700 ... เลขมหัศจรรย์ กับการขยายสาขาของ 7-Eleven
700 … เลขมหัศจรรย์ กับการขยายสาขาของ 7-Eleven
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 มี.ค. 68 11:36 น.
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เจ้าของร้าน สะดวกซื้อ 7-Eleven ที่แทบไม่มีคนไทยคนไหนรู้จัก ได้รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 67 พบว่ามี รายได้รวมเกือบ 1 ล้านล้านบาท กำไรสุทธิกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท
ส่วนสำคัญมาจากการขยายสาขา 7-Eleven ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่ง ณ สิ้นปี 67 ทาง CPALL ได้ขยายสาขา 7-Eleven ในไทยไปแล้ว 15,245 แห่ง เพิ่มขึ้น ประมาณ 700 สาขาจากปีก่อน ตามแผนงานที่เคยวางไว้
ซึ่งเมื่อย้อนกับไปดูในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่หลังช่วงโควิด 19 ทาง CPALL ขยายสาขา 7-Eleven ได้ดังนี้
ปี 63 ขยายได้ 720 สาขา จากเป้าหมาย 700 สาขา
ปี 64 ขยายได้ 702 สาขา จากเป้าหมาย 700 สาขา
ปี 65 ขยายได้ 704 สาขา จากเป้าหมาย 700 สาขา
ปี 66 ขยายได้ 707 สาขา จากเป้าหมาย 700 สาขา
ปี 67 ขยายได้ 700 สาขา จากเป้าหมาย 700 สาขา
จนถึงปีล่าสุดแผนงานในปี 68 พบว่าบริษัทฯ วางแผนลงทุนเปิดร้านสาขาใหม่ในประเทศไทยอีกประมาณ 700 สาขาเช่นกัน
*** ไขปริศนา ! ทำไมต้องปีละ 700 สาขา?
ถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจจะเริ่มมีคำถามแล้วว่า ทำไม เป้าหมายการขยายสาขา 7-Eleven ของ CPALL จะต้องเป็นตัวเลข 700 เสมอ ตัวเลขนี้มีความสำคัญยังไง ทาง "อีไฟแนนซ์ไทย" จะพาไปร่วมหาคำตอบด้วยกัน
เพราะในมุมมองนักการตลาด มองว่า "700 สาขาต่อปี" ของ CPALL อาจดูเหมือนเป็นตัวเลขที่ตั้งขึ้นมาแบบทั่วๆ ไป แต่จริงๆ แล้วมันมีนัยสำคัญและเหตุผลเบื้องหลังที่ช่วยให้การขยายตัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้
1. อัตราการเติบโตที่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว
CPALL วางเป้าหมายให้ 7-Eleven เติบโตอย่างต่อเนื่อง และการขยายสาขาปีละ 700 แห่ง อาจเป็นตัวเลขที่ช่วยให้บริษัทรักษาระดับการเติบโตที่มั่นคงหากขยายมากกว่านี้ เช่น 1,000 สาขาต่อปี อาจเกิดปัญหาด้านการบริหารจัดการและต้นทุน แต่ถ้าน้อยกว่านี้ อาจทำให้เสียโอกาสในการเติบโตและโดนคู่แข่งแย่งตลาด
2. สมดุลระหว่าง "Demand" และ "Supply"
ตัวเลข 700 สาขา อาจถูกคำนวณจาก ความต้องการของตลาด และ ความสามารถของ CPALL ในการบริหารจัดการร้านค้าใหม่ไม่ใช่ว่าทุกที่เปิดแล้วจะเวิร์ค ดังนั้นจำนวนนี้เป็นจุดที่สมดุล ไม่มากเกินไปจนเกิดภาระต้นทุน และไม่น้อยเกินไปจนเสียโอกาส
3. สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย
ร้านสะดวกซื้อเติบโตตามจำนวนประชากรและกำลังซื้อของคนไทย ตัวเลข 700 สาขาต่อปีสะท้อนถึงอัตราการขยายตัวของเมืองและการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับที่ CPALL มองว่าคุ้มค่า โดยเฉพาะในเขตต่างจังหวัด เมืองรอง และแหล่งท่องเที่ยว ที่ยังมีช่องว่างให้ขยายตัว
4. รองรับโครงสร้างธุรกิจแฟรนไชส์
อย่าลืมว่า สาขาของ 7-Eleven นั้น CPALL ไม่ได้เปิดเองทั้งหมด แต่ให้แฟรนไชส์เป็นผู้ลงทุนด้วย ตัวเลข 700 แห่งอาจเป็น ตัวเลขที่เหมาะสมกับจำนวนผู้สนใจลงทุน ที่บริษัทสามารถสนับสนุนได้โดยไม่เกิดภาระมากเกินไป
5. จัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
CPALL มีศูนย์กระจายสินค้า 20+ แห่งทั่วประเทศ และการขยาย 700 สาขาต่อปีเป็นตัวเลขที่ช่วยให้ศูนย์กระจายสินค้ารองรับการเติบโตของร้านค้าใหม่ได้โดยไม่กระทบประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์
6. เป้าหมายที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระยะยาวของ CPALL
CPALL ตั้งเป้าหมายว่าจะมี ร้าน 7-Eleven ทั่วไทย 20,000 สาขา (ข้อมูลจากการปรปะชุมนักวิเคราะห์ช่วงปลายปี 67 ที่ผ่านมา ดังนั้นการเปิดปีละ 700 แห่งช่วยให้ไปถึงเป้าหมายนี้อย่างมีแผนรองรับ
นั่นเท่ากับว่า ด้วยเป้าหมายปีละ 700 สาขานี้ จะทำให้ CPALL บรรลุเป้าหมายสำคัญได้ภายในปี 74 หรืออีกภายใน 7 ปีข้างหน้า เมื่อถึงเวลานั้น หากคิดเล่นๆ กันตามตัวเลขทางคณิตศาสตร์ โดยนำพื้นที่ประเทศไทย มาคิดรวมกับจำนวน 7-Eleven ซึ่งนั่นเท่ากับว่า เราจะเจอร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven เป็นเพื่อนคุณตลอดทุกๆ 3-4 กิโลเมตร
*** ถ้าอยากถึงเป้าหมายเร็วกว่าปี 74 ทาง CPALL จะทำได้มั้ย?
แน่นอนว่า ถ้าเป็นผู้ถือหุ้น CPALL เมื่อเห็นเป้าหมาย 20,000 สาขาในปี 74 อาจจะเกิดอาการร้อนรนจิตใจ ว่า ในเมื่อศักยภาพของ CPALL ที่เป็นค้าปลีกเบอร์ 1 ของไทยขนาดนี้ จะตั้งเป้าขยายสาขาในแต่ละเกิน 700 สาขาได้หรือไม่ ?
คำตอบคือ ได้! แต่นั้นจะต้องทำให้ CPALL อาจจะต้องยกเครื่องแผนกลยุทธ์กันใหม่ เพราะการเพิ่มเป้าสาขา จะทำให้ CPALL เผชิญกับปัญหาเหล่านี้
1. ต้นทุนการลงทุนและกระแสเงินสดสูงขึ้น
2. หาทำเลที่ดีได้ยากขึ้น
3. การบริหาร Supply Chain โดยเฉพาะคลังสินค้า และการขนส่ง
4. ขาดแคลนพนักงานและการฝึกอบรม
5. การแข่งขันสูงขึ้นจากคู่แข่งและร้านค้าออนไลน์ ที่จะต้องเร่งสปีดให้ทันกับ 7-Eleven เช่นกัน
ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ขยายสาขาจริง ผู้ถือหุ้นอาจจะต้องมาทบทวนกันอีกครั้งแล้วว่า แผนเดิม กับแผนใหม่ อย่างไหนคุ้มค่ากว่ากัน
*** แล้วถ้า ถึง 20,000 สาขา 7-Eleven จะไปทางไหนต่อ
จากการคำนวณ ตัวเลขเป้าหมายการขยายสาขาแตะ 20,000 แห่งของ CPALL จะเกิดขึ้นในอีก 7 ปีข้างหน้า จึงมีคำถามตามมาว่า เมื่อถึงเวลานั้น CPALL จะทำอย่างไรกับ 7-Eleven ต่อไปดี ซึ่งถ้าให้ตอบตรงนี้ ทาง "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" คงไม่สามารถให้คำตอบแทนทาง CPALL ได้ แต่จากข้อมูลของนักการตลาด ที่มองธุรกิจค้าปลีกที่เติบโตมากๆ จนถึงเป้าหมายสำคัญแล้วนั้น ส่วนใหญ่จะใช้กลยุทธ์ และทางเลือกในการขยายธุรกิจต่อไปดังนี้
1. ต่อยอดบริการดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ
2. เปลี่ยนร้านสะดวกซื้อ ให้เป็นศูนย์กลางบริการชุมชน เช่น บริการไปรษณีย์ Co-working Space บริการทางการเงิน เป็นต้น
3. ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งปปัจจุบันเราก็ได้เห็น 7-Eleven อาจมองหาโอกาสลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังมีศักยภาพ อย่างกัมพูชา และสปป.ลาวแล้ว
4. พัฒนาธุรกิจค้าปลีกแนวใหม่ เช่นการใช้ เทคโนโลยี AI และ Big Data หรือขยายแนวคิดร้านค้าอัตโนมัติ ที่ไม่มีพนักงาน
*** หรือแท้จริงแล้ว 700 คือเลขมงคลตามความเชื่อของ CPALL
อาจจะดูเป็นนามธรรมซักหน่อย หากจะใช้คำตอบที่ว่า ตัวเลข 700 สาขา อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับแผนกลยุทธ์การตลาดแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงตัวเลขมงคล ที่ CPALL เชื่อถือและพาบริษัทก้าวมาเป็นเบอร์ 1 ค้าปลีกไทยในปัจจุบัน เพราะ หากคนที่เชื่อด้านโหรศาสตร์หรือสายมูเตลู อาจคิดว่าเลข 700 จะสอดคล้องกับชื่อ 7-eleven หรือมีความหมายนัยยะสำคัญด้านความเป็นศิริมงคลหรือไม่ เนื่องบริษัทขนาดใหญ่อาจ มีศาสตร์เรื่องเลขมงคลเข้ามาเสริมความมั่งคั่งให้กับธุรกิจ
เพราะจาก หนังสือเกี่ยวกับ Numerology และพลังตัวเลข เช่น "The Secret Science of Numerology" หรือแหล่งที่มาทางโหราศาสตร์ไทย ความเชื่อทางโหราศาสตร์ไทยและจีน ก็บอกไว้ว่า
เลข 7 หมายถึง ความอดทน มั่นคง ปรัชญา และการพัฒนา
เลข 00 จะเหมือนเครื่องหมาย "Infinity" ที่เสริมความ ไม่มีที่สิ้นสุด ไร้ขีดจำกัด
เมื่อนำมารวมกัน 700 อาจแปลว่า "การเติบโตที่มั่นคง ไม่มีสิ่งใดมาหยุดได้"
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านไหน ทั้งการตลาด หรือ ศาสตร์แห่งตัวเลข เชื่อว่า 700 จะยังคงเป็นตัวเลขมหัศจรรย์ ที่อยู่คู่กับ CPALL และ 7-eleven ไปอีกนานหลายปีอย่างแน่นอน
เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ