“แป้งเย็นตรางู” แป้งเย็นเจ้าแรกของโลก ตำนาน 132 ปี จากร้านขายยา สู่ไอเท็มฮิตกระป๋องเหล็ก
ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ "การเงินธนาคาร" จะพาไปทำความรู้จัก "แป้งเย็นตรางู" แป้งเย็นเจ้าแรกของโลก ที่สร้างตำนานมากว่า 132 ปี จากจุดเริ่มต้นร้านขายยาสุดทันสมัยในยุคนั้น สู่ไอเท็มฮิตแป้งเย็นกระป๋องเหล็กที่คงความเย็นสดชื่นไม่เปลี่ยนถึงปัจจุบัน
ในช่วงฤดูร้อน อากาศที่ร้อนอบอ้าว เปิดพัดลมอาจยังไม่ช่วยบรรเทาสักเท่าไร หนึ่งไอเท็มที่หลายคนนึกถึงหรือเคยใช้ นั่นคือ "แป้งเย็น" และหนึ่งในแบรนด์ที่คุ้นเคยกันอย่างดีตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า ส่งผ่านความเย็นมาสู่รุ่นลูกหลานในยุคปัจจุบัน อย่างแบรนด์ "แป้งเย็นตรางู"
รู้หรือไม่ว่า"แป้งเย็นตรางู" มีอายุอานามกว่า 132 ปี และจุดเริ่มต้นมาจากร้านขายยา เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี 2435 นายแพทย์โทมัส เฮย์วาร์ด เฮย์ และ ดร.ปีเตอร์ กาแวน ได้เปิดเป็นร้านขายยาที่ทันสมัย ในชื่อว่าห้างขายยาอังกฤษ (ตรางู) เนื่องจากสัญลักษณ์ของร้านและเครื่องหมายการค้าคือ งูถูกลูกศรปัก
แล้วทำไมถึงต้องเป็นสัญลักษณ์ งูถูกลูกศรปักที่หัวงู นั้น บริษัทอธิบายว่า งูถือเป็นอสรพิษ ที่เปรียบเสมือนกับโรคภัยต่างๆ ส่วน ลูกศร เปรียบเสมือนยารักษาโรค ดังนั้นสัญลักษณ์ งูถูกลูกศรปัก จึงเหมือนการการันตีถึงสินค้าคุณภาพดีนั่นเอง
ให้หลัง 36 ปี หรือในปี 2471 หมอล้วน ว่องวานิช ได้เข้าไปซื้อกิจการต่อ โดยเข้าไปเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศ เช่น บูธส์, อลิซาเบธอาร์เดน, คริสเตียนดิออร์ ในเวลาเดียวกันนั้นก็เริ่มคิดค้นพัฒนาสูตรสินค้าต่างๆ จนเป็นจุดเริ่มต้นของแป้งเย็น
ต่อมาในปี 2475 ถือเป็นต้นตำรับแป้งเย็นรายแรกในไทย นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของไทยที่มีแป้งที่ให้ความหอมพร้อมกับความเย็น
โดยเริ่มแรกผลิตแบรนด์แป้งน้ำมโนรา และภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นแป้งน้ำควินนา
แต่สำหรับแบรนด์ "แป้งเย็นตรางู" นั้น เกิดขึ้นเมื่อปี 2490 ที่หวังจะแก้ปัญหาให้กับคนไข้คนหนึ่ง นายบริสเบน ทนายความ ได้เดินทางมาหาหมอด้วยอาการเป็นผดผื่นคัน แต่การรักษาด้วยยาคาลาไมน์กลับไม่ได้ผล หมอล้วนจึงคิดสูตรแป้งเย็น โดยผสมแป้งและเพิ่มความเย็นเข้าด้วยกัน และได้ผลลัพธ์ดี สรรพคุณของแป้งเย็นจึงมีการเล่ากันปากต่อปาก จนได้รับความนิยมมากขึ้น และไม่เพียงแต่ขายในประเทศไทยเท่านั้น ยังส่งออกไปต่างประเทศ
ขณะเดียวกันนั้นก็เริ่มค้นคว้าและพัฒนาสินค้าด้านเวชภัณฑ์ ผลิตยาแก้ไข้เด็กตรางู ยาแก้ไอเด็กตรางู ยาแก้หวัดเด็กตรางู ยาแก้ไอน้ำดำตรางู และน้ำมันเซนลุกซ์
หลังจากที่กระแสตอบรับดีนกลายเป็น Mass Product หมอล้วนจึงคิดค้นนวัตกรรมที่จะช่วยทำให้เก็บความเย็นให้ได้นานขึ้น จึงกลายเป็นที่มาของ "กระป๋องเหล็ก" ไอเท็มฮิตคลูๆ ที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ภายใต้สโลกแกน "เมื่อเย็นกาย ก็สบายใจ"
ซึ่งในช่วงแรกนั้นกระป๋องยังต้องนำเข้าจากฮ่องกง แต่แล้วเกิดวิกฤติปกระป๋องขาดแคลน ประกอบกับประเทศไทยสามารถผลิตกระป๋องได้เอง จึงเปลี่ยนมาใช้กระป๋องที่ผลิตภายในประเทศไทยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านก็มีการออกสินค้ารุ่นพิเศษในวาระต่างๆ เช่น
ปี 2535 รุ่น ร้อยปีทอง ฉลองครบอังกฤษตรางู 100 ปี
ปี 2543 รุ่น ขอบใจ โดบ มล.จีราธร จิรประวัติ ฉลองครบอังกฤษตรางู 108 ปี
ปี 2544 รุ่น สวัสดีปีงู โดบ มล.จีราธร จิรประวัติ รุ่นพิเศษ คริสต์มาส
ปี 2544 รุ่น สวัสดีปีงู โดบ มล.จีราธร จิรประวัติ รุ่นพิเศษ ช่วงสงกรานต์
ปี 2548 รุ่น เอ๊กซ์ ตรีมคูล
ปี 2549 รุ่น แดน-บีม "ผมรู้คุณก็ใช้"
ปี 2550 รุ่น คูลเดอะเวิลด์
ปี 2553 รุ่น ลดโลกร้อน 1 จากการจัดประกวด ผลงานนักศึกษา ครั้งที่ 1
ปี 2554 รุ่น ลดโลกร้อน 2 จากการจัดประกวด ผลงานนักศึกษา ครั้งที่ 2
ปี 2555 รุ่น รุ่นที่ระลึก 120 ปี ฉลองครบอังกฤษตรางู 120 ปี
และปี 2540 ได้ควบรวมกิจการการจัดจำหน่ายและโรงงานผลิต ภายใต้ชื่อ บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด ทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท ดำเนิน ธุรกิจด้านการผลิต รับจ้างผลิต จัดจำหน่าย นำเข้า และส่งออก และปี 2548 ได้ทำ Brand Modernization อย่างเต็มรูปแบบ ต่อมาธุรกิจเติบโตขึ้น ปี 2551 จึงซื้อกิจการบริษัท ฟาร์มาคอสเม็ท จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สกินแคร์ พ.ศ. 2555 รวมธุรกิจภายใต้ชื่อ BD Group
ทั้งนี้ปัจจุบันนั้นแป้งเย็นตรางู เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัท อังกฤษตรางู (British Dispensary Group) บริษัทได้แตกไลน์สู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย ทั้งแป้งน้ำเย็น รวมถึงพัฒนาสู่บอดี้สเปรย์ บอดี้ไวพ์ สบู่ เจลอาบน้ำ คลูลิ่งมิสท์ และอโรม่าออยล์ ที่เรียกได้ว่าครบจบทั้งอาบ ทา ฉีด เช็ด จบในแบรนด์เดียว
โดยปัจจุบัน BD Group ประกอบด้วย 5 บริษัท ได้แก่
1. บริษัท ห้างขายยาอังกฤษ (ตรางู) จำกัด ดำเนินธุรกิจ Wholesales Retail และ Trading
2. บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด ดำเนินธุรกิจการผลิตสินค้า ได้แก่ สินค้าของใช้ส่วนตัว ประกอบด้วยแบรนด์ตรางู, เซนลุกซ์ และควินนา (Quina) และสินค้าเวชภัณฑ์และสมุนไพร ประกอบด้วย Gelimag, Emulax, Neozolone, Sketolene, Sedetuss, Expiran, Mul-Tab, Viradyl, Androlic, Nature-All, Herb Master, Cast Comfort รวมถึง International Business
3. บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ คอนซูมเมอร์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านการจัดจำหน่ายสินค้า ทั้งสินค้าของใช้ส่วนตัว และสินค้ากลุ่มสกินแคร์ (Skin Care) ได้แก่ แบรนด์ทีทรี (Tea Tree), สกาแคร์ (Scacare) และนัวริส (Noiris)
4. บริษัท บริทิช ดิสเพนซารี่ เฮลท์แคร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านการจัดจำหน่ายสินค้าเวชภัณฑ์และสมุนไพร (Health Care & Food Supplement)
5. บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) สาย 5 จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านรับจ้างการผลิต
ในแง่ของรายได้นั้น บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจการผลิตสินค้า ในปี 2565 มีรายได้กว่า 475.17 ล้านบาท ขาดทุน 230.37 ล้านบาท หรือ -689.06% ส่วนปี 2564 มีรายได้รวม 478.89 ล้านบาท ทำกำไร 39.10 ล้านบาท หรือ 1,063.01%
อย่างไรก็ตามความฮอตฮิตของแป้งเย็นตรางูยังไม่เสื่อมมนต์ขลัง ปัจจุบันธุรกิจถูกส่งต่อมาถึงทายาทรุ่นที่ 4 อนุรุธ ว่องวานิช ที่นั่งเก้าอี้ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทอังกฤษตรางู และไม่หยุดแค่ในไทย อย่างในปี 2566 บริษัทจับมือกับเอนี่มายด์ กรุ๊ป ลุยตลาดฟิลิปปินส์ รวมถึงการนำพาตรางูกับก้าวย่างต่อไปสู่ยุคดิจิทัล
อ้างอิง : snakebrand.co.th, snakebrandfamily.com, britishdispensary.com
รวบรวมโดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร