โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

สามีอยากก้าวหน้าต้องช่วยข้าทำสวน

นิยาย Dek-D

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2567 เวลา 20.47 น. • ชงเมิ่ง
ซ่งไป๋ลู่ นักรีวิวนิยายเพจดังนั่งเขียนบทรีวิวไม่ทันจบ ก็ทะลุมิติเข้ามาเป็นนางร้ายในนิยายที่ถูกกำหนดให้แต่งกับพระเอกก่อนถูกมอบใบหย่าด้วยขาดคุณธรรมหึงหวง บัดซบ!สามีมักมากเช่นนั้นผู้ใดอยากแต่งให้เขากัน

ข้อมูลเบื้องต้น

สามี… อยากก้าวหน้าต้องช่วยข้าทำสวน

สวัสดีค่ะก่อนอื่นต้องขออภัยรีดที่ติดตามเรื่องนี้มาก่อนหน้า เนื่องจากวันก่อนไรต์กดผิดเผลอลบนิยายไป ตอนนี้จะทยอยอัพใหม่นะคะ

ไรต์ขออนุญาตทำความเข้าใจเรื่องการจะติดเหรียญในนิยายก่อนนะคะ

เนื่องจากช่วงนี้อยู่ในช่วงแต่งนิยาย(ต้นฉบับยังไม่สมบูรณ์) ดังนั้นไรต์จะทำการติดเหรียญดังนี้

ติดเหรียญล่วงหน้า ในราคา 2 เหรียญ( 1 บาท) ไปจนจบ ปลดล๊อกอ่านฟรีวันละ 1 ตอน ไปจนจบ ติดถาวร ในราคา 6 เหรียญ (3 บาท) เมื่อมี E-book (เล่ม 1 ประมาณวันที่ 20/4/67 และ เล่ม 2 ไม่เกิน 20/5/67 ค่ะ)

ทั้งนี้ระบบของเว็ปเด็กดี หากจ่ายเงินซื้อเหรียญล่วงหน้า เมื่อไรต์ทำการติดถาวร รีดจะต้องจ่ายซ้ำ ดังนั้นไรต์จึงอยากขอให้รีดพิจารณาและตัดสินใจโดยรอบคอบก่อนกดจ่ายเงินนะคะ

ทีแรกไรต์จะไม่ติดเหรียญล่วงหน้าในบ้านนี้และอัพวันละตอน เพราะไรต์ไม่อยากให้ทุกคนจ่ายเงินซ้ำ

แต่ก็อยากให้ทุกคนได้อ่านเหมือนบ้านอื่นๆ เพราะไรต์รักรีดทุกบ้านเลย

สุดท้ายไรต์ขอร้องอย่าดราม่ากับราคาตอนนิยายไรต์ หรือ ยกไปเทียบกับนิยายคนอื่นเลยนะคะ

…………………………………..

ซ่งไป๋ลู่นักรีวิวนิยายเพจดังนั่งเขียนบทรีวิวไม่ทันจบ ก็ทะลุมิติเข้ามาเป็นนางร้ายตัวประกอบในนิยายที่มีชื่อเดียวกันกับตนเอง ผู้ที่ถูกกำหนดให้แต่งกับพระเอก ก่อนจะถูกเขามอบใบหย่าด้วยข้อหาขาดคุณธรรมหึงหวง บัดซบ! สามีมักมากเช่นนั้นผู้ใดอยากแต่งให้เขากัน เพียงแต่ โง่งม เกียจคร้าน อัปลักษณ์ และ ร้ายกาจ นักเขียนมีความแค้นกับนางร้ายตัวประกอบผู้มากเกินไปหรือไม่

ในอดีตเพราะซ่งไป๋ลู่ในนิยายยอมแต่งงานให้พระเอกอย่าง เมิ่งเฟยอวี่ชีวิตอันสงบสุขของครอบครัวจึงสลายหายไป ซ่งต้าลู่ พี่ชายคนโตผู้แสนดีกลายเป็นบุรุษโฉดชั่ว รังแกผู้คน ส่งเสริมทรราช ซ่งหานลู่ น้องชายคนเล็กผู้อ่อนโยนกลายเป็นเศษสวะป่วยตายอยู่ข้างถนน ตั้งแต่เยาว์วัย ส่วนตัวนางซ่งไป๋ลู่ กลายเป็นสตรีไร้คุณธรรมหึงหวงสามีถูกเขามอบใบหย่า ทว่าซ่งไป๋ลู่ที่ตกต่ำถึงเพียงนีี้กลับยังคงคับแค้นใจ ลอบวางยาหวังสังหารหมิงเยว่เล่อ นางเอกต่ำช้าไร้ยางอายผู้นั้น ทว่าชะตานางร้ายหรือจะสู้ลิขิตนางเอก ไม่เพียงหมิงเยว่เล่อจะอยู่รอดปลอดภัยตัวนางยังต้องโทษประหารตกตายแทนนาง

บัดซบ! สามีเฮงซวย อีกทั้งมักมากเช่นนั้นผู้ใดอยากได้ก็มารับไป นับจากนี้ซ่งไป๋ลู่ผู้นี้จะหาสามีใหม่ และไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับพระนางคู่นี้อีก ทว่าก่อนหาสามี นางร้ายตัวประกอบที่แสนยากจนเช่นนางคงต้องหาเงินมาซื้อข้าวสารกรอกหม้อก่อน

…………………………………………………..

นิยายชุด ภรรยา… ชาวสวน

????สามีอยากก้าวหน้าต้องช่วยข้าทำสวน โดย : ชงเมิ่ง

????สามีอยากรวยต้องช่วยข้าทำสวน โดย : ต้ายวี

https://dekd.co/w/n/2539791

????สามีอยากหย่าต้องช่วยข้าทำสวน โดย : Project X

https://dekd.co/w/n/2537690

????สามีอยากดื่มสุราต้องช่วยข้าทำสวน โดย : องค์หญิงโนเนม

https://dekd.co/w/n/2539574

บทนำ

บทนำ

“ซ่งต้าลู่! เจ้าเด็กขี้เกียจ เหตุใดวันนี้ไม่ไปทำนา!”

“ท่านป้าใหญ่ อาไป๋ไม่สบายขอรับ วันนี้ข้าจึงต้องดูแลนาง”

“ก็แค่เป็นไข้จะต้องดูแลอะไรกันมากมาย อาหานก็อยู่ไม่ใช่หรือไง”

“น้องเล็กยังเด็กไม่รู้จักวิธีดูแลคน ท่านป้าใหญ่วันนี้ข้าไปช่วยงานท่านไม่ได้จริงๆ ขอรับ”

“หน๊อย! เจ้าเด็กสารเลวกล้าต่อปากต่อคำกับข้าหรือ ดี! ในเมื่อวันนี้เจ้าไม่ทำงาน เช่นนั้นก็ไม่ต้องกินข้าว”

เสียงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น ซ่งไป๋ลู่ค่อยๆ ปรือตาตื่นภาพตรงหน้าแม้ไม่ชัดเจน หากแต่ก็ทำให้คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันแน่น

ที่นี่… ที่ไหนกัน ในขณะที่กำลังตั้งคำถามกับตนเอง ภาพเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เคยพบเจอ ก็ไหลเข้ามาในความคิด ซ่งไป๋ลู่ เจ้าของชื่อที่เหมือนกับนางผู้นี้เป็นบุตรคนที่สองของ ซ่งไห่เฟิง ปีนี้นับอายุได้สิบขวบ ส่วนเด็กชายที่กำลังเช็ดตัวให้นางอยู่ตอนนี้คือ ซ่งต้าลู่ พี่ชายคนโตวัยสิบสี่ปีของนาง

“น้องเล็กเจ้ามาเช็ดตัวให้พี่รองของเจ้า พี่ใหญ่จะไปต้มข้าว”

สิ้นคำสั่งของซ่งต้าลู่ ซ่งหานลู่เด็กชายวัยห้าขวบที่ร่างกายผอมแห้งแคะแกรนราวกับมีอายุเพียงสามขวบก็ปีนขึ้นเตียงมานั่งข้างๆ นาง มือเล็กๆ ของเขาหยิบผ้าสีหม่นบิดน้ำเช็ดตัวให้นางอย่างใส่ใจ

“พี่รอง ท่านหนาวหรือไม่”

น้ำเสียงที่เอ่ยถามด้วยความห่วงใยแฝงความหวาดกลัวอยู่ในที หากแต่ซ่งไป๋ลู่ที่กำลังสับสนกับเรื่องราวตรงหน้าไม่มีเวลามาวิเคาะห์ผู้อื่นทำได้เพียงเอ่ยขอบคุณเสียงแหบแห้ง

“ขอบใจเจ้ามาก”

ขอบใจ ยามที่นางเอ่ยประโยคนี้ดวงตากลมใสของเด็กชายก็เบิกกว้างขึ้น มือเล็กสั่นน้อยๆ ก่อนจะขยับตัวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว

“เช่นนั้นข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ท่านลุงอี้บอกว่าคนป่วยต้องนอนพัก พี่รองท่านนอนมากๆ จะได้หายไวๆ”

ซ่งไป๋ลู่ลอบมองเด็กชายตัวน้อย ที่แม้มีท่าทางหวาดกลัวนางอยู่ในที แต่มือเล็กก็ยังคงหยิบผ้าห่มผืนบางที่ปะชุนจนจำสภาพเดิมไม่ได้ห่มลงบนร่างของคนบนเตียงแล้วถืออ่างน้ำเดินออกไป

ที่แท้แล้วนางอยู่ที่ใดกันแน่

เมื่อได้อยู่ตามลำพังซ่งไป๋ลู่จึงได้ทบทวนเรื่องราวของตนเองอย่างละเอียดอีกครั้ง ตัวนางคือซ่งไป๋ลู่ นักรีวิวนิยายประจำเพจชื่อดังที่มีผู้ติดตามถึงห้าล้านคน ภาพสุดท้ายในความทรงจำของนางก็คือ นางและเพื่อนๆ นักรีวิวนิยายอีกสามคนนัดเจอกันที่ร้านกาแฟชื่อดังประจำเมือง

“พวกเธอรู้ไหมนิยายเรื่องล่าสุดที่ฉันรับมารีวิวนางร้ายมีชื่อเหมือนฉันทุกตัวอักษรเลย น่าเสียดายที่คนเขียนให้เป็นแค่นางร้ายตัวประกอบ ทั้งเรื่องโผล่ออกมารวมกันยังไม่ถึงสามหน้าก็ถูกพระเอกฆ่าแล้ว”

ซ่งไป๋ลู่บ่นกับเพื่อนๆ ถึงนางร้ายตัวประกอบในนิยายเรื่องล่าสุดที่ตนรับมาทำการรีวิว เพียงแต่สนทนากันได้เพียงชั่วโมงเศษพนักงานร้านกาแฟก็ทำกาแฟหกใส่ปลั๊กไฟข้างโต๊ะที่พวกนางนั่ง กระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างของซ่งไป๋ลู่และเพื่อนๆ ก่อนที่สติของพวกนางทั้งสี่จะดับวูบไปพร้อมกัน

ทว่าเวลานี้นางควรอยู่ในโรงพยาบาลไม่ใช่หรือ เหตุใดยามที่มีสติลืมตาขึ้นอีกครั้งนางก็มาอยู่ในร่างของเด็กน้อยวัยสิบขวบผู้ที่คาดว่าน่าจะเป็นนางร้ายตัวประกอบในนิยายเรื่องที่นางรับมารีวิวผู้นี้เล่า

เพียงแต่ไม่ว่านี่จะเป็นความฝัน หรือเรื่องจริงซ่งไป๋ลู่ผู้นี้จะช่วยพลิกชะตาชีวิตอันน่าสงสารของนางร้ายตัวน้อยผู้นี้ให้เอง

……………………………..

แวะเอาอาลู่มาฝากเนื้อฝากตัวกับรีดค่ะ น้องขยันน่ารัก ใจดี

เนื้อเรื่อวแนวปลูกผักสโลไลฟ์ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ และการขยายกิจการ ส่งเสริมความก้าวหน้าให้คนในบ้าน

บทที่ 1.1 ชีวิตใหม่ข้าขอกำหนดเอง

บทที่ 1.1

ชีวิตใหม่ข้าขอกำหนดเอง

ซ่งไป๋ลู่มองข้าวต้มที่ใสจนแทบไม่ต่างจากน้ำเปล่าตรงหน้าแล้วได้แต่ยิ้มแห้ง แน่นอนว่าเรื่องชีวิตที่แสนยากจนของนางร้ายตัวประกอบผู้นี้ถูกกล่าวถึงในนิยายที่นางรีวิวอยู่บ้าง ทว่าให้จินตนาการอย่างไรซ่งไป๋ลู่ก็ไม่คิดว่านักเขียนจะสร้างความยากจนให้ตระกูลซ่งถึงขั้นนี้

“นี่คือ… ข้าวต้มที่ท่านทำหรือ”

หญิงสาววัยสามสิบที่ยามนี้กลายเป็นเด็กน้อยวัยสิบขวบเอ่ยถามด้วยความสงสัย พลางใช้ช้อนที่แตกบิ่นในมือตักน้ำในถ้วยขึ้นมอง

“อืม… โชคดีที่วันก่อนลูกสาวตระกูลเกาแต่งงาน ในครัวเขามีข้าวสุกเหลือจำนวนมาก พี่จึงเอามาตากแห้งไว้ น้องรองเจ้าไม่สบายรีบกินเร็วเข้า”

ข้าวตากแห้ง บัดซบ! นี่ยังนับว่าเป็นความโชคดีอีกหรือ หากนางย้อยกลับไปได้สาบานว่านางจะใช้นามลับเข้าไปโจมตีคนแต่งเรื่องนี้ให้หนักเลยทีเดียว

จ๊อก… เสียงท้องน้อยๆ ของซ่งหานลู่ดังขึ้นมือเล็กยกขึ้นกุมหน้าท้องของตนแล้วเม้มริมฝีปากเล็ก

“อาการป่วยของข้าดีขึ้นมากแล้ว พวกท่านเองก็ยังไม่ได้กินอะไรใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าวต้มถ้วยนี้เรามาแบ่งกันเถอะนะ”

“ข้าไม่หิวพี่รองท่านกินมากจะได้หายไวๆ”

เสียงเล็กใสเอ่ยบอกรัวเร็ว เขาจะกล้าแย่งของของนางมากินได้อย่างไร ท้องหิวยังคงทนไหว แต่หากถูกนางทุบตีจนขาหักคงยากจะทนได้

“เมื่อครู่ตอนต้มข้าวให้เจ้าข้าเองก็กินมาแล้ว น้องรองเจ้ารีบกินข้าวจะได้กินยา”

เมื่อถูกขยั้นขยอเช่นนี้ซ่งไป๋ลู่แม้รู้สึกละอายใจแต่ก็จำใจยกชามที่แตกบิ่นตรงหน้าขึ้นกินข้าวต้มใส

หลังจากกลืนข้าวต้มที่ซ่งไป๋ลู่แทบสัมผัสไม่ได้ถึงเม็ดข้าวลงท้องแล้ว นางก็ถูกเด็กชายวัยสิบสี่ปีบังคับให้นอนพักต่อ คนถูกบังคับ ถึงกับกุมขมับมองเด็กชายสองคนที่ทำราวกับเป็นผู้ปกครองของนางด้วยความอ่อนใจ

ทว่าเพราะร่างของเด็กหญิงซ่งไป๋ลู่ผู้นี้เองก็อ่อนล้าจากพิษไข้เป็นทุนเดิม ดังนั้นนางจึงไม่คิดโต้แย้งยอมทำตัวเป็นเด็กดีว่าง่าย ทิ้งกายลงนอนตามที่เด็กชายตัวผอมต้องการ เพียงแต่ยามที่เอนกายลงบนเตียงไม้ไผ่ที่แข็งกระด้างคิ้วเล็กก็ขมวดมุ่น แน่นอนว่าความคิดของซ่งไป๋ลู่ตอนนี้ก็คือ

หายดีเมื่อไหร่นางจะต้องทำที่นอนนุ่มๆ เป็นอันดับแรก

หากแต่เพราะนอนหลับมาครึ่งวันแล้ว แม้ร่างกายจะอ่อนล้าแต่ก็ไม่อาจข่มตาหลับ ดวงตากลมใสจึงกวาดมองไปรอบตัว เรือนที่ซ่งไป๋ลู่และพี่น้องทั้งสองของนางพักอาศัยอยู่หลังนี้เป็นเพียงบ้านหลังเล็กๆ ที่มุงด้วยกระเบื้องผุๆ หลายจุดยังมีรอยแตกร้าวจนแสงแดดทะลุผ่านเข้ามา ไม่ต้องคิดถึงยามฝนตกหลังคาเก่าๆ นี้คงไม่อาจช่วยอะไรได้เลย

ดูเหมือนนอกจากฟูกนอนแล้ว หลังคาก็เป็นอีกสิ่งที่นางต้องจัดการแก้ไขโดยเร็ว

เมื่อนอนไม่หลับร่างเล็กก็ค่อยๆ ลงจากเตียง เปิดประตูไม้ที่แทบจะหลุดออกมาจากวงกบหากนางออกแรงมากเกินไป

ประตูนี่ก็ควรต้องจัดการแก้ไขเช่นกัน

เมื่อเดินออกมานอกตัวบ้านดินหลังเล็ก เบื้องหน้าเป็นลานโล่ง ด้านซ้ายมือมีโรงเรือนเก่าๆ ที่คาดว่าน่าจะถูกใช้เป็นห้องครัว เพียงแต่ ทั้งสี่ทิศไร้กำแพง มีเพียงเตาเล็กและกะทะไร้ด้ามใบหนึ่งวางอยู่บนเตา ด้านข้างเป็นชามบิ่นๆ สองสามใบวางซ้อนกันอยู่บนชั้นไม้ไผ่ที่ทำอย่างง่ายๆ

ห้องครัวนี่ก็ควรต้องจัดการแก้ไขเช่นกัน

ดวงตากลมกวาดตามองไปรอบตัวทั้งสี่ทิศ นอกจากหน้าบ้านล้วนมีแต่หญ้าขึ้นรกชัน บ่งบอกถึงการขาดคนดูแล

หญ้าพวกนี้ก็ควรต้องจัดการแก้ไขเช่นกัน

ซ่งไป๋ลู่รู้สึกปวดขมับทั้งสองข้างขึ้นมา เพียงขยับตัวกวาดสายตาก็พบเพียงสิ่งที่ ควรต้องจัดการแก้ไข ไปเสียทุกอย่าง ทว่ายามยกมือทั้งสองข้างของตนเองขึ้นมองแล้วก็ได้แต่นึกสะท้อนใจ

อยู่ในร่างของเด็กสิบขวบเช่นนี้นางจะแก้ไขทุกอย่างได้อย่างไรกัน

……………………………………………..

“พี่รอง พวกเรากลับมาแล้ว”

เสียงของซ่งหานลู่ดังขึ้นที่ด้านนอกก่อนที่ประตูผุๆ จะถูกเปิดออก พร้อมกับร่างผอมแห้งของสองพี่น้องที่เดินเข้ามา ซ่งไป๋ลู่ได้แต่มองดูด้วยความกังวลใจว่าประตูบ้านนี้จะพังลงมาทับเด็กชายทั้งสองหรือไม่

“พี่รอง วันนี้ข้ากับพี่ใหญ่ไปช่วยท่านป้าชุนทำนา พวกเขาจึงแบ่งมันเทศมาให้พวกเราหนึ่งตะกร้า”

เสียงเล็กเจื้อยแจ้วเอ่ยบอกราวกับมีเรื่องยินดียิ่ง ทว่าคนได้ยินกลับขมวดคิ้วแน่น

“เจ้ากับพี่ใหญ่ไปทำนาทั้งวันได้ค่าแรงเป็นเพียงมันเทศหนึ่งตะกร้าเท่านั้นหรือ”

ซ่งไป๋ลู่ไม่รู้เรื่องอัตราการจ้างงานของคนในยุคนี้ แต่แม้ซ่งต้าลู่จะเป็นเพียงเด็กชายวัยสิบสี่ปีและซ่งหานลู่จะมีอายุแค่ห้าขวบ ทว่าอย่างน้อยไปทำงานก็ควรได้ค่าแรงไม่ใช่หรือไร เหตุใดจึงได้เพียงมันเทศหนึ่งตะกร้าเช่นนี้เล่า

“ท่านป้าชุนไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวเช่นนั้น แต่น้องรองเจ้าลืมไปแล้วหรือท่านป้าใหญ่เป็นผู้ดูแลพวกเรา เงินค่าแรงของพวกเราย่อมต้องยกให้นาง”

เป็นผู้ดูแล ต้องยกเงินค่าแรงให้ หึ! สตรีนางนั้นน่ะหรืออย่าใช้คำว่าดูแลเลย เรียกว่ากดยี่ข่มเหงและรีดไถจึงจะเหมาะสมกว่า ซ่งไป๋ลู่ยังคงจำครั้งแรกที่พบเจอคนที่สองพี่น้องเรียกว่า ท่านป้าใหญ่ ได้ดี ในใจพลันนึกค่อนขอดดูแคลน หากแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

ยามนี้ตัวนางอยู่ในร่างของเด็กหญิงวัยสิบขวบผู้อ่อนแอ หากสร้างเรื่องขึ้นมาคำพูดจะมีน้ำหนักสู้สตรีร้ายกาจนางนั้นได้อย่างไร ทว่าแม้ยามนี่นางไม่พูดก็ไม่ได้หมายความว่านางยินดีให้สตรีผู้นั้น
ข่มเหงรังแกตนเองและเด็กชายตรงหน้าทั้งสองคน เพียงแค่เรื่องนี้ต้องวางแผนให้ดีก็เท่านั้น

“พวกเจ้ารอหน่อยพี่จะเร่งไปก่อไฟ คืนนี้เราจะได้กินมันเผากัน”

“เย้!”

เสียงของซ่งหานลู่ร้องอย่างดีใจ ซ่งไป๋ลู่มองท่าทางนี้ของน้องชายแล้วสะท้านในอก ที่ผ่านมาสามพี่น้องตระกูลซ่งต้องใช้ชีวิตยากลำบากแค่ไหนกัน เพียงได้กินมันเผาสักมื้อก็ยินดีถึงเพียงนี้แล้ว

“ข้าเสียงดังรบกวนพี่รองแล้ว”

คนที่กระโดดร้องดีใจหันมาเห็นแววตากลมของพี่สาวจดจ้องมาที่ตนก็เม้มริมฝีปากเล็กเอ่ยเสียงเบา ขยับตัวไปยืนด้านหลังพี่ชายคนโต

“เรื่องแค่นี้จะเรียกว่ารบกวนได้อย่างไร”

ซ่งไป๋ลู่ที่สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวในแววตาเด็กชายตัวน้อยเอ่ยเสียงอ่อนโยน ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าของร่างทำสิ่งใดไว้ เด็กชายหานลู่ผู้นี้จึงได้หวาดกลัวทุกการเคลื่อนไหวของนางได้ถึงเพียงนี้

“พี่ใหญ่ มันพวกนี้ท่านตัดส่วนบนของหัวให้ข้าสักสองข้อนิ้วมือได้หรือไม่”

แม้ซ่งต้าลู่จะไม่รู้เหตุผลที่น้องสาวต้องการเศษหัวมันช่วงบน ทว่าเพียงแค่สองข้อนิ้วมือไม่นับว่ามากมายอะไรเขาจึงพยักหน้ารับคำของนาง

ยามที่ฝืนฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ซ่งหานลู่ก็ประคองหัวมันเผาเข้ามาให้พี่สาวของตน บนแก้มของเขามีรอยถ่านสีดำติดมอมแมมดูแล้วคงลงมือช่วยซ่งต้าลู่เผามันพวกนี้ด้วยอย่างแน่นอน

“พี่รองหัวมันสุกแล้ว ท่านรีบกินตอนที่กำลังร้อนๆ”

ซ่งไป๋ลู่มองท่าทางถือประคองอย่างระมัดระวังราวกับหัวมันในมือเล็กเป็นของล้ำค่าแล้วถอนหายใจยาว ไหล่เล็กสะดุ้งเล็กน้อย รีบเอ่ยบอกอย่างรวดเร็ว

“ข้าไม่ได้แอบกินก่อนท่านนะขอรับ”

จ๊อก… คล้ายกังวลว่านางจะไม่เชื่อคำของเด็กน้อย ท้องแห้งๆ ของเขาจึงได้ส่งเสียงยืนยันออกมา

“ก็แค่หัวมันเทศ หากเจ้าหิวก็กินก่อนได้เลย”

“ท่านป้าชุนบอกว่ามันเทศพวกนี้เป็นของดีที่ลูกชายของนางได้มาจากจวนเจ้าเมืองราคาในตลาดสูงมากทีเดียว ข้าจะกล้ากินก่อนท่านได้อย่างไร”

ตั้งแต่จำความได้ ของดีใดล้วนต้องให้พี่สาวก่อนเสมอ ดังนั้นให้ซ่งหานลู่อยากกินแค่ไหน มันเทศหัวแรกก็ต้องมอบให้คนบนเตียงก่อน

“กินก่อนกินหลังอะไรกัน พวกเราเป็นพี่น้องกันย่อมต้องแบ่งปันกัน”

ซ่งไป๋ลู่เอ่ยบอกเสียงราบเรียบ หากแต่กลับทำให้ดวงตากลมเล็กเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เพื่อแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้า นางจึงเอื้อมไปหยิบมันเผาในมือเล็กมาปลอกกิน

“อืม… อร่อยสมกับที่เจ้าบอกจริงๆ น้องเล็กเจ้าลองกินดูสิ”

“ไม่ได้ขอรับ! พี่ใหญ่บอกว่าพวกเราเป็นผู้ชายต้องเสียสละ ดูแลปกป้องท่าน พี่รองหากท่านชอบข้าจะเอามาให้ท่านอีก”

“น้องเล็กเจ้าเห็นพี่สาวผู้นี้เป็นแม่หมูหรือไรแค่มันหัวเดียวข้าก็อิ่มมากแล้ว ที่เหลือเจ้ากับพี่ใหญ่ก็กินเถอะ”

ซ่งไป๋ลู่ สตรีนางนี้คืออดีตภรรยาของเขาไม่เพียงเป็นหญิงชาวไร่ที่ขาดการอบรมไร้ทั้งการศึกษาและมารยาท แม้แต่รูปร่างก็ใหญ่โตราวหมูแม่พันธุ์ ผิวกายดำกระด้างหยาบกร้านเสียยิ่งกว่าหนังวัวตากแห้ง

เป็นบทบรรยายที่นักเขียนเอ่ยถึงซ่งไป๋ลู่ ดูแล้วสาเหตุที่นางในอนาคตมีรูปร่างเช่นนั้นทั้งที่สถานะทางบ้านยากจนถึงเพียงนี้คงเพราะสองพี่น้องแซ่ซ่งมักมอบของกินที่ดีที่สุดให้กับนางก่อนเสมอเช่นนี้

“ขอบคุณพี่รอง”

คนตัวเล็กเอ่ยขอบคุณหนึ่งคำแล้วก็หมุนตัวจากไป ซ่งไป๋ลู่มองตามแผ่นหลังของเขาแล้วถอนหายใจยาว ไม่ว่าบทบาทของนางร้ายตัวประกอบซ่งไป๋ลู่และพี่น้องของนางในนิยายจะถูกกำหนดไว้เช่นไรล้วนไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะนับจากนี้นางจะเป็นผู้กำหนดบทบาทของตัวละครนี้ด้วยตัวเอง

ในเมื่อมีวาสนาได้พบเจอ ข้าจะปกป้อง ส่งเสริมพวกเขาเอง

……………………………………………..

น้องลู่ ถ้ามันจะขนาดนี้ แม่ว่าสร้างใหม่เถอะลูก

บทที่ 1.2 ชีวิตใหม่ข้าขอกำหนดเอง

บทที่ 1.2

ชีวิตใหม่ข้าขอกำหนดเอง

หลังจากกินมันเผาเสร็จซ่งต้าลู่ก็พาซ่งหานลู่ไปล้างเนื้อล้างตัวที่หลังบ้าน ซ่งไป๋ลู่ลอบมองผ่านหน้าต่างบานเล็กในบ้าน ซ่งต้าลู่ผู้นี้มองผิวเผินคล้ายเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่อ่อนแอ ไร้ความสามารถ ทว่าซ่งไป๋ลู่ผ่านชีวิตมายาวนานย่อมมองออก เด็กชายผู้นี้ไม่อาจดูแคลนจริงๆ

ยามที่ซ่งไป๋ลู่สิ้นลม เมิ่งเฟยอวี่ก็ให้คนนำร่างที่ไร้วิญญาณของนางไปทิ้งที่ป่าตะวันตกอันเป็นสุสานของศพไร้ญาติ ทว่ายามที่หมาป่ากำลังจะเข้ามาแทะกินอาหารอันโอชะ ลำคอของพวกมันก็ขาดสะบั้น ก่อนที่ร่างไร้วิญญาณนั้นจะหายไป

วิเคราะห์ดูแล้วซ่งไป๋ลู่ที่ยามนั้นบิดาและน้องชายล้วนตายจากไปหมดแล้ว ตัวละครข้างกายนางผู้เดียวที่นักเขียนละเว้นไว้ก็คือ ซ่งต้าลู่ พี่ชายใหญ่ผู้นี้นั่นเอง

“พี่รองข้ายกน้ำมาให้ท่านเช็ดตัว”

เสียงเล็กดังขึ้นที่ด้านหลังดึงความคิดของซ่งไป๋ลู่กลับมาสู่ปัจจุบัน ภาพสองพี่น้องที่อาบน้ำหลังเรือนตอนนี้ว่างเปล่าไร้เงาคน เมื่อหมุนตัวกลับมาก็พบซ่งหานลู่ตัวน้อยที่ถืออ่างไม้ใบใหญ่กว่าตัวเดินเข้ามา มือเล็กบิดผ้าสีหม่นส่งให้พี่สาวอย่างใส่ใจ

“ท่านลุงเกาตัดแต่งต้นกุหลาบหน้าบ้าน ข้าจึงเอาดอกกุหลาบที่เขาไม่ใช้เก็บกลับมาใส่น้ำให้ท่าน”

สังเกตจากปฏิกิริยาที่เด็กน้อยตรงหน้ามีต่อนาง เจ้าของร่างเดิมคงไม่ได้ดีต่ออีกฝ่ายนัก ทว่าทองแท้ไม่กลัวไฟ ซ่งหานลู่ผู้นี้กลับยังคงเติบโตเป็นเด็กชายที่ดีถึงเพียงนี้

“น้องเล็กของข้าช่างมีน้ำใจต่อพี่รองจริงๆ ว่าแต่กิ่งกุหลาบที่ท่านลุงเกาตัดทิ้งพรุ่งนี้เจ้าพาข้าไปขอมาปลูกที่บ้านเราได้หรือไม่”

“เจ้าเพิ่งหายป่วยไม่ควรออกจากบ้านไปโดนลม หากอยากได้ตอนฟ้าสางข้าจะไปเอามาให้”

ซ่งต้าลู่ที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยบอก ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าผืนเก่าสีหม่นมาปูบนพื้นแล้วเอนกายลงนอนที่มุมด้านใน โดยมีซ่งหานลู่เดินไปทิ้งตัวนอนอยู่ข้างเขา

พี่ใหญ่บอกว่าพวกเราเป็นผู้ชายต้องเสียสละ ดูแล ปกป้องท่าน

ซ่งต้าลู่ผู้นี้แม้ไม่ใช่คนช่างเจรจา ทว่ากลับเป็นบุรุษที่ดียิ่งนัก เพียงแต่เพราะเป็นเช่นนี้ภายหน้าซ่งไป๋ลู่ผู้นี้จึงกลายเป็นสตรีเห็นแก่ตัว แม้แต่สามีก็ยังเอาไปขายแลกเงิน

……………………………………………

ยามฟ้าสางซ่งต้าลู่ต้มข้าวต้มน้ำใสที่วันนี้มีความข้นมากขึ้นจากการใส่เนื้อมันเทศลงไป รสชาติหวานของมันเทศที่ละมุนลิ้นทำให้ใบหน้าของซ่งหานลู่ยิ้มกว้าง ยกชามข้าวต้มของตนขึ้นจรดริมฝีปากดื่มรวดเดียวหมดถ้วย

“ฝีมือทำอาหารของพี่ใหญ่แม้แต่พ่อครัวใหญ่ในวังก็ยังเทียบไม่ได้จริงๆ”

คนตัวเล็กเอ่ยป้อยอ หากแต่แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงถ้อยคำที่กล่าวเอาใจเขาแต่ซ่งต้าลู่ก็ยิ้มรับอย่างพอใจ

“นี่หัวมันเทศที่เจ้าให้ข้าหั่นไว้ให้”

ซ่งต้าลู่ส่งตะกร้าสานที่มีหัวมันเทศยาวขนาดสองข้อนิ้วมือนับสิบชิ้นวางอยู่ให้น้องสาว ซ่งไป๋ลู่รับมาแล้วเอ่ยขอบคุณ ยามที่สองพี่น้องออกจากเรือนไปช่วยคนเป็นป้าทำนา คนป่วยที่ถูกสั่งให้นอนบนเตียงก็เดินออกมาด้านนอก เอาหัวมันเทศที่ถูกหั่นเอาไว้ปักแช่น้ำก่อนที่จะกวาดตามองรอบๆ หยิบถังไม้เก่าที่แตกรั่วจนใช้งานไม่ได้กับจอบใบเล็กขนาดพอดีมือแบกไปหลังเรือน

ภาพต้นหญ้าที่สูงราวครึ่งจั้ง (หนึ่งจั้งประมาณสามจุดสามเมตร) ทำเอาใบหน้าของซ่งไป๋ลู่เจื่อนลงในทันที หากเป็นนางในวัยสามสิบการจัดการต้นหญ้าพวกนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ตอนนี้นางเป็นเพียงเด็กน้อยวัยสิบขวบ ให้ใช้เวลาตลอดฤดูร้อนนี้ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะจัดการป่าหญ้าตรงหน้านี้ได้

ทว่าไม่มีสิ่งใดที่ไป๋ลู่คนนี้จะทำไม่ได้ ก็แค่ป่าหญ้าสามหมู่เท่านั้น แต่ตอนนี้นางต้องจัดการเรื่องมันเทศเสียก่อน

ร่างกลมป้อมนั่งลงหยิบดินบนพื้นขึ้นมาตรวจดู โชคดีที่ดินหลังบ้านของนางเป็นดินร่วนซุยที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มือเล็กจับจอบยกขึ้นขุดดิน เพียงแต่ไม่รู้เพราะร่างกายนี้ยังเด็กเกินไป หรือตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยออกแรงทำงานหนักกันแน่ เพียงขุดดินแค่หนึ่งถังก็เหนื่อยหอบ สองมือแดงก่ำขึ้นตุ่มน้ำใส

หากให้สองพี่น้องแซ่ซ่งเห็นแผลบนมือนี้เข้าต้องเป็นเรื่องแน่ๆ

ซ่งไป๋ลู่มองมือตนเองแล้วกังวลขึ้นมา แม้จะบอกว่าซ่งไป๋ลู่เป็นตัวร้ายที่พระเอกอย่างเมิ่งเฟยอวี่เกลียดชังเข้ากระดูกแต่ในสายตาของสองบุรุษแซ่ซ่ง โดยเฉพาะซ่งต้าลู่ ซ่งไป๋ลู่เปรียบดั่งไข่มุกกลางฝ่ามือที่พวกเขาล้วนทะนุถนอมอย่างดี หากมาเห็นแผลบนมือนี้คงต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ หญิงสาวในร่างเด็กน้อยถอนหายใจยาว ยกถังดินขึ้นบ่าเล็กเดินโซเซไปมาอย่างยากลำบาก ก่อนจะหยุดเท้าที่ข้างเรือนแล้วนำหัวมันเทศที่แช่น้ำเอาไว้มาปักลงดิน

ท่านป้าชุนบอกว่ามันเทศพวกนี้เป็นของดีที่ลูกชายของนางได้มาจากจวนเจ้าเมืองราคาในตลาดสูงมากทีเดียว

หากเป็นเช่นที่ซ่งหานลู่เคยเอ่ยบอก ภายหน้าถ้าหากนางสามารถเพาะมันเทศนี้ออกมาขายได้ ก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องเงินในบ้านแล้ว

ริมฝีปากบางยิ้มกว้าง หยิบเคียวเดินกลับไปที่หลังเรือนอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เกี่ยวต้นหญ้งสูงลงมา โดยเลือกเกี่ยวที่กลางพงหญ้าออกมาก่อนเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตจนถูกสองพี่น้องแซ่ซ่งรู้ทัน

ยามที่ดวงตะวันเคลื่อนตัวเกือบตรงศรีษะ ซ่งไป๋ลู่ก็รีบมุดออกมาจากพงหญ้าล้างคราบเหงื่อไคลบนตัวแล้วกลับเข้าไปในบ้าน ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างว่าง่าย

“พี่รอง!”

เสียงของซ่งหานลู่เอ่ยเรียกอยู่นอกบ้าน ก่อนประตูพุๆ จะเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กที่เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าซ่งไป๋ลู่ โดยเว้นระยะห่างอยู่ถึงสามก้าวและมีท่าทีหวาดหวั่นเล็กน้อย มือเล็กๆ ยื่นออกมากลางฝ่ามือมีก้อนแป้งสีเหลืองหม่นอยู่หนึ่งก้อน

“พี่รองข้าเอาซาลาเปามาฝากท่าน”

มือเล็กสั่นเทาน้อยๆ ใบหน้าตอบก้มลงหากแต่หางตาลอบมองปฏิกิริยาของคนเป็นพี่ ซ่งไป๋ลู่มองดูซาลาเปาที่เย็นจนแป้งแข็งในมือของซ่งหานลู่แล้วขมวดคิ้วเล็ก ทว่ายามที่เห็นแววตาคาดหวังของน้องชายตัวน้อยก็แสร้งทำท่าตื่นเต้นดีใจเยี่ยงเด็กน้อยไปกับเขา

“ซาลาเปา น้องเล็กเจ้าไปเอามาจากที่ไหนกัน”

“เป็นพี่สามชุนลูกสาวของท่านป้าชุนแบ่งให้ข้า ข้าจึงเก็บเอาไว้อย่างดีเพื่อเอามาฝากท่าน”

ซ่งไป๋ลู่เม้มริมฝีปากบางมองเด็กชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกเต็มตื้นในอกก่อนจะรับซาลาเปาจากมือเด็กน้อยมาฉีกกิน

“อ่ะ… แป้งแข็งมาก”

ซ่งไป๋ลู่แกล้งเอ่ยเสียงขุ่นไม่พอใจก่อนจะเอาซาลาเปาในมือส่งให้เด็กชาย ซ่งหานลู่คิดว่าตนเองนำของไม่ดีมาฝากพี่สาวใบหน้าก็พลันซีดเผือกลองกัดกินซาลาเปาในมือด้วยความกังวล

“อร่อยหรือไม่”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของคนตรงหน้า เด็กน้อยก็รู้ว่าถูกอีกฝ่ายหลอกให้กินซาลาเปาลูกนี้ ทว่าเมื่อมองดูก็พบว่าเมื่อครู่เขากัดไปคำใหญ่มาก ตอนนี้แทบไม่เหลือให้อีกฝ่ายได้กินเลย

“พี่รองข้าขอโทษ ซาลาเปานี่…”

ซ่งไป๋ลู่ย่อมรู้ความคิดของเด็กชายนางจับมือเขามากอบกุมเอ่ยเสียงอ่อนโยน

“น้องเล็ก ข้าดีใจมากที่เจ้ากับพี่ใหญ่เสียสละเพื่อข้ามาโดยตลอด แต่พวกเราเป็นพี่น้องกัน เจ้ากับพี่ใหญ่ปรารถนาให้ข้าได้กินของอร่อย ได้ใช้ของดีๆ ตัวข้าเองก็ปรารถนาเช่นนี้ต่อเจ้าและพี่ใหญ่เช่นกัน”

“พี่รอง…”

ดวงตากลมของเด็กชายแดงก่ำ สบแววตาของพี่สาวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ ในที่สุดพี่สาวก็มองเห็นความตั้งใจของเขา

“เช่นนั้น… ต่อไป… ต่อไปท่านจะไม่ทุบตีข้า ด่าทอข้าแล้วใช่หรือไม่”

รอยยิ้มของซ่งไป๋ลู่พลันแข็งค้าง แม้ความทรงจำมากมายของเด็กน้อยซ่งไป๋ลู่ผู้นี้จะไหลเข้ามาในความคิดนาง แต่เรื่องเลวร้ายที่นางกระทำกับคนในบ้านกลับไม่มีเลยสักนิด ช่างเป็นเด็กดีเสียจริงๆ ความผิดของตนเองกลับไม่เคยจดจำเลยสักนิด

……………………………………………

หานลู่ น่ารัก น่าเอ็นดูที่สุด

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...