โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สกา” เกมพนันที่เดิมพันด้วยบ้านเมือง ใน “มหาภารตะ” คืออะไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 พ.ย. 2567 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2567 เวลา 17.03 น.
“The Fateful Game of Dice” การเล่น “สกา” ระหว่างฝ่ายเการพกับปาณฑพ ศิลปะโมกุล ผลงาน Sangha/Shankara, ปี 1599 (ภาพจาก Free Library of Philadelphia)

“มหาภารตะ” วรรณกรรมชิ้นเอกระดับมหากาพย์ของอินเดีย มีการกล่าวถึงเกมกระดานหรือ “บอร์ดเกม” ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีการเดิมพันหรือพนันกันในระดับ “เอาเป็นเอาตาย” คือเล่นกันถึงขั้นเสียบ้านเมืองเลยทีเดียว… เกมนี้รู้จักกันในชื่อ “สกา”

สกา ปรากฏอยู่ในเนื้อเรื่องตอนหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญ และมีส่วนในการลิขิตทิศทางของตัวละครทั้ง 2 ฝ่ายในมหาภารตะ เพราะเป็นผลให้ตัวเอกฝ่ายธรรม คือ ปาณฑพพ่ายแพ้ในการดวลสกา ถึงขั้นเสียเมือง และทรัพย์สมบัติทั้งปวง ส่วนฝ่ายอธรรมอย่าง เการพก็รุกไล่บดขยี้แบบ “เอาให้จมธรณี” ก่อนแรงกดดันทั้งหลายจะปะทุ จนนำไปสู่มหาสงครามแห่งทุ่งราบกุรุเกษตร ซึ่งก่อความเสียหายด้วยการสังเวยชีวิตของผู้คนมากมาย ทั้งที่สองฝ่ายล้วนแล้วแต่เป็นคณาญาติกันทั้งสิ้น

สกา คือเกมอะไร เล่นยังไงกันแน่?

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่า คำว่า สกา กร่อนมาจาก “ปาสก”(ปา-สะ-กะ) ในภาษาบาลี แปลว่า “บาศก์” หรือลูกเต๋า 6 หน้า

ว่ากันง่าย ๆ สกา (Saca) หรือชัวปัร (Chaupar) ของอินเดีย คือเกมทอยลูกเต๋านั่นเอง วิธีการเล่นจะแบ่งผู้เล่นออกเป็นสองฝ่าย อยู่คนละด้านของ “กระดานสกา” หรือบอร์ดตารางสำหรับให้ “ตัวสกา” เดินตามจำนวนแต้มที่ได้จากการทอยลูกเต๋า ผู้เล่นจะผลัดกันทอยให้ลูกเต๋าตกลงบนบอร์ด แล้วนับแต้มจากลูกเต๋า ผู้เล่นที่ได้แต้มสูงกว่าจะได้สิทธิ์เดินตัวสกาก่อน

ตำแหน่งต่าง ๆ บนบอร์ดจะมีสัญลักษณ์บ่งบอก “สถานการณ์จำลอง” หรือทางเลือกบางประการ เช่น สิทธิประโยชน์ในทางลัด หรือช่องที่อนุญาตให้ฝ่ายตรงข้าง “กิน” หรือ “ฆ่า” ตัวสกาของผู้เล่นได้ โดยการแพ้-ชนะ จะวัดจากจำนวน “ตัวสกา” ที่เหลืออยู่ของผู้เล่นทั้งสองฝ่าย

สกาจึงเป็นเกมที่ต้องอาศัยโชคชะตาระดับหนึ่ง รวมถึงการใช้สมาธิ การอ่านใจ คาดการณ์ เหมาะกับคนใจเย็น หรือผู้ที่ชื่นชอบการใช้ความคิด และเป็นเกมพนันชั้นดี อันมีจุดกำเนิด และความนิยมจากอินเดีย ก่อนแพร่ไปสู่วัฒนธรรมอื่น โดยเฉพาะชนชั้นกษัตริย์ที่มักเดิมพันผล แพ้-ชนะ ด้วยทรัพย์สินศฤงคารมากมายตามศักดิ์ฐานะของตน

ในสังคมไทยเองรับการเล่นสกาจากอินเดียมาแต่สมัยโบราณ สันนิษฐานว่าสมัยกรุงศรีอยุธยามีการเล่นสกากันแล้ว แต่กติกาจะเหมือนต้นฉบับมากน้อยเพียงใดนั้นไม่ทราบ นอกจากนี้ ยังปรากฏการเล่นสกาในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น พระนลคำหลวง พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ที่เล่าถึงพระนลผู้เล่นพนันสกาจนเสียเมือง

การเล่นสกาแบบไทย จะใช้ลูกเต๋าทอดในอุปกรณ์ที่เรียกว่า “เติ่ง” แล้วเดินตัวสกาตามแต้มลูกเต๋า แต่ละฝ่ายมีช่องสำหรับเดินตัวสกาฝ่ายละ 12 ช่อง ตรงกลางระหว่าง 12 ช่อง มีช่องใหญ่สำหรับเก็บตัวสกา เรียกว่า “เมือง”

อย่างไรก็ตาม ในอินเดียมีบอร์ดเกมลักษณะเดียวกับสกาในอีกหลายชื่อด้วยกัน ได้แก่ ปาจีสี (Pachisi) ชัวสัร (Chausar) ซี่งมีหลักฐานการเล่นในอินเดียอย่างชัดเจนเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 16 ทั้งมีตำนานเล่าว่าพระศิวะเคยเล่นเกมคล้ายกันนี้กับพระแม่ปารวตี บ้างเรียกว่า ธะยุต (Dhyuta)มาจากคำว่า “Dhyutamandala” คือวงกลมที่ขีดล้อมรอบผู้เล่น ตามกติกาที่ระบุว่า ผู้เล่นจะออกนอกวงไม่ได้หากยังไม่ได้จ่ายหนี้

ปาจีสี มีความหมายว่า 25 คือจำนวนของแต้มสูงสุดที่สามารถทอยได้จากลูกเต๋า 4 หน้า บ้างกำหนดให้มีแต้มสูงสุดถึง 30 หรือ 35 แล้วแต่พื้นที่ ส่วนลูกเต๋าที่ใช้ในการเล่นสกามีความหลากหลายมาก มีทั้งแท่ง 4 ด้านแบบยาว ๆ เปลือกหอย หรือแม้แต่ลูกนัท รวมถึงเต๋า 6 หน้าแบบปัจจุบัน

ปานฑพพ่ายอุบาย “สกา”

แล้วฝ่ายปานฑพแพ้พนันสกา ถึงขั้นเสียบ้านเสียเมืองได้อย่างไร?

มหากาพย์มหาภารตะเล่าถึงเนื้อเรื่องตอนนี้ว่า ทุรโยธน์พี่ใหญ่ของกลุ่มเการพ ได้ท้าผู้นำพี่ใหญ่ของฝ่ายปาณฑพ คือ ยุธิษฐิระให้มาเล่นสกากับศกุนิ ลุง (พี่แม่) ของทุรโยชน์ ด้วยเกียรติยศของกษัตริย์ในคติฮินดู ยุธิษฐิระไม่อาจปฏิเสธคำเทียบเชิญได้

ฝ่ายเการพเองอาศัยค่านิยมนี้ในการเอาเปรียบฝ่ายปานฑพ และเป็นศุกุนินั่นเองที่เสนอแผนการนี้แก่ทุรโยธน์ ดังปรากฏเป็นถ้อยแนะนำระหว่างลุง-หลาน จากหนังสือ มหาภารตะยุทธผลงานการแปลและเรียบเรียงของ กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัยดังนี้

“…หลานย่อมรู้ว่าสกาเป็นกีฬาในร่มซึ่งกลุ่มชนในวรรณะกษัตริย์โปรดปรานเป็นหนักหนา และเมื่อได้เชิญใครแล้ว ก็ยากที่ผู้รับเชิญจะปฏิเสธได้ เพราะจะเป็นการเสียมารยาทและผิดประเพณีของวรรณกษัตริย์ไป ก็และยุธิษฐิระนั้นใคร ๆ ก็รู้ว่าชอบสกามา ลุงจึงแนะนำให้หลานจงไปขอร้องให้พ่อของหลาน เป็นผู้เชิญให้ ยุธิษฐิระกับน้อง ๆ มาเล่นสกากันในบ้านเมืองของเรา…”

ข้อความนี้สะท้อนว่า สกา ได้รับความนิยมมากในวรรณะกษัตริย์ หากไม่มองในแง่ของ “การพนัน” ก็อนุมานได้ว่าเป็นกิจกรรมแสดงออกถึงมิตรไมตรีระหว่างผู้เล่น เพราะตัวยุธิษฐิระเป็นโอรสของ “พระธรรมเทพ” ผู้ถึงพร้อมด้วยคุณธรรมทั้งปวง ยังโปรดปรานการเล่นสกา

เมื่อการดวลสกาดำเนินขึ้น เดิมพันจึงเกิดตามมา โดยเริ่มจากทรัพย์ไม่มากมายอะไร ก่อนจะค่อย ๆ ลุกลามเป็นท้องพระคลังของฝ่ายปานฑพ นครอินทรปรัศถ์ อาณาจักรของฝ่ายปานฑพ และค่อย ๆ เลยเถิดไปถึงขั้นเดิมพันด้วยเหล่าน้องชายทั้ง 4 หรือแม้แต่นางเทราปตี ผู้เป็นมเหสีของยุธิษฐิระด้วย

ศกุนิเป็นผู้ช่ำชองในการเล่นสกาชนิดหาใครเปรียบได้ยาก ยุธิษฐิระจึงเหมือนถูกล่อลวงให้มาตกหลุมพรางแห่งความสูญเสีย ในหนังสือ มหาภารตยุทธ์สำนวนของ ร.อ. หลวงบวรบรรณรักษ์ (นิยม รักไทย)เล่าถึงฉากการเล่นสกา โดยบรรยายถึงความ “หน้ามืดตามัว” ของยุธิษฐิระ ผู้ติดบ่วงบาศแห่งการพนันของฝ่ายเการพเข้าอย่างจังจนถอนตัวไม่ได้ ดังนี้

“การแข่งขันพนันสกาได้ตั้งต้น กระดานต้นยุธิษฐิรเสียเดิมพัน ที่จริงท้าวเธอรองเขาทุกกระดานในวันเคราะห์ไม่ดีนั้น วันรุ่งขึ้นท้าวเธอทรงอีกก็แพ้เขาอีก ทุก ๆ กระดานที่แพ้เขามันเร้าความกระหายของท้าวจัดขึ้นทุกที ทอง, เพชรพลอย, ม้า, รถ, คชสาร, เอาลงวางเป็นเดิมพันขันพนันกับเขา และแพ้สารพัด หลุดลอยไปจากหัตถ์ ราวกับเหรียญทองของเทพดาฉะนั้น ต่อนั้นท้าวเธอเอาสมบัติในท้องพระคลังลงกองเป็นเดิมพัน และต่อจากนั้น พระราชอาณาจักร และทั้งสองสิ่งนี้เล่าก็เนาในทางอันเดียวกัน หลุดมือไปเหมือนกัน

“ถึงกระนั้นความกระหายก็มิได้เหือดลง ท้าวเธอเอาอนุภราดาทั้งสี่องค์ลงเป็นเดิมพัน เอาตัวพระองค์เอง และในที่สุดเอาเทราปที เป็นที่อัปยศอดสูแก่ผู้ที่นั่งดูอยู่พร้อมหน้า และได้เสียภราดา และน้องสะใภ้แก่เขาภีษม โทรณ และวิทุร นั่งดูอยู่ด้วยใจอันเศร้าสลด ฝ่าย ‘กรรณ’ ทุหศาสน และผู้คิดคดทรยศอีกหลายคน นั่งอมยิ้มอยู่ด้วยร่าเริงใจ”

จะเห็นว่าการเล่นสการะหว่างยุธิษฐิระกับศกุนิดำเนินอย่างต่อเนื่องถึงสองวัน จนเป็นผลให้พี่น้องปานฑพต้องเสียเมืองให้ทุรโยธน์ มเหสีผู้งดงามโดนลบหลู่เกียรติ ก่อนจะต้องจำใจต้องออกบวชเป็นพราหมณ์พเนจรเป็นเวลาถึง 13 ปี

ยุธิษฐิระ ในฐานะผู้นำ และพี่ใหญ่ ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็น “ฝ่ายดี” จึงสูญสิ้นทุกสิ่ง แม้แต่สถานะกษัตริย์และความเป็นไทของตน จากการพนัน “สกา” ครั้งนี้…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย แปลและเรียบเรียง. (2533). มหาภารตยุทธ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัฒนา.

ณัฐวัตร จันทร์งาม ; อภิวัฒน์ สุธรรมดี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (กรกฎาคม – ธันวาคม 2560). “มิติทางวัฒนธรรมและการเล่น ‘สกา’ ในวรรณคดีไทย”. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ปีที่ 11 ฉบับที่ 2. (PDF Text)

ร.อ. หลวงบวรบรรณรักษ์. (ไม่ระบุปี). มหาภารตยุทธ์ (แปลและเรียบเรียงจากต้นฉบับของ ฐากูรราเชนทรสิงห์). E-Book โดย ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ.

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (15 กรกฎาคม 2552) : “สกา”. (ออนไลน์).

Cyningstan (Oct 25, 2018) : “Chaupar”.

W. Norman Brown, The Penn Museum (Retrieved Mar 24, 2023) : “THE INDIAN GAMES OF PACHISI, CHAUPAR, AND CHAUSAR”.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 มีนาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สกา” เกมพนันที่เดิมพันด้วยบ้านเมือง ใน “มหาภารตะ” คืออะไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...