลกของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เริ่มปรากฏชัดในหลากหลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน โดยเมื่อวันพุธ ตลาดหุ้นสหรัฐถูกกดดันอีกครั้งจากนโยบายการค้าที่ไม่แน่นอนของทรัมป์ ซึ่งสร้างความผันผวนให้กับตลาดตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
หุ้นร่วงลงอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งได้รับแรงกระแทกอย่างหนักหลังจากบริษัทชั้นนำ เช่น Nvidia ที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ออกมาเตือนว่าอาจได้รับผลกระทบต่อรายได้ ขณะเดียวกันสายการบินต่าง ๆ ก็เตรียมรับมือกับฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูร้อนที่ไม่แน่นอน และประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็ระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว พร้อมแสดงความกังวลว่าภาษีนำเข้าอาจเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายในการลดอัตราเงินเฟ้อ
แม้ว่าทรัมป์จะกล่าวว่า “หลายประเทศพร้อมเจรจากับสหรัฐ” แต่ความคืบหน้าในทางปฏิบัติยังเป็นไปอย่างเชื่องช้าและไม่แน่นอน โดยในวันพุธ ทรัมป์เตรียมเข้าร่วมการเจรจากับญี่ปุ่นด้วยตนเอง เพื่อหารือเรื่องภาษี แม้ความผันผวนในตลาดที่เริ่มต้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนจะเริ่มคลี่คลาย แต่ผู้นำภาคธุรกิจยังคงระบุว่าความไม่แน่นอนทำให้แผนการลงทุนต้องชะงัก โดยสงครามการค้ายังดำเนินต่อไปอย่างเต็มรูปแบบระหว่างสองมหาอำนาจโลก สหรัฐ และจีน ขณะที่การเจรจากับสหภาพยุโรป แคนาดา และประเทศอื่น ๆ ก็ยังไม่ชัดเจน
หุ้นเทคโนโลยีทรุด
กลุ่มเทคโนโลยีได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในวันพุธ บริษัทผู้ผลิตชิป AI ยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia ระบุว่ามาตรการจำกัดการส่งออกชิป AI ไปยังจีนของรัฐบาลสหรัฐฯ จะสร้างภาระทางบัญชีมากถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ ASML ซึ่งเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก เตือนว่าแนวโน้มปี 2568 และ 2569 ยังไม่แน่นอน ผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปสัญชาติสหรัฐรายอื่น ๆ ก็อาจเผชิญผลกระทบมูลค่ารวมประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี จากมาตรการภาษีเหล่านี้
ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นหลัก ร่วงลง 3% ในวันพุธ หุ้น Nvidia ดิ่งลงถึง 7% ขณะที่บริษัท Advanced Micro Devices (AMD) ก็ระบุว่าจะได้รับผลกระทบถึง 800 ล้านดอลลาร์ จากข้อจำกัดการขายให้กับจีนเช่นกัน
อุตสาหกรรมสายการบินกังวลอนาคต
แม้บางบริษัทจะยังคงคาดการณ์ผลกำไรไว้ในระดับเดิม เช่น United Airlines ที่คงเป้าหมายกำไรปี 2568 ไว้ แต่บริษัทก็ออกมาระบุว่า ปีนี้สภาพเศรษฐกิจมหภาคคาดเดาไม่ได้เลยในระดับที่เชื่อมั่นไม่ได้แม้แต่น้อย และวางแผนรับมือไว้ 2 ฉากทัศน์สำหรับปีหน้า
ญี่ปุ่นเดินหน้าเจรจา
ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่อยู่แถวหน้าของการเจรจากับสหรัฐฯ ขณะนี้ ได้เลื่อนการประชุมระหว่าง เรียวเซ อาคาซาวะ รัฐมนตรีกระตุ้นเศรษฐกิจ กับสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้กลายเป็นการพบกับประธานาธิบดีทรัมป์โดยตรงในเย็นวันพุธ
ทรัมป์กล่าวว่าเขาต้องการเข้าร่วมเจรจาด้วยตนเอง เพื่อหารือในประเด็นอื่น ๆ นอกเหนือจากการค้า โดยยังคงเน้นย้ำเป้าหมายของตนในการลดขาดดุลการค้ากับประเทศต่าง ๆ
ญี่ปุ่นส่งออกรถยนต์มายังสหรัฐมากกว่า 1 ล้านคันต่อปี โดยเฉพาะรุ่นราคาประหยัด ซึ่งหากภาษีนำเข้าเหล่านี้ยังคงอยู่ ราคาขายอาจเพิ่มขึ้นอีกหลายพันดอลลาร์ต่อคัน แม้บางค่ายรถจะพิจารณาย้ายฐานการผลิตบางส่วนมายังสหรัฐ แต่ก็ถือว่าเป็นภารกิจที่ไม่ง่ายเลย
อ้างอิง : reuters.com