โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เกิดใหม่ข้าจะเป็นเถ้าแก่เนี๊ย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 10 มี.ค. 2567 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2567 เวลา 00.00 น.
ตายแล้วเกิดใหม่ก็ขอทำตามฝัน ขอบคุณท่านเทพที่ให้มิติกับนางมา ชีวิตนี้นางจะต้องรวยเป็นเถ้าแก่เนี๊ยผู้ร่ำรวยแห่งยุคนี้

ข้อมูลเบื้องต้น

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง ชื่อตัวละครสถานที่เป็นเพียงชื่อที่ผู้แต่งสมมุติขึ้นมาเท่านั้น

โปรดอ่านเพื่อความบันเทิง

นิยายเรื่องนี้เป็นโลกนิยายที่ผู้แต่งสร้างขึ้นมา ไม่อ้างอิงประวััติศาสตร์ใดๆ

…..ค่าเงิน….

1000อิแปะ = 1ตำลึงเงิน

10ตำลึงเงิน = 1ตำลึงทอง

*** ติดเหรียญนะคะ ***

เกิดใหม่สิบสี่อีกครั้ง

ส้มโอยืนมองร่างของตัวเองที่ถูกหามขึ้นรถกู้ภัยไปจนลับสายตาเธอรู้สึกตกตะลึงจนลืมเสียใจที่ตัวเองตาย

“นังหนูไปกับข้าเถอะ เวลาของเจ้าบนโลกนี้ได้หมดแล้ว ”

“ท่านเป็นยมฑูตหรอคะ ” ส้มโอหันไปมองชายชราผู้มาใหม่เธอนึกว่าเขาเป็นยมฑูต

ยมฑูตทำไมแต่งตัวแปลกๆยังกับหลุดออกมาจากหนังจีนกำลังภายใน

“ข้าคือเทพชะตา ข้าจะพาเจ้าไปเกิดใหม่ในโลกคู่ขนานที่นั้นเจ้าจะได้เจอเนื้อคู่แล้วนังหนู อย่ามัวแต่เสียใจรีบไปกับข้าเถอะ”

“เกิดใหม่เลยหรอคะ ” ไม่ใช่ต้องไปใช้กรรมก่อนหรอกหรอ

“ใช้แล้วละนังหนู ข้าจะพาเจ้าไปเกิดใหม่ ”

“แล้วได้เกิดเป็นคนอยู่ใช่ไหมคะ ”

“นางหนูเจ้าก็ถามมาได้ต้องเกิดเป็นคนสิ ไปเถอะได้เวลาแล้ว ”

“หนูจะได้เกิดเป็นคนสวยไหมคะ ”

“อืม….ก็สวยนะ ไปเถอะเวลาไม่คอยท่าแล้ว”

พรึ่บ

ท่านเทพชะตาพาส้มโอมายืนอยู่ในกระท่อมไม้หลังหนึ่ง ภายในห้องนอนมีเด็กสาวคนหนึ่งใกล้จะสิ้นลม ดูจากการแต่งตัวแล้วพวกเขาเป็นชนเผาไหนกันนี่ทำไมถึงได้แต่งตัวเหมือนคนโบราณจัง ผู้ชายไว้ผมยามมัดเป็นมวยบนหัว อย่างกับหนังจีนโบราณที่เคยดูในทีวีเลย

“ท่ายเทพจะให้หนูมาเกิดไม่ใช่หรอคะ ทำไมถึงพามาที่นี่ละคะ ”

“นั้นอย่างไรละนังหนูร่างใหม่ของเจ้าค่ะ ”

“ห๊า…ร่างใหม่ ” ส้มโอหันไปมองร่างใหม่ของตนเองให้ชัดๆอีกครั้งหนึ่ง

ไหนบอกว่าสวยไง ยัยเด็กผอมแห้งคนนี้มันสวยตรงไหน

ขอใช้สิทธ์ค่ะ ขอเกิดเป็นหมาคนรวยแล้วกัน

“ท่านเทพคงไม่ใช่หมายความว่าจะให้หนูเข้าไปสิงร่างเด็กสาวคนนั้นหรอกนะ”

“เจ้าคิดถูกแล้วนังหนู ข้าจะให้เจ้าเข้าไปอยู่ในร่างนั้นแทนนาง ”

เทพชะตาบอกส้มโอเมื่อวิญญาณของเจ้าของร่างหลุดออกจากร่าง

“ถึงเวลาแล้วรีบไปเถอะ ”

“ขอพรค่ะ หนูอยากขอพรข้อหนึ่ง” ส้มโอรีบตะโกนขึ้นมาทันทีก่อนจะเข้าร่างใหม่ที่เธอไม่ได้อยากได้สักนิด

“เห็นแก่ที่เจ้าเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ข้าจะให้พรเจ้าหนึ่งข้อจะขออะไรก็รีบๆขอมา ข้ายังมีงานให้ไปทำอีก ”

“ขอมิติที่มีสิ่งของจากโลกเก่าทั้งหมดค่ะ ”

“ได้ข้าจะให้ตามที่เจ้าขอ ตอนนี้ไปได้แล้ว ”

หลังจากเทพชะตาพูดจบส้มโอก็ถูกร่างใหม่ดึงเข้าร่างทันที หลังจากเข้าร่างไปแล้วเรื่องราวของร่างนี้ก็หลอมรวมเป็นหนึ่งกับส้มโอ

ร่างนี้ชื่อว่า อ้ายผิงผิง อายุสิบสี่ปี

มีพี่ชายสองคนชื่อ อ้ายต้าซวน อายุสิบแปดปี

และ อ้ายเหอกวง อายุสิบหกปี

พวกเขาเป็นเด็กกำพร้าที่หนีภัยสงครามของสามแคว้นมาอยู่ที่นี่ได้หนึ่งปี อ้ายผิงผิงก็เกิดล้มป่วยหนักหลังจากนางถูกผลักตกแม่น้ำในช่วงที่อากาศหนาวเย็น อ้ายผิงผิงนอนป่วยอยู่เป็นเดือนร่างกายเริ่มผ่ายผอมจนสิ้นใจไปในที่สุด

“เฮือก ” ส้มโอสะดุ้งลุกขึ้นนั่งทันที่ เธอหันมองซ้ายมองขวา ชายสองคนที่เธอเห็นเมื่อครู่นี้ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

“น้องเล็กเจ้าฟื้นแล้ว ช่างดีจริงๆ ”

“น้องเล็กเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ”

“ข้า…ข้าหิวข้าเจ้าค่ะพี่ใหญ่พี่รอง ”

“ได้ๆข้าจะรีบไปเอาข้าวต้มมาให้เจ้าเดี๋ยวนี้ละ น้องเล็กเจ้ารอสักครู่ ”

อ้ายเหอกวงรีบวิ่งไปหลังบ้านแล้วกลับมาพร้อมกับข้าวต้มถ้วยหนึ่ง

“น้องเล็กข้าวต้ม เจ้ากินเองได้หรือไม่ หรือจะให้ข้าป้อนเจ้า ”

“ข้ากินเองได้เจ้าค่ะ ” ส้มโอในร่างอ้ายผิงผิงคนข้าวต้มในถ้วยแล้วตักกิน คำแรกที่ข้าวต้มสัมผัสกับลิ้นเธอแทบอยากจะหยุดกินหากไม่ใช่เพราะสายตาทั้งสองคู่จ้องมองอยู่

ส้มโอกินข้าวต้มไปได้ห้าคำเธอก็หยุดกิน บอกตรงๆเธอฝืนกินต่อไปไม่ได้จริงๆ

“พี่รองข้าอิ่มแล้วเจ้าค่ะ ”

“เช่นนั้นก็กินยานี้ให้หมด ท่านหมอบอกว่าเจ้าต้องกินยาให้หมด”

“เจ้าค่ะ ” ส้มโอรับถ้วยยาที่อู๋ต้าซวนยื่นมาให้ ส้มโอหรี่ตามองหน้าเขาก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ต้องกินจริงๆใช่หรือไม่พี่ใหญ่ "

“ใช่ ”

"ไม่กินได้หรือไม่ ”

“ไม่ได้ ”

“น้องเล็กเจ้าทนๆกินสักหน่อย กินยาอีกสามเทียบเจ้าก็จะหายแล้ว ”

ใช่น้องเล็กของพวกเจ้าหายไปจากโลกนี้แล้วจริงๆ

ส้มโอได้กลิ่นของยาก็แทบจะสลบกลิ่นของมันการันตีว่ามันต้องขมแน่นอน

อึก อึก อึก

“แฮ่..พรู…” ส้มโอกลั้นหายใจแล้วรีบดื่มยาให้หมดแล้ว ก่อนจะแลบลิ้นออกมาให้ความขมหายออกจากปากของเธอ (นั้นคือความเชื่อของเธอตั้งแต่เด็กๆเมื่อต้องกินยา )

พรที่ขอมา

ที่นี่คือ เมืองจินหลาง แคว้นต้ากวาง

พูดถึงอ้ายผิงผิงนั้นนางมีพี่ชายสองคน พ่อกับแม่เสียชีวิตเพราะเหตุการณ์โรคระบาดระหว่างหนีภัยสงคราม

อ้ายต้าซวนนั้นเป็นพี่ใหญ่ เขาพาน้องชายกับน้องสาวเดินทางรอนแรมมาจนถึงหมู่บ้าน จี้เจา เขาใช้เงินยี่สิบตำลึงเงินซื้อที่ดินรกร้างมาได้ห้าหมู่

หมู่บ้านจี้เจานั้นเป็นหมู่บ้านที่อุดมสมบูรณ์ ด้านหลังยังมีภูเขาให้ชาวบ้านได้ขึ้นไปหาสัตว์ป่า ของป่ามากินและไปขาย

อ้ายต้าซวนกับน้องๆช่วยกันแผ่วถางป่าก่อนจะเริ่มสร้างบ้านไม้กันขึ้นมาเอง

อ้ายต้าซวนนั้นมีฝีมือถักสาน เขาตัดไม่ไผ่มาสานเป็นผนังบ้าน ถึงได้มีบ้านไม้ไผ่ขนาดสองห้องนอนให้สามคนพี่น้องได้อยู่อาศัย อยู่มาวันหนึ่ง้ายผิงผิงเกิดผลัดตกแม่น้ำนางว่ายน้ำไม่เป็นจึงสำลักกินน้ำเข้าไปหลายอึก ก่อนที่นางจะจมหายไปพี่ชายคนโตของนางก็มาช่วยได้ทัน

ส่วนส้มโอนั้น อายุสามสิบปีเธอเป็นครูสอนภาษาจีนโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ

วันเกิดเหตุเธอกำลังเดินข้ามทางม้าลายเพื่อไปโรงเรียนซึ่งอยู่อีกฝั่งขณะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นถนนอยู่ๆก็มีรถมาพุ้งชนเธออย่างแรง

‘ ถูกคนเมาขับรถชนตายที่หน้าโรงเรียน ’ นั้นคือสิ่งที่เธอรู้หลังจากจิตวิญญาออกจากร่าง

ส้มโอเป็นเด็กต่างจังหวัด พ่อกับแม่ของเธอซื้อบ้านย่านชานเมืองให้อยู่เธอกับน้องชายน้องสาว หลังจากเรียนจบปริญญาโท ส้มโอก็สมัครเป็นครูสอนภาษาที่โรงเรียนเอกทันที

หลังจากทดสอบทักษะความรู้เสร็จ ผ่านไปสามวันเธอก็ได้รับข่าวดี

ส้มโอทำงานเป็นครูที่นี่ได้แปดปีแต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาตายที่หน้าโรงเรียนแห่งนี้

“น้องเล็กข้ากับพี่ใหญ่จะขึ้นเขาแต่เช้า พรุ่งนี้เจ้าหิวก็กินแผ่นแป้งย่างไปก่อน รอข้ากลับมาแล้วข้าจะทำอาหารให้เจ้ากิน”

“เจ้าค่ะพี่รอง ”

“นี่ก็ดึกแล้ว เจ้ารีบพักผ่อนเถอะจะได้หายป่วยไวๆ ”

“เจ้าค่ะ ”

หลังจากพี่ชายหมาดๆทั้งสองจากไปส้มโอในร่างอู๋ผิงผิงก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอขอพรท่านเทพชะตาเอาไว้

“ไหนลองมาดูสิว่าพรที่ขอจะได้ดั่งที่หวังหรือเปล่า ”

ส้มโอทดสอบเรียกสิ่งของออกมาดูอย่างแรกเลยคือช็อคโกแลต กับน้ำดื่ม เธอหิวมากขอกินของโปรดก่อนแล้วกัน

พรึ่บ พรึ่บ

ช็อคโกแลตกล่องหนึ่งกับน้ำดื่มขวดขนาดหนึ่งจุดสองห้าลิตรก็มาอยู่ในมือของเธอ ส้มโอที่ยังรู้สึกขมปากขมลิ้นจากยาถ้วยดำเมื่อครู่รีบแกะช็อคโกแลตหนึ่งลูกเข้าปากเคี้ยวกินทันที

“ค่อยยังชั่วหน่อย ”ส้มโอลูบท้องที่แน่นตึงขึ้นมาหลังจากดื่มน้ำไปครึ่งขวดใหญ่

ต่อมาส้มโอก็ทดสอบเรียกสิ่งของอื่นๆออกมาจนแน่ใจแล้วว่าตัวเธอนั้นมีมิติบ้าน และยังสามารถหยิบจับสิ่งของออกมาใช้ได้ไม่มีวันหมดอีกด้วย

มิติจองเธอคือบ้านของเธอสิ่งของที่สามารถหยิบจับออกมาได้ทุกอย่างยุกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้า

“ ไม่เป็นไร ใช้เตียงน้ำมัน กับเทียนก็ได้ ” พอพูดถึงเทียนเธอก็นึกถึงเทียนแท่งมีกลิ่นที่พึ่งจะซื้อมาตอนที่ไปเที่ยวตลาดโอท็อป

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านเทพชะตา หนูสัญญาว่าจะเป็นอู๋ผิงผิงที่มีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์เจ้าค่ะ ”

“ต่อไปนี้ข้าคือ อ้ายผิงผิง และอันดับแรกข้าต้องบำรุงร่างกายที่ผอมแห้งนี้ขึ้นมาเสียก่อน”

อ้ายผิงผิงมีความสุขกับพรที่นางนั้นขอมาได้ ที่นอนแข็งๆกับเตียงไม้ไผ่ นางอยากจะเปลี่ยนเป็นเตียงไม้สักกับที่นอนนุ่มเด้งของนางในมิติจะแย่ แต่กลัวพี่ชายทั้งสองคนตกใจคิดว่านางเป็นปีศาจเสียก่อน

พอนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองจะต้องมาอยู่ที่นี่มาเป็นน้องสาวของพวกเขา นางควรจะบอกเรื่องนี้กับพวกเขาเวลาจะหยิบอะไรออกมาจะได้สะดวกไม่ต้องคอยหลบๆซ่อนๆอีกต่อไป

“ข้าต้องหาวิธีบอกพวกเขา ใช่ต้องบอกเอาตามนี้ละ "

หวังว่าพี่ชายทั้งสองจะไม่กลัวนางแล้วไล่นางออกจากบ้านไปเสียก่อนนะ

……

เช้าวันต่อมา

อ้ายต้าซวนกับอ้ายเหอกวงออกจากบ้านแต่เช้ามืด พวกเขารีบขึ้นเขาไปกลัวจะไม่ทันชาวบ้าน

เมื่อสามวันก่อนมีฝนตกลงมาติดต่อกันหลายวันทำให้บนภูเขามีผักป่า สมุนไพรป่าโผล่ขึ้นจากดิน บ้างก็แตกกิ่งขึ้นมา รอให้พวกเขาไปเก็บ

แสงอาทิตย์ลอดผ่านผนังบ้านมันแยงตาจนทำให้อ้ายผิงผิงต้องลืมตาตื่น นางค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นมานั่งบิดขี้เกียจ

“มันกี่โมงกี่ยามแล้วนี่ ” อ้ายผิงผิงมองไปที่หน้าต่างนางลุกขึ้นเดินไปเปิดหน้าต่างมองออกไปเห็นแต่ต้นไม้ใบหญ้า ไกลออกไปก็เห็นภูเขา ที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ นางก็นึกว่าจะไกลมากกว่านี้เสียอีก

“เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้วภูเขาน่ะนึกว่าจะเดินไกลกว่านี้เสียอีก ”

นางเดินออกจากห้องตรงไปหลังบ้านเพื่อมองหาห้องน้ำนางอยากอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็สระผมที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ลอนเตะจมูกให้หายไปกลายเป็นกลิ่นหอมเตะจมูกแทน

“น้ำในตุ่มมีจึ๋งเดียวจะพอใช้หรอนี่ ”

อ้ายผิงผิงคิดว่าไหนๆก็จะบอกความจริงพวกเขาอยู่แล้ว นางเอาโอ่งมังกรออกมาจากมิติวางเรียงกันสามใบแล้วเปิดน้ำในมิติใส่จนน้ำเต็มทั้งสามใบ

นางมองหาห้องน้ำห้องส้วม อยู่ไหนเอ่ย ? ที่นางเห็นห้องสี่เหลี่ยมไม่มีหลัง เป็นเพียงผนังไม้ไผ่สานสี่ด้านเหลือช่องว่าให้เดินเข้าไป ในนั้นมีโอ่งน้ำสองใบ มีใบหนึ่งที่มีน้ำเต็มโอ่งส่วนอีกใบมีครึ่งโอ่ง

“อย่าบอกว่าไม่มีส้วมให้ข้าขับถ่ายนะ ”

อ้ายผิงผิงนึกขึ้นมาได้ว่าพี่ชายมีฝีมือก่อสร้างอยู่บ้าง นางค่อยให้เขาทำห้องส้วมกับห้องอาบน้ำให้นางก็แล้วกัน

“ตอนนี้ไปทำอาหารรอพวกเขาดีกว่า ”

………

ต้นยามอู่ (11.00-13.00 น.)

อ้ายเหอกวงเก็บสมุนไพรป่า ผักป่าได้จำนวนหนึ่งแล้วก็นึกเป็นห่วงน้องสาวขึ้นมา

“พี่ใหญ่พวกเรากลับกันเถอะขอรับ ข้าเป็นห่วงน้องเล็ก ”

“อืมได้ วันนี้ข้าจับไก่ป่าได้ตัวหนึ่งเดี๋ยวจะทำน้ำแกงไก่ให้นางกิน”

“ดีขอรับ ข้าเองก็อยากจะกินน้ำแกงไก่เช่นกัน ”

แต่เมื่อกลับมาถึงหน้าบ้านอ้ายเหอกวงกลับได้กลิ่นอาหารลอยมาเตะจมูกของเขา

“กลิ่นหอมนี่มาจากไหนกัน ใครกันที่ทำอาหารได้กลิ่นหอมน่าชวนกินได้ขนาดนี้ ”

“นั้นนะสิ ”

“แต่จะใครก็ช่างเถอะพวกเรารีบเข้าบ้านกันเถอะ ”

อ้ายต้าซวนเดินไปหลังบ้านเพื่อจะไปจัดการกับไกเขาจะทำแกงไก่ก็ต้องตกใจกับโอ่งน้ำขนาดใหญ่กว่าของเดิมที่มีอยู่แล้วและในโอ่งยังมีน้ำใสจนมองเห็นก้นโอ่ง

“น้ำมาจากที่ไหนทำไมถึงได้ใสขนาดนี้ ”

เขานึกสงสัยว่าโอ่งสามใบนี้ที่มีจนเต็มมันมาจากที่ใด และมาได้อย่างไร ใครเป็นคนนำพวกมันมาตั้งไว้ตรงนี้

บอกความจริง

อ้ายผิงผิง ทำอาหารเสร็จก็ยกไปวางไว้ที่โต๊ะกินข้าว จากนั้นนางก็เดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องของนาง เสียงประตูบ้านเปิดออกนางก็รู้ได้ทันทีว่าพี่ชายทั้งสองนั้นได้กลับมาแล้ว

นางคิดว่าพวกเขาจะต้องประหลาดใจกับสิ่งที่พบเห็นแน่ๆ อ้ายผิงผิงนั่งทำใจและเตรียมคำพูดเพื่อจะพูดกับพวกเขา

“เฮ่อ..อย่าไปกลัวทำใจร่มๆไว้ ท่องไว้ ข้าคืออ้ายผิงผิง ”

นางปลุกปลอบใจตนเองอยู่ภายในห้องครู่หนึ่งเมื่อคิดว่าใจพร้อมกายพร้อมนางก็เดินออกด้านนอกเพื่อไปเผชิญหน้ากับพี่ชายที่อายุน้อยกว่านางคนใหม่ทั้งสอง

ทางด้านอ้ายเหอกวงนั้นเขาเดินเข้ามาในบ้านก่อนพี่ชายก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่ามีอาหารน่าตาน่ากินมากมายวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะอาหาร

เขากำลังตะลึงกับอาหารมากมายบนโต๊ะโดยไม่รู้ตัวว่าน้ำล่ยนั้นไหลย้อยเปียกเสื้อเขา แล้วยังมีข้าวสวยเม็ดสีขาวที่ส่งกลิ่นหอมชวนให้กลืนย้ำลายนั้นอีก

อ้ายเหอกวงเอาแขนเช็ดน้ำลายที่ไหลออกมาจนหมด ก็ได้ยินเสียงน้องสาว

“พี่รองท่านกลับมาแล้วหิวหรือไม่เจ้าคะ มาตะกร้านี้ข้าจะเอาไปเก็บเองท่านมาเหนื่อยๆคงจะหิวแล้วกินข้าวก่อนเถอะเจ้าค่ะ ”

อ้ายเหอกวงที่กำลังตะลึงกับอาหารจนสติเลื่อนลอยไปชั่วขณะถอดสายสะพายตะกร้าแล้วส่งตะกร้าที่มีผักป่าและสมุนไพรป่าอยู่ในนั้นจำนวนหนึ่งให้น้องสาวอย่างว่าง่าย

“แล้วพี่ใหญ่ละเจ้าคะไม่ได้กลับมาพร้อมท่านด้วยหรือเจ้าคะ ”

“กลับมาพร้อมกัน พี่ใหญ่กลับมาแล้วแต่เขาเดินไปหลังบ้าน ”

“อ้อ..เช่นนั้นท่านนั่งรอสักครู เดี๋ยวข้าไปเอาน้ำดื่มมาให้ท่านกับพี่ใหญ่เจ้าค่ะ ”

“อื้อ…อื้อ ได้ ” อู๋เหอกวงพยักหน้า

อ้ายผิงผิงถือตระกร้าไปเก็บหลังบ้านนางเห็นพี่ใหญ่ยืนมองโอ่งน้ำที่นางเอาออกมาสามใบอย่างสงสัย

“พี่ใหญ่ ท่านคงจะสงสัยว่าโอ่งที่มีน้ำเต็มทั่งสามใบนี้มาจากที่ใดใช่หรือไม่เจ้าคะ ”

“ใช่ ”

“ข้าเป็นคนเอาออกมาวางเองเจ้าค่ะ ”

“เจ้าหรือ ? แล้วเจ้าไปเอามาจากที่ใดกัน ”

“ท่านมาเหนื่อยๆไปนั่งพักกินข้าวก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะเล่าให้ท่านกับพี่รองฟังทุกอย่างเองเจ้าค่ะ ”

“ข้าจับไก่ป่าได้ตัวหนึ่งข้าจะทำน้ำแกงไก่ให้เจ้ากิน ” อ้ายต้าซวนชูไก่ในมือให้น้องสาวดู

“เมื่อครู่เจ้าบอกให้ข้าไปกินข้าวเจ้าทำอาหารหรือ ”

“เจ้าค่ะข้าทำอาหารไว้ให้ท่านกับพี่รอง ”

“เจ้าทำอาหาร ” อ้ายเหอกวงถามอีกครั้งเพ่อความแน่ใจเมื่อครู่เขานึกว่าเขาหูฝาด นางบอกว่านางทำอาหาร มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน

“ใช่เจ้าค่ะข้าทำอาหาร ” ทำไมหรือ อย่าบอกนะว่าร่างนี้ไม่เคยทำอาหารเลย

“น้องเล็กเจ้าไม่ชอบทำอาหาร และที่สำคัญเจ้าทำอาหารได้รสชาติแย่มากๆ ” ครั้งนี้ก็คงจะแย่เหมมือนกัน

' พูดแบบนี้สาบานนะว่าเจ้าเป็นพี่ชายข้านะ '

“พี่รอง ท่านจะไม่กินก็ได้นะเจ้าคะข้าไม่ได้บังคับ ”

“น้องเล็กข้ากิน ข้ากินเจ้าอย่าได้น้อยใจไปเลยนะ ” ถึงนางจะมีนิสัยเอาแต่ใจ ขี้เกียจตัวเป็นคนแต่ท่านพ่อท่านแม่ก็สอนให้พวกเขารักและดูแลกันให้ดี

อาหารที่รสชาติเหมือนยาพิษเขาก็จะฝืนทนกินให้ได้

ทางด้านอ้ายต้าซวนเอาไก่ที่ตายแล้ววางไว้ในถังไม้แล้วรีบเดินตามน้องสาวเข้ามาในบ้าน ตอนที่เห็นโอ่งสามใบกับน้ำที่เต็มโอ่งนั้นเขายังตกใจไม่ทันหาย พอมาเห็นอาหารบนโต๊ะเขาถึงกลับรีบหันหน้ามาถามน้องสาวทันที

“น้องเล็กเจ้าจะบอกข้าได้หรือยังว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น อาหารพวกนี้เจ้าไปเอาพวกมันมาจากที่ใดกันหรือว่ามีใครนำมาให้ ”

“พวกท่านทั้งสองนั่งลงดื่มน้ำเย็นๆให้ชื่นใจก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะบอกความจริงกับพวกท่านทั้งหมดตอนนี้ละเจ้าคะ ”

อ้ายผิงผิงเห็นพี่ชายทั้งสองนั่งลงแล้วนางก็เริ่มเล่าความจริงเพียงครึ่งหนึ่งแต่งขึ้นเกินครึ่งหนึ่งให้พวกเขาฟัง

“เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนที่ข้าป่วยนั้น วิญญาณข้าได้หลุดออกจากร่างมันลอยไปยังสถานที่แสนไกลที่นั้นเรียนรู้เรื่องการทำอาหาร ได้เรียนหนังสือ และที่สำคัญข้าได้เจอท่านเทพชะตาเจ้าค่ะ ”

นางหยุดพูดเพื่อมองสีหน้าพี่ชายทั้งสองก่อนจะเริ่มพูดต่อ

“ท่านเทพชะตาพาข้ากลับมาเข้าร่างและยังให้พรข้ามาหนึ่งข้อนั้นก็คือมิติที่มีสิ่งของต่างๆ เช่นโอ่งน้ำ และอาหารพวกนี้อย่างที่พวกท่านเห็น เดี๋ยวข้าจะหยิบอย่างอื่นออกมาให้ดู พวกท่านตั้งสติให้ดีนะเจ้าคะอย่าคกใจจนเป็นลมไปก่อนเล่า ”

พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ

นางหยิบสิ่งของมากมายออกมากองไว้ตรงพื้นบ้านให้พี่ชายทั้งสองได้เห็น นางเห็นว่าพี่ชายทั้งสองเอาแต่นั่งตาโตอ้าปากค้างไม่ยอมพูดอะไรสักคำ

ดีนะที่นี่ไม่มีแมลงวัน แต่ยุงอาจจะบินเข้าไปแทนนะสิ

อ้ายผิงผิงเขย่าแขนพวกเขาก่อนจะเรียกสติให้พวกเขามานั่งฟังนางต่อให้จบ

“พี่ใหญ่ๆ พี่รองๆ พวกท่านฟังข้าอยู่หรือไม่เจ้าคะ ”

“ฟังๆ ข้าฟังเจ้าอยู่ ” อ้ายต้าซวนได้สติกลับมาก่อนนั้นชาย เขาหันมามองหน้าน้องสาวที่ป่วยไม่กี่วันกลับมีความสามารถพิเศษขนาดนี้

“พวกเจ้าทั้งสองฟังคำข้า เรื่องนี้ห้ามบอกใครเป็นอันขนาดเข้าใจหรือไม่ เจ้ารองเข้าใจหรือไม่ ”

“เข้าใจขอรับพี่ใหญ่ ข้าสัญญาด้วยชีวิตว่าจะไม่บอกใครเป็นอันขาด ”

“ข้าก็จะไม่บอกใครแน่นอนเจ้าค่ะพี่ใหญ่ ”

"น้องเล็กเรื่องนี้เป็ฯเรื่องใหญ่ หากพวกเขารู็ว่าเจ้ามีความสามารถเช่นนี้พวกเขาจะต้องแย่งชิงเจ้าแน่ๆถึงตอนนั้นจะต้องมีคนตายมากมาย และอาจจะรวมถึงข้ากับเหอกวงด้วย

“ข้ารู้เจ้าค่ะ พี่ใหญ่ และข้าจะไม่ยอมให้ใครมาจับข้าไปง่ายๆแน่นอนเจ้าค่ะ ”

กว่าจะคุยกันรู้เรื่องและเข้าใจกันก็กินเวลาไปครึ่งชั่วยาม อาหารบนโต๊ะนั้นเย็นจืดชืดไปแล้ว อ้ายผิงผิงเลยเอาอาหารไปอุ่นใหม่

หลังจากกินอาหารเสร็จอ้ายผิงผิงก็เริ่มคุยเรื่องทำการค้ากับพี่ชาย หมู่บ้านนี้ห่างจากเมืองจินหลางเพียงห้าสิบลี้ หน้าปากทางเข้าหมู่บ้านมีเกวียนวัวโดยสารของลุงหวัง ค่าโดยสารเพียงคนละอิแปะ

“พี่ใหญ่ พี่รองพวกเรามาขายของกินดีหรือไม่เจ้าคะ เมืองจินหลางเป็นเมืองที่ใหญ่ผู้คนที่จะไปเมืองตู้อัน เมืองเฉ่าหานก็ต้องผ่านเมืองจินหลางก่อน ข้าอยากจะขายของกินเจ้าค่ะ ”

“ของกินเช่นนั้นหรือ พวกเราไม่เคยขายจะมีคนมาซื้อจริงหรือน้องเล็ก ” อ้ายเหอกวางถามน้องสาว

“เอาอย่างนี้เดี๋ยวข้าจะทำของกินที่ข้าคิดจะทำขายให้พวกท่านกินดูก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ ”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...