โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือกตั้ง 2566 รวมนโยบายเด่นพรรคใหญ่ ทำได้จริง หรือแค่ขายฝัน?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 เม.ย. 2566 เวลา 14.26 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2566 เวลา 14.25 น.

นับถอยหลังสู่ศึกการเลือกตั้ง ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 หลายพรรคการเมืองเดินหน้าออกหาเสียง ประโคมขายนโยบายแบบไม่มีใครยอมใคร ซึ่งหากกางนโยบายของแต่ละพรรคออกมา พบว่า มีบางนโยบายที่ใหม่ และยังไม่เคยถูกนำมาใช้เป็นจุดขายมาก่อน

“ประชาชาติธุรกิจ” รวมนโยบายที่น่าสนใจจากพรรคเด่นๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจในระดับประเทศ ผู้ประกอบการ ไปจนถึงสวัสดิการ ค่าครองชีพประชาชนทั่วไป หรือกระทั่งการยกเลิกเกณฑ์ทหาร ที่จะเป็นแค่การขายฝัน หรือ ทำได้จริง ต้องลุ้นกันต่อไป

เพื่อไทย ประกาศแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการเติมเงินเข้ากระเป๋าดิจิทัล 10,000 บาท

เติมเงินให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ได้ใช้ซื้อของในชีวิตประจำวันได้จากร้านค้าในชุมชน ให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยเงินที่จะเติมให้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลมีมูลค่าถึง 10,000 บาท เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงระดับประเทศ สร้างความเจริญเติบโตให้เศรษฐกิจไทย และลดช่องว่างรายได้ ในขณะที่รัฐบาลจะได้รายได้กลับคืนมาในรูปแบบของภาษี และการยกระดับเศรษฐกิจทั้งระดับ

สำหรับข้อกังวลที่ว่า นโยบายดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท จะเป็นการสัญญาว่าซึ่งอาจขัดกับกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่นั้น นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าไม่ขัด เพราะถือเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง อีกทั้งคนไทยทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปจะได้รับ ไม่ได้ให้เป็นการเฉพาะเจาะจง ไม่สามารถจำกัดสิทธิของประชาชนซึ่งอาจจะขัดรัฐธรรมนูญ

ส่วนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณในนโยบายดังกล่าว ยืนยันว่ามาจากการประเมินของหน่วยงานของรัฐ ที่คาดว่าจะมีการจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น 260,000 ล้านบาท และมาจากภาษีต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นอีกประมาณแสนกว่าล้านบาท รวมทั้งงบประมาณจากโครงการต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว

เพื่อไทย ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ

นายเศรษฐา ทวีสิน กล่าวภายในงาน “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน” ว่า มีประสบการณ์ที่ไม่เท่าเทียมเกิดขึ้นในสังคม ระบบเส้นสาย คนรวยใหญ่คับฟ้า หลีกเลี่ยงกฎหมาย เปรียบเหมือนศักดิ์ศรีของคนธรรมดาถูกด้อยค่าลงไป เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่รู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยตั้งใจเปลี่ยนระบบเกณฑ์ทหารเป็นระบบสมัครใจ

ทำให้ทหารต้องแข่งขันกับเอกชน ต้องตอบคำถามประชาชนได้ว่าเป็นทหารแล้วได้อะไร จบแล้วทำอะไรต่อทั้งในสายอาชีพทหารและพลเรือน ดึงดูดให้ประชาชนมาสมัคร ขณะที่สถาบันทหารที่มีเกียรติจะได้รับการยกย่องมากขึ้น

ด้าน น.ส.จิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ใช้ระบบสมัครใจ และสนับสนุนสิทธิความหลากหลายทางเพศ ทุกความฝันของคนไทยจะถูกสานต่อด้วยโครงการ หนึ่งครอบครัวหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง การันตีรายได้ขั้นต่ำต่อปี 2 แสนบาท วัฒนธรรมจะไม่ถูกตีกรอบอีกต่อไป

“ก้าวไกล” ได้เป็นรัฐบาล จะไม่มีจับใบดำใบแดงอีกต่อไป

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 1 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า “พรรคก้าวไกลเสนอให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เพื่อคืนเวลาและเสรีภาพในการประกอบอาชีพให้กับคนรุ่นใหม่ทุกคน มั่นใจเลยว่าหากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล ในปี 2567 จะไม่มีการจับใบดำใบแดงอีกต่อไป จึงอยากขอความเชื่อมั่นในการทำงานของเรา โดยกาพรรคก้าวไกลทั้ง 2 ใบ เพื่อให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม” น.ส.พนิดากล่าว

พลังประชารัฐ ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ 5 ด้าน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดจุดแข็งนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ โดยการผลักดัน ซอฟต์พาวเวอร์ 5 ด้าน

“หัวใจการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์คือ ทุนวัฒนธรรม สำคัญที่สุดคือ 1.อาหารไทยสู่ตลาดโลก 2.เฟสติวัล คือเสน่ห์ ความหลากหลายของประเพณีและวัฒนธรรม 3.ศูนย์กลางแฟชั่นที่มีมิติวัฒนธรรม 4.ฟิล์ม ภาพยนตร์และโฆษณา 5.มวยไทย ประเทศไทยต่อสู้กับทุกประเทศทั่วโลกได้บนภาคบริการ 3 กลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน สิ่งแรก นโยบายต้องชัดเจน ต้อบริหารงบประมาณ และกลไกรัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมเอกชน”

พลังประชารัฐ ออกแคมเปญ “แก๊สประชาชน” ลดราคาแก๊สหุงต้มเหลือถังละ 250 บาท

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานโยบายพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เราเห็นว่าต้องมีการรื้อ และปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อทำให้ประชาชนคนไทยได้รับความสุข ความเป็นธรรม และเกิดความโปร่งใสเป็นการใช้งบประมาณรายได้ของรัฐให้ถูกที่ถูกทาง คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน ทรัพยากรธรรมชาติต้องตอบแทนให้คนไทยกินดีอยู่ดีทั้งประเทศ

โดยจะลดราคาแก๊สเพื่อประชาชน จากราคาปัจจุบัน 423 บาทต่อถัง จะลดราคาลง 173 บาท ประชาชนคนไทยจะใช้แก๊สในราคา 250 บาทต่อถัง

รวมไทยสร้างชาติ ออกนโยบาย บัตรประชารัฐพลัส 1,000 บาท กู้ฉุกเฉิน 1 หมื่น

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติกล่าวว่า พรรคได้นำร่องหาเสียงด้วย 5 นโยบายโดนใจ ดังนี้

1.เพิ่มสิทธิ บัตรสวัสดิการพลัส เป็น 1,000 บาท/เดือน และสิทธิเบิกฉุกเฉิน 10,000 บาท/คน 2.ตั้งกองทุนฉุกเฉินประชาชน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท 3.คืน 30% เงินสะสมชราภาพ ให้ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 4.โครงการ ปลดหนี้ด้วยงาน 5.รื้อกฎหมายที่รังแกประชาชน และเป็นอุปสรรคการทำกิน

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า นโยบายการเพิ่มสิทธิ บัตรสวัสดิการพลัส นโยบายนี้เป็นโครงการ ทำต่อจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่แล้ว โดยให้สิทธิเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจัดสรรจากเงินงบประมาณที่รองรับโครงการนี้อยู่แล้ว ขณะเดียวกันผู้ถือบัตรยังมีสิทธิกู้ฉุกเฉินในวงเงิน 10,000 บาทต่อคน โดยสามารถนำบัตรนี้ไปเป็นหลักประกันเงินกู้กับธนาคารออมสินซึ่งมีโครงการให้สินเชื่อรายย่อยในวงเงิน 10,000 บาทอยู่แล้ว

ก้าวไกล ชู “หวยใบเสร็จ” กระตุ้นยอดขายเอสเอ็มอี

นายวรภพ วิริยะโรจน์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอนโยบายที่เรียกว่า “หวยใบเสร็จ” ให้ใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังซื้อสินค้าจากร้านค้าเอสเอ็มอีรายย่อย เมื่อซื้อสะสม 500 บาทนำไปแลกสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ 1 ใบ จะทำให้เกิดแรงจูงใจหรือแต้มต่อให้ผู้บริโภคหันมาสนับสนุนรายย่อยมากขึ้น ส่วนรายใหญ่ บริษัทนิติบุคคลที่ซื้อสินค้าบริการเอสเอ็มอีเพิ่มเท่าไหร่ก็นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 50% สร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตลาดมาให้แก่ซัพพลายเชน

ก้าวไกล ปลดล็อกผลิตสุราจากสินค้าเกษตร

นายวรภพ วิริยะโรจน์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจขั้นต่อไป คือ การทำธุรกิจแบบเท่าเทียม (แฟร์เกม) จะเริ่มตั้งแต่กฎหมายการแข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ และการรื้อกฎหมายที่ล้าสมัย กฎหมายที่ผูกขาด ที่เราพูดถึงมาก คือ การปลดล็อกผู้ผลิตสุราที่จะสร้างสินค้าเกษตรแปรรูปจำนวนมาก อาทิ มังคุดก็นำมาทำเบียร์ได้ กระเจี๊ยบทำเป็นไวน์ได้ด้วย

ชาติพัฒนากล้า ดึงการพนันขึ้นบนดิน เพิ่มโปรดักต์ตลาดทุน

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า นโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า คือ ต้องยอมรับว่ามีการพนันอยู่จริง จะได้ 3 เด้งเลย ถ้ายอมรับว่าเรื่องนี้มีจริง ในการกำจัดบ่อนเถื่อน แหล่งที่มาของเงินสกปรก ในการดึงรายได้คนไทยที่ไปเล่นคาสิโนที่ผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน และ การเป็นแหล่งรายได้ใหม่ ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา จากที่ไปเล่นที่อื่นอยู่ และจะเป็นสินค้าใหม่ที่มีนัยให้กับตลาดทุนได้

“ส่วนเรื่องประเภทผู้เล่น ผมอยากจะพูดถึงกองทุนในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 7-8% ของวอลุ่มซื้อขายในปัจจุบัน ถือว่าน้อยเกินไป ซึ่งประเด็นปัญหาคือ มีการเปลี่ยนนโยบายการลงทุนระยะยาว จาก LTF มาเป็น SSF ซึ่งต้องบอกว่า SSF ล้มเหลว เพราะมีมูลค่าไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท จาก LTF มี 4-5 แสนล้านบาท ดังนั้นต้องปรับเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาของการลงทุนแบบนี้ให้สั้นลง กลับมาทบทวนมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมให้สร้างกลุ่มนักลงทุนที่เป็นสถาบันในประเทศ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด”

ชาติพัฒนากล้า สร้างรายได้ให้ประเทศ 5 ล้านล้านบาท ด้วยนโยบายเศรษฐกิจเฉดสี

นายกรณ์กล่าวถึงนโยบายการหาเงินใหม่ให้ประเทศ 5 ล้านล้านบาท ด้วยยุทธศาสตร์ Spectrum Economy เศรษฐกิจเฉดสี ประกอบด้วย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ กองทุน Soft power เศรษฐกิจวัยเก๋า สร้างงานผู้สูงวัย เศรษฐกิจสีเทา เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี เศรษฐกิจสายเทค ลดภาษีสตาร์ตอัพ เศรษฐกิจสีเขียว ทุกบ้านขายไฟฟ้าได้ เศรษฐกิจสายมู งบจังหวัดละพันล้านบาท สร้างแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ และเศรษฐกิจสีรุ้ง LGBTQ สมรสได้ เพิ่มนักท่องเที่ยว

ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เติมเงินเข้าระบบเศรษฐกิจทันที 1 ล้านล้าน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประเทศกำลังติดหล่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะปัญหาโควิด 3 ปี ทำให้ต้องกู้เงินถึง 2 ล้านล้าน แต่การจะอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ จะต้องมีอีก 1 ล้านล้าน ดังนั้นถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนตั้งรัฐบาล เราจะเติมเม็ดเงินเข้าระบบ 1 ล้านล้านบาททันที ดังนี้

1.นโยบายธนาคารหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ ชุมชนละ 2 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินสร้างเงินให้คนไทย ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินอัดเข้าระบบ 2 แสนล้านบาท

2. กองทุน กบข. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม ถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนตั้งรัฐบาล จะอนุญาตให้ เบิกเงินมาได้ 30% เพื่อนำเม็ดเงินมาเติมให้ตัวเอง ครอบครัว และนำมาลดหนี้ ซึ่งจะทำให้มีเงินเข้าระบบ 5 แสนล้าน

3. Start Up และ SME ต้องมีแต้มต่อ เพื่อให้โอกาสกับธุรกิจสตาร์ทอัพ และ SME มีแต้มต่อทั้งด้านการผลิต องค์ความรู้ การตลาด เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อมาต่อลมหายใจและมาต่อเงินให้กิจการที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และจะทำให้มีเงินเข้าระบบอีกไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท

ไทยสร้างไทย ประกาศ จับมือจีน-อินเดีย สร้างความร่วมมือเศรษฐกิจ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เผยว่า ถ้าได้เป็นนายกฯ จะเดินทางไปจีน พบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และไปพบ นเรนทรา โมดี นายกฯ อินเดีย เพื่อชวนกันมาสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่าง ไทย จีน อินเดีย เพราะ 3 ประเทศนี้รวมกัน ประชาชน 3 พันล้านคน ขนาดเศรษฐกิจของ 26% ของขนาดเศรษฐกิจโลก

นโยบายอื่นๆ ที่น่าสนใจ

พรรคประชาธิปัตย์ : จัดตั้งกองทุน 3 แสนล้านบาท เพื่อให้กลุ่ม SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน สําหรับการพัฒนา ต่อเติม ขยายกิจการ ตลอดจนการเพิ่มทุนธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้กับประเทศ ธนาคารหมู่บ้าน – ชมุชน แห่งละ 2 ล้านบาท

พรรคภูมิใจไทย : เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ฟรี ทุกจังหวัด ศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ ผู้สูงอายุมีสิทธิกู้เงินเพื่อประกอบอาชีพและหาเลี้ยงตัวเองได้ในวงเงิน 20,000 บาท

พรรคพลังประชารัฐ : นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามขั้นบันได โดยผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท/เดือน อายุ 70 ปีขึ้นไปจะได้รับ 4,000 บาท/เดือน และอายุ 80 ปีขึ้นไปจะได้รับ 5,000 บาท/เดือน ดูแลสตรีขณะตั้งครรภ์ตั้งแต่เดือนที่ 4 และในเดือนที่ 9 ที่คลอดบุตรออกมา จะสนับสนุนเงินให้เดือนละ 10,000 บาท 5 เดือน เริ่มตั้งแต่อายุครรภ์ 4 เดือน จนถึง 9 เดือน นอกจากนี้ จะช่วยเหลือเงินค่าเลี้ยงบุตร 3,000 บาท ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 ปี

พรรคไทยสร้างไทย : เงินช่วยเหลือระหว่างการตั้งครรภ์ มารดาเบิกได้ 2,000 บาท/ต่อเดือน เงินสงเคราะห์การเลี้ยงบุตร มารดาเบิกได้ 2,000 บาท/เดือน ตั้งแต่เกิดจนถึง 6 ปี หวยบำเหน็จ เปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม เพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการ 3,000 บาท/เดือน เพิ่มการจ้างงานคนพิการ 60,000 คน ใน 3 ปี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จ่ายบำนาญ3,000 บาท/เดือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...