โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โค้ก-เป๊ปซี่ บุกตลาดใหม่ ส่ง “เหล้าอัดแก๊ส” ​เขย่าวงการเครื่องดื่ม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ม.ค. 2565 เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2565 เวลา 04.02 น.

MARKET MOVE

ในปี 2565 นี้ มีแนวโน้มสูงที่เส้นแบ่งระหว่างวงการน้ำอัดลมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะพร่าเลือน หลังในตลาดสหรัฐอเมริกาได้เกิดปรากฏการณ์การจับมือข้ามวงการระหว่างผู้ผลิตน้ำอัดลมรายใหญ่และผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น เป๊ปซี่, โคคา-โคลา, บอสตันเบียร์ และแอนไฮเซอร์-บุช อินเบฟ เพื่อเปิดตัว “ฮาร์ดเซลต์เซอร์” (hard seltzer) หรือเหล้าอัดลม ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่กำลังเติบโต สวนทางกับเบียร์ที่หดตัวต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เทรนด์ใหม่นี้ได้สร้างความกังวลให้กับทั้งผู้เล่นรายอื่น ๆ ในตลาดแอลกอฮอล์ เนื่องจากผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกกฎหมายควบคุมการจัดจำหน่ายอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นธรรมในการแข่งขันและป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน แต่กฎเกณฑ์เดียวกันนี้อาจตามไม่ทันกับการโดดเข้ามาของยักษ์จากวงการเครื่องดื่มที่มีเครือข่ายจัดจำหน่ายขนาดใหญ่ในมือ

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานถึงเทรนด์นี้ว่า การหดตัวของตลาดเบียร์และการเติบโตของตลาดเหล้าอัดลม รวมถึงความนิยมผสมเหล้าดื่มเองของคนรุ่นใหม่ ได้กระตุ้นให้บรรดายักษ์เครื่องดื่มโดยเฉพาะ 2 ยักษ์น้ำดำโคคา-โคลา และเป๊ปซี่ ผุดไอเดียการผลิตเหล้าอัดลม ออกมาชิงดีมานด์ในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

โดยเป๊ปซี่ผนึกบอสตันเบียร์ เปิดตัว “ฮาร์ด เมาเทนดิว” หรือเมาเทนดิวแบบไม่มีกาเฟอีน แต่มีแอลกอฮอล์ 5% หลังจากเมื่อต้นปี 2564 โคคา-โคลาจับมือกับโมลสัน โคออส์ เบฟเวอเรจ เปิดตัวเหล้าอัดลมแบรนด์ “โทโป ชิโค” ในสหรัฐ และจะขยายตลาดไปยังแคนาดาในปีนี้

ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้สมาคมผู้ค้าส่งเบียร์แห่งชาติของสหรัฐ ออกมาแสดงความกังวลถึงความเป็นธรรมในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการทำตลาด ซึ่งชื่อและตราสินค้าของเครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์นั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ต่างจากแบรนด์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“เครก เพอเซอร์” ซีอีโอของสมาคมกล่าวว่า การเพิ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในไลน์สินค้าของแบรนด์เครื่องดื่มธรรมดาของเป๊ปซี่นี้ อาจทำให้เกิดปัญหาด้านความเป็นธรรมในการแข่งขัน ทั้งด้านการสร้างการรับรู้ตราสินค้าและการจัดจำหน่าย

เนื่องจากปัจจุบันการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสหรัฐนั้น ผู้ผลิตจะต้องขายสินค้าให้กับผู้นำเข้า-ดิสทริบิวเตอร์ที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น และคู่ค้ากลุ่มนี้จะต้องขายต่อให้กับผู้ค้าปลีกที่ได้รับใบอนุญาต อาทิ ร้านเหล้าและร้านอาหารเท่านั้นเช่นกัน โดยทั้งผู้ผลิต ดิสทริบิวเตอร์ และร้านค้าปลีก จะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ป้องกันการทุ่มตลาดของรายใหญ่ และควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปพร้อมกัน

แต่เป๊ปซี่นั้นนอกจากเป็นผู้ผลิตแล้ว ยังมีฐานะเป็นผู้บรรจุขวดและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มรายใหญ่ ครองสัดส่วนถึง 3 ใน 4 ของสหรัฐด้วย

สอดคล้องกับความเห็นของ “สตีฟ เพาเวอร์” นักวิเคราะห์ของดอยช์แบงก์ ที่มองว่า หากกลยุทธ์ของเป๊ปซี่ประสบความสำเร็จ เป๊ปซี่จะรุกเข้าสู่ตลาดแอลกอฮอล์พร้อมเครือข่ายดิสทริบิวเตอร์ขนาดยักษ์ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งสามารถท้าทายรายใหญ่อย่างแอนไฮเซอร์-บุช อินเบฟ หรือเอบีอินเบฟ ได้สบาย และจะกลายเป็นแหล่งรายได้-กำไรสำคัญในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ เป๊ปซี่พยายามรับมือข้อกังขาเหล่านี้ทั้งด้วยการปรับดีไซน์กระป๋องของฮาร์ด เมาเทนดิว ให้แตกต่างจากไลน์ปกติ และมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รวมถึงจำกัดเป้าหมายการทำตลาดให้อยู่เฉพาะผู้บริโภคอายุ 21 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังให้ไลเซนส์การผลิตแก่บอสตันเบียร์ เพื่อแยกธุรกิจน็อนแอลกอฮอล์ และแอลกอฮอล์ออกจากกัน

ขณะเดียวกันรายใหญ่ในวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเอบีอินเบฟ ก็ไม่อยู่เฉย ประกาศแผนเปิดตัวเหล้าอัดลมแบรนด์ “บัดไลท์ เซลท์เซอร์ ฮาร์ด โซดา” 2 รสชาติใหม่ในช่วงเดือนมกราคมนี้ พร้อมด้วยจุดขายด้านสุขภาพ อย่างไร้น้ำตาลและให้พลังงานต่ำกว่า 100 แคลอรี เพื่อยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว ชิงลูกค้าทั้งในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และจากตลาดน้ำอัดลมที่เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรงไปพร้อมกัน

“ปกติแล้วผู้ดื่มเหล้าอัดลมจำนวนไม่น้อยจะชอบดื่มน้ำอัดลมด้วย ดังนั้น สินค้าตัวนี้น่าจะสามารถจับลูกค้าในทั้ง 2 กลุ่มได้”

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังมองว่าความเคลื่อนไหวของทั้งเป๊ปซี่ และโคคา-โคลา ที่รุกเข้าสู่การจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีการควบคุมเข้มงวดจากภาครัฐนี้ ยังเป็นการเก็บประสบการณ์สำหรับการผลิต-จำหน่ายเครื่องดื่มผสมสารสกัดจากกัญชา หรือสารซีบีดี ในอนาคตอีกด้วย เนื่องจากมีแนวโน้มที่เครื่องดื่มผสมสารซีบีดีจะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายได้ในอนาคต

“ไทเลอ ทีล” นักวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ แอนเดอร์สัน อีโคโนมิกกรุ๊ป กล่าวว่า แม้กว่าเครื่องดื่มผสมซีบีดีจะเข้ามาจะต้องใช้เวลาอีกนาน แต่การเก็บประสบการณ์ในตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น่าจะช่วยให้ยักษ์ทั้ง 2 มีประสบการณ์และได้เปรียบในการรับมือตลาดเครื่องดื่มผสมซีบีดีในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...