โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เน็ตไอดอลชื่อดัง เล่าแม่เคยไล่แฟนออกจากบ้าน เหตุเพราะรับไม่ได้ อยากให้มีเมียแก่

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 มี.ค. 2567 เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2567 เวลา 06.16 น. • The Bangkok Insight

ฟลุ๊ค กะล่อน แม่เคยไล่แฟนออกจากบ้าน เพราะรับไม่ได้ อยากให้มีเมียแก่จะเลี้ยงเราได้ตั้งแต่เด็ก แต่เราก็พาแฟนมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง 1-2 ปีก็เริ่มมองหน้ากันได้ คุยกันได้

เปิดใจแบบหมดเปลือกเน็ตไอดอลชื่อดัง ฟลุ๊ค กะล่อน หรือ ฟลุ๊ค ธรรณพ แสงโอสถ เล่าอดีตชีวิตที่เติบโตในกรมทหาร ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร สู่เส้นทางเน็ตไอดอล เปิดตัวเป็น LGBTQ ทำแม่รับไม่ได้ เพราะอยากให้มีเมียแก่ ถึงขนาดไล่แฟนหนุ่มออกจากบ้าน ต้องฝ่าฟันอุปสรรคความรัก 9 ปี ในรายการ WOODY FM

ฟลุ๊ค กะล่อนเล่าแม่เคยไล่แฟนออกจากบ้าน เพราะรับไม่ได้ อยากให้มีเมียแก่

คุณโตขึ้นมาด้วยประสบการณ์ชีวิต เรียนรู้เยอะมาก และผ่านดราม่ามาทุกรูปแบบ?
ฟลุ๊ค : คือเยอะมาก เคยนึกย้อนกลับไปว่าถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ได้แข็งแรงเท่าหนู หรือเข้มแข็งเท่าหนู ตอนนี้เขาจะเป็นยังไง มันหนักมาก ๆ ถึงขั้นที่โดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ด้วยแค่คำพูดของชาวเน็ตที่สร้างเรื่องขึ้นมา มันสามารถทำให้เราแย่ลงได้เลย

รู้สึกเฟลขนาดไหน?
ฟลุ๊ค : ต้องบอกว่าโชคดีที่คนรอบข้างเราดีมากๆ ตัวหนูเองเป็นคนไม่อ่านคอมเมนต์ 99% ไม่อ่านเลย เพราะฉะนั้นทุกคนจะถามว่าผ่านมาได้ยังไง เพราะมันมาก ๆ มันเคยติดเทรนด์ทวิตเตอร์ สิ่งที่หนูตอบคือ ไม่ได้อ่านค่ะ (หัวเราะ) แค่นั้นเลย

ไม่อ่านแล้วมันก็จะผ่านไปเหมือนทุกอย่างบนโลกใบนี้?
ฟลุ๊ค : ใช่ค่ะ รู้สึกว่าสิ่งที่เขาเห็นมันเป็นแค่เสี้ยวเดียวของชีวิตเรา เราลงรูปก็ยังต้องแต่งรูป เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ 100% ในชีวิตเราแน่นอนที่เขาเห็นคือนิดเดียว ถ้าจะตัดสินตรงนั้น ก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้ซีเรียส หรือไม่ได้สนใจอะไร เพราะรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

คุณเกิดมาในครอบครัวแบบไหน?
ฟลุ๊ค : โตในกรมทหารเลย อยู่ในบ้านพักสวัสดิการ พ่อเป็นลูกจ้างประจำ เหมือนโตจากทหารเกณฑ์แล้วนายรักก็ได้สอบจนเป็นลูกจ้างประจำอยู่กรมขนส่ง ทุกอย่างเป็นรั้วรอบขอบชิดมาก โรงเรียนที่เรียนก็เป็นประตูติดกับกรมทหารเลย

แล้วการเป็น LGBTQ ในกรมทหารเป็นยังไง?
ฟลุ๊ค : ไม่มีโอกาสได้คิดค่ะ เพราะว่าฐานะก็ไม่ได้ดี แล้วก็โทรศัพท์หนูก็มีตอน ม.2 แล้ว ก็ไม่รู้ว่าอะไรคือ LGBTQ รู้แค่ว่า ณ ตอนที่เรากำลังเรียนอยู่ทั้งชั้น มีเพื่อนคนหนึ่งที่ถูกล้อว่าตุ๊ด ซึ่งเราไม่อยากโดนแบบนั้น ก็เลยทำตัวปกติเหมือนเด็กผู้ชาย อยู่ในแก๊งผู้ชาย เพราะไม่รู้ว่าอันไหนคือตุ๊ด อันไหนคือกะเทย ต้องทำตัวยังไง

เราได้ยินพ่อแม่ปลูกฝังตลอดว่าเราต้องเป็นทหาร ไม่มีโอกาสได้รู้มากกว่านั้นเลย เรียนเสร็จก็เข้าบ้าน ตอนเย็นก็ไปเตะบอล เตะตะกร้อ เล่นปิงปอง เขาไปไล่ตีกันเราก็ไปด้วย เคยโดนฟันด้วยที่หลังโรงเรียนตอนปิดเทอม เผลอโดนลูกหลงโดนขวานฟันข้างหลัง เย็บ 8 เข็ม ตอนอายุ 15

ค้นพบว่าเราชอบอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่นตอนไหน?
ฟลุ๊ค : ตอนนั้นพ่อเสียแล้วค่ะ ยังไม่มีใครรู้เลย รวมทั้งเพื่อนสนิทไม่มีใครรู้เลยว่าเราเป็นอะไร ตัวเราเองเวลาอาบน้ำจะมีการส่องกระจกว่าเราเป็นอะไร ไม่ได้อยากจะเป็นผู้หญิง ก็ไม่ได้ชอบที่เป็นอยู่ แต่เป็นอะไรก็ไม่รู้ จนกระทั่งพ่อเสีย เราก็ถูกแชร์รูปไปทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น เลยได้คุยกับแฟนก็คือคนปัจจุบัน คุยเล่นแบบพี่น้องคุยกันไปเรื่อยๆ เกือบ 2 ปี เป็นวันที่เรารู้สึกว่าหาเงินได้ ทำงานได้แล้ว เลี้ยงแม่ได้เพราะพ่อเราไม่อยู่แล้ว

เลยรู้สึกว่าพร้อมจะบอกกับทุกคนแล้วว่าคุยกับคนนี้อยู่ คนนี้คือแฟนเรา ก็เลยพามาหาแม่ แล้วก็บอกเพื่อนทุกคนพร้อมกันหมดว่าคนนี้เป็นแฟนฉัน ทุกคนก็ตกใจมากๆ รวมทั้งแม่ แม่ก็รับไม่ได้ 100% แล้วก็ไล่แฟนเราออกจากบ้าน แต่เพื่อนทุกคนแฮปปี้รับได้หมด แทบไม่ได้ตกใจอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะแม่จะปลูกฝังว่าเราต้องมีเมียแก่นะ เพราะเมียแก่จะเลี้ยงเราได้ตั้งแต่เด็ก แต่เราก็พาแฟนมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง 1-2 ปีก็เริ่มมองหน้ากันได้ คุยกันได้

หลังจากนั้นเขายอมรับการเป็นตัวเรายังไง?
ฟลุ๊ค : เราก็พยายามบอกแม่ว่าสุดท้ายแล้วแม่ไม่ใช่เจ้าชีวิตหนู แม่ก็คือแม่ หนูก็คือหนู เพราะฉะนั้นก็ต้องมีชีวิตของหนู แล้วรู้สึกว่าถ้าเรารักใคร แม่ก็ควรจะรักด้วย เพราะเขาไม่ได้มาไม่ดีหรืออะไร เราคุยกันมาก่อน 2 ปีกว่าจะมีวันนี้ด้วยซ้ำ ก็อธิบายให้เขาฟัง ต้องบอกว่าแม่มีความหัวโบราณหน่อย เขาก็ค่อยๆ เข้าใจมากขึ้น ว่าเราอยู่ด้วยกันแล้วเป็นยังไง สนับสนุนกันดีแค่ไหน เรามีชีวิตที่ดีขึ้นยังไงบ้าง คิดว่าแม่ก็น่าจะเห็นตรงนั้นแล้วก็แฮปปี้

ในวันที่คุณพ่อและคุณแม่จากไป คุณได้เห็นอะไรบ้าง?
ฟลุ๊ค : ครั้งแรกตอนที่พ่อจากไปก็รู้สึกว่ายังมีแม่อยู่ ชีวิตไม่ได้ขาดอะไรมากขนาดนั้น จนกระทั่งวันที่แม่ไป มีหลายอย่างที่ตั้งใจไว้จะทำด้วยกันแต่ยังไม่ได้ทำหรือยังไม่ได้ลา ตอนนั้นที่เขาอยู่ เราก็รู้สึกว่าย้ำคิดย้ำทำอะไรหลายๆ อย่างที่เราต้องเจอกับแม่

แต่พอเขาไม่อยู่จริงๆ จุดที่เราต้องเดินผ่านตรงนั้นที่เขาจะนั่งอยู่เป็นประจำที่เขาจะคอยทักเรา รู้เลยว่า โอ้โห! ตรงนี้ที่แม่เขาเป็นห่วงเราจริงๆ ที่เขาบอกเราตลอด แต่เราก็บ่นเขาจะถามอะไรนักหนา ตอนที่อยู่เราไม่เคยพูดดีกับเขาเลย พอถึงเวลาไปจะพูดดีเขาก็ไม่ได้ยินแล้ว ก็มีเสียใจบ้างตรงนี้ แต่ดีว่าช่วงปีนั้นเป็นปีที่มีความสุขกันทั้งเรา แม่ และแฟน ก็เลยไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่ยังตกค้างกันอยู่ ทุกอย่างแฮปปี้

คุณคบกับ มั้น กี่ปีแล้ว?
ฟลุ๊ค : 9 ปีค่ะ เจอกันในโซเชียล Facebook ค่ะ ก็เหมือนเขาทักมาว่ารับแอดหน่อย แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพื่อนผู้หญิงยืม Facebook เขาทักมา เพราะว่า Facebook ของน้องผู้หญิงคนนั้นเราไม่ได้ตอบ แล้วผู้หญิงคนนั้นเขาสงสัยว่าเราจะเป็นเกย์หรือเปล่า ไหนลองเอาของเพื่อนผู้ชายทักสิ ซึ่งเราตอบเขา แต่เราไม่ตอบน้องผู้หญิง (หัวเราะ) ก็เลยเป็นที่มาได้คุยกัน ประมาณ 2 ปีกว่าจะคบกัน แต่ถ้ารวมก็คือ 11 ปีค่ะ

ชอบอะไรในตัวมั้น?
ฟลุ๊ค : คือ 2 ปีนั้นเราคุยกันแบบพี่น้อง เพราะเราก็ยังไม่ได้เปิด เพราะไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร คุยเรื่อยเปื่อยจนรู้สึกว่าคนนี้เรากล้าเล่าหลายๆ เรื่อง กล้าเล่าเรื่องที่บ้าน เขาเป็นคนที่พร้อมจะรับฟังเราทุกเรื่องเลย ดีมาก ๆ แล้วก็คอยแนะนำ ทั้ง ๆ ที่เขาเด็กกว่าเรา 3-4 ปี บางอย่างที่เขาแนะนำมาเราขาดตรงนี้จริง ๆ เลยรู้สึกว่าชอบเขา และเอ็นดูเขามาก ๆ

การคบกัน 9 ปีก็ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวทุกรูปแบบ?
ฟลุ๊ค : เยอะมาก ต้องบอกว่ามั้นคบกันวันแรกก็คือย้ายของมาอยู่ด้วยกันเลยตั้งแต่วันแรก ตอนนี้ก็อยู่กันมา 9 ปีบ้านเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็จะเจอทุกอย่างที่แบบพ่อแม่เจอยังไง เราก็เจอแบบนั้นตั้งแต่แรกเลย ทะเลาะเรื่อยเปื่อยแบบจะกินอะไร แต่ไม่มีทะเลาะเกี่ยวกับเรื่องชู้สาว จะมีแค่การใช้ชีวิตเพราะเราอยู่ด้วยกัน ก็จะได้เห็นทุกอิริยาบถทั้งของเขาของเรา 24 ชั่วโมง

รักอะไรในเขาคนนี้?
ฟลุ๊ค : เวลาเราพูดถึงเขาจะมีความสุขมาก คือไม่รู้ว่าเราขาดอะไร แต่ว่าพอมีเขาเข้ามารู้สึกว่าเขาเป็นทุกอย่างให้หนูได้ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามต้องปรึกษาเขาก่อน ก็จะให้คำตอบได้ดีมาก ๆ คือดีใจที่เขาอยู่ทุกช่วงเวลา เขาทำให้หนูโตขึ้นแล้วก็เก่ง มาเติมเต็มทุก ๆ อย่างที่เราไม่รู้

เหมือนเขาเป็นบุคคลที่เกิดมาเพื่อสนับสนุนคุณเลยนะ?
ฟลุ๊ค : มาก ๆ ค่ะพี่วู้ดดี้ ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ 9 ปี เขาเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย ทุก ๆ ครั้งที่พูดถึงเขาจะมีน้ำตาบ้าง ไม่รู้เพราะอะไร ภูมิใจในตัวเขามาก ๆ แล้วก็ดีใจที่ได้เจอเขาด้วย

อนาคตอยากแต่งงานไหม?
ฟลุ๊ค : อยากแต่งงานค่ะ หนูพูดตั้งแต่ปีแรก คือในชีวิตเขาจะคอยออกแบบนั่นออกแบบนี่ให้เรา แต่สำหรับงานแต่งเราขอคิดเอง จะแต่งริมทะเล อยากแต่งธีมฮาวาย พูดตั้งแต่ปีแรกจนทุกวันนี้ก็ยังยืนยันว่าถ้าแต่งขอเป็นแบบนี้นะ จริง ๆ ก็เคยมีแพลนไว้ตั้งแต่ตอน 7 ปี แต่ว่าก็โควิดด้วย

เดี๋ยวก็จดทะเบียนได้แล้ว ซึ่งจะดีกับคุณทั้งคู่ เป็นปีที่ดีของ LGBTQ เชื่อว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน?
ฟลุ๊ค : ถ้าจดทะเบียนได้ จดแน่นอนค่ะ

หลายครั้งที่เราดูในคลิปจะมีการทะเลาะกัน จะดูเหมือนเขาไม่แคร์?
ฟลุ๊ค : ถ้าเล่าให้คนอื่นฟังเขาจะบอกว่าจริงเหรอ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราไม่ได้ทะเลาะกัน เราคุยกัน เหมือนพอเราอยู่ด้วยกันมากๆ แล้วเวลาคุยมันอาจจะมีคำหยาบหรือมีคำแทรกเข้ามาได้บ้างปกติ แล้วเราเป็นคนชอบเสียงดัง ถ้าบางทีเขารู้สึกว่าทำไมต้องเสียงดัง ก็เลยจะทำเสียงดังกลับ เป็นฟีลนั้น เราคุยกันปกติเลย เพราะถ้าทะเลาะกันจริง ๆ จะเงียบหันหลังชนกัน แล้วกลางคืนก่อนนอนถึงจะมาเคลียร์กัน คือถ้าทุกคนยังเห็นว่าเถียงกันอยู่คือปกติ (หัวเราะ) เราจะไม่เคยมีเรื่องค้างคืน ทุกคืนเราต้องเคลียร์จบ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...