โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Fuji Motorsports Museum พิพิธภัณฑ์มีชีวิต อัดแน่นด้วย “แรงบันดาลใจ”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 พ.ค. 2566 เวลา 03.31 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2566 เวลา 07.21 น.

คอลัมน์ : รายงานพิเศษ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง

จากจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ “มอเตอร์สปอร์ต” เข้าสู่จุดเปลี่ยน ความหักเห แรงบันดาลใจ และกลิ่นอายความกระหายในชัยชนะของผู้คนในวงการมอเตอร์สปอร์ต

ถูกขับเคลื่อนผ่านยุคแล้วยุคเล่า และได้ถูกรวบรวมมาไว้ยังพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ “Fuji Motorsports Museum” ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหลวงของค่ายโตโยต้า มอเตอร์ ใกล้กับสนามแข่งรถ Fuji Speedway แถมยังมีวิวของภูเขาไฟฟูจิตระหง่านให้เราได้เห็นผ่านมุมมองต่าง ๆ

และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณโรงแรม Fuji Speedway Hotel โดยเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา จากแรงบันดาลใจอันแน่วแน่ของอากิโอะ โตโยดะ ประธานใหญ่โตโยต้าในขณะนั้น ที่ต้องการรวบรวมประวัติศาสตร์ของ “มอเตอร์สปอร์ต” เอาไว้ เพื่อจัดแสดงให้ผู้คนเห็นถึงวิวัฒนาการและจิตวิญญาณอันแน่วแน่ของนักขับ นักแข่ง นักพัฒนายานยนต์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศรวมกันมากถึง 10 แบรนด์ นำรถแข่งมาจัดแสดงที่นี้

Fuji Motorsports Museum

“Fuji Motorsports Museum” เป็นสถานที่ที่รวบรวมรถแข่งจากทั่วทุกมุมโลก จากซีกโลกตะวันออก รวมทั้งซีกโลกตะวันตกมาจัดแสดงมากกว่า 40 คันทั่วโลก เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการที่สำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตตั้งแต่เมื่อครั้ง 130 ปีที่ผ่านมา

ชนิดที่ว่าทลายกำแพงของค่ายรถ ยี่ห้อรถลงไปจนสิ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของมอเตอร์สปอร์ต ในแต่ละยุคแต่ละสมัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและผลักดันโลกของอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย

และล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ก้าวข้ามบานประตู “Fuji Motorsports Museum” ย้อนกลับไปสัมผัสกับกลิ่นอายของเครื่องจักร กลิ่นควัน กลิ่นน้ำมัน น้ำมันเครื่อง ตั้งแต่ยุคเริ่มต้น กีฬามอเตอร์สปอร์ต

บอกได้เลยว่า ที่เเห่งนี้จะทำให้ผู้ที่หลงใหลกีฬาประเภทนี้ รวมทั้งผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ จะได้ทะลุมิติ ย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ในยุคที่ผู้คนเริ่มค้นหาแหล่งพลังงานของวิธีการขนส่งแบบใหม่เพื่อทดแทน “รถม้า”

มอเตอร์สปอร์ตจึงถือกำเนิดขึ้น จากการแข่งขันระหว่างเครื่องยนต์ไอน้ำ ไฟฟ้า และเครื่องยนต์สันดาปภายใน ผ่านการพัฒนาทางเทคโนโลยียานยนต์อย่างรวดเร็ว และการแข่งขันอันดุเดือดของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละรายที่ต้องการท้าทายตัวเองผ่านการแข่งขันรายการต่าง ๆ แล้ว ยังความท้าทายที่จะก้าวขึ้นไปอยู่ระดับหัวแถวของอุตสาหกรรม

Fuji Motorsports Museum

ราวกับว่า รถทุกคันที่จอดเรียงรายอยู่ ยังสามารถโลดแล่นอยู่บนแทร็กสนามแข่งต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก ด้วยการจัดวาง รวมทั้งแสงและเงา

ภายในพิพิธภัณฑ์ แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 โซน 1.จุดเริ่มต้นแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ต ในยุคก่อนสงครามโลก 2.เทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ตที่มีส่วนขับเคลื่อนรถยนต์แห่งอนาคต และ 3.พลังงานใหม่แห่งยานยนต์และมอเตอร์สปอร์ต เรียกได้ว่า รถแต่ละคันมีเรื่องราว บันทึกรอยต่อของประวัติศาสตร์ในโลกยานยนต์และมอเตอร์สปอร์ตเข้า จนแสดงให้เห็นไปยังแก่นความคิดของผู้ก่อตั้งแบรนด์ การพัฒนารถแข่ง ที่ถูกถ่ายทอดมาเป็นรถยนต์ที่เรา ๆ ท่าน ๆ ได้สัมผัสได้ใช้งานในปัจจุบัน

ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีโซนวิวัฒนาการของมอเตอร์สปอร์ตในทวีปเอเชีย และมีบันทึกที่บ่งบอกว่า จุดเริ่มต้นการแข่งรถในเอเชียจะมีเฉพาะญี่ปุ่นและไทย

Fuji Motorsports Museum

โดยประเทศไทย มีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช หรือพระองค์ชายพีระ หรือชื่อในวงการนักแข่งว่า “B.Bira หรือ พ.พีระ” เป็นนักแข่งชาวไทยและชาวเอเชียคนแรกที่เข้าร่วมการแข่งขัน Coupe de Prince Rainier ที่เซอร์กิตเดอโมนาโก และทรงชนะเลิศการแข่งขันในยุคนั้น ถือเป็นการสร้างความฮือฮา และความภาคภูมิใจให้คนเอเชีย ในฐานะที่ทรงเป็นคนเอเชียสามารถเอาชนะได้ และทรงชนะเลิศการแข่งรถกรังด์ปรีซ์ในยุโรปอีกหลายครั้ง จนได้รางวัล “ดาราทอง” จากสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 แห่งสหราชอาณาจักร 3 ปีซ้อน

ส่วนอีกมุมหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงในการพัฒนายานยนต์ของโตโยต้า ได้รวบรวมเอาลายเซ็นนักแข่งที่มีชื่อเสียงชาวญี่ปุ่น และทั่วทุกมุมโลกมาจัดแสดง หนึ่งในนั้น มีลายเซ็นของ “Morizo” หรืออดีตซีอีโอของโตโยต้าอย่าง “อะกิโอะ โตโยดะ” มาจัดแสดงด้วย

เรียกได้ว่า ใครที่หลงใหลในกีฬาประเภทนี้ หากได้ก้าวเท้าเข้ามาสัมผัส จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และเก็บเกี่ยวเอาแรงบันดาลใจกลับบ้านไปได้เต็มกระเป๋า

Fuji Motorsports Museum

สำหรับผู้สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สามารถจองบัตรเข้าชมล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ https://fuji-motorsports-museum.jp/en/ อัตราค่าเข้าชมสำหรับวันธรรมดาอยู่ที่ 1,800 เยน แต่ถ้าจองล่วงหน้าเหลือ 1,600 เยน

ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์อยู่ที่ 2,000 เยน แต่หากจองล่วงหน้าเหลือ 1,800 เยน

รวมถึงมีอัตราพิเศษสำหรับนักเรียนประถม-มัธยม, ผู้พิการ และผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์

การมาพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้ นอกจากเราจะได้เรียนรู้ สัมผัสกับหน้าประวัติศาสตร์ในโลกยานยนต์และมอเตอร์สปอร์ตแล้ว เรายังได้เห็นรอยต่อของหน้าประวัติศาสตร์ที่กำลังจะเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน เพื่อเดินไปสู่พลังงานขับเคลื่อนใหม่

ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า หรือพลังงานใหม่ อย่างไฮโดรเจน ที่เรียกว่า วันนี้รอยต่อของวงการมอเตอร์สปอร์ต จะขับเคลื่อนทิศทางใด และความท้าทายของผู้ผลิตรถยนต์ การเปลี่ยนผ่านเพื่อเขียนหน้าประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตหน้าใหม่ กำลังถูกท้าทาย และเข้าสู่ยุคเริ่มต้นของพลังงานใหม่ ที่ใครปรับตัวได้เร็วกว่า ถือเป็นผู้ที่ กำโอกาสไว้ในมือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...