รู้หรือไม่ ทะเลสาบสงขลา ทะเลสาบแบบลากูนที่เดียวในไทย
#รู้หรือไม่ ทะเลสาบสงขลา ลากูนที่เดียวในไทย มีสามน้ำผสมอยู่
ทั่วโลกเรามีลากูน 117 แห่ง โดยลากูน คือแหล่งน้ำลักษณะแคบขนานไปกับชายฝั่ง ที่แยกจากทะเลโดยมีตะกอนหรือสันดอนทรายกั้น ทำให้น้ำในลากูนเป็นน้ำเค็มและมีน้ำจืดบ้าง ซึ่งในไทยเรา ทะเลสาบสงขลานี้ก็เป็นลากูน หนึ่งเดียวในไทย เกิดจากการยกตัวของชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอ่าวไทยในบริเวณจังหวัดพัทลุงและสงขลา พร้อใกับการงอกของแผ่นดินที่เกิดจากการสะสมของตะกอนชายฝั่งทะเลต่อเชื่อมกับเขาหินปูนและแผ่นดินเดิม
และที่นี่ก็มีสามน้ำ บางคนเลยเรียกทะเลสาบนี้ว่า #ทะเลสาบสามน้ำ เพราะมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็มผสานผสมกัน น้ำจืดจะไหลมาจากเทือกในจังหวัดพัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะในช่วงฤดูน้ำหลาก ส่วนน้ำเค็มจะมาจากน้ำทะเลที่หนุนเข้ามาในช่วงฤดูแล้งที่น้ำจืดไหลสู่ทะเลสาบน้อย ทำให้ทะเลสาบสงขลาที่แบ่งออกเป็น 4 ส่วน แต่ละส่วนมีปริมาณน้ำจืดน้ำเค็มน้ำกร่อยแตกต่างกัน
#ทะเลน้อย มีพื้นที่ประมาณ 27 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลสาบน้ำจืด ความลึกเฉลี่ย 1.2 เมตร บริเวณนี้มักพบพืชน้ำนานาชนิดและมีพื้นที่ป่าพรุขนาดใหญ่ มีคลองเชื่อมต่อกับทะเลสาบตอนบน คือ คลองนางเรียม คลองบ้านกลาง และคลองยวน
ทะเลสาบตอนบน (#ทะเลหลวง) อยู่ถัดจากทะเลน้อยลงมา มีพื้นที่ประมาณ 373 ตารางกิโลเมตร ความลึกเฉลี่ย 2 เมตร มีคลองท่าแนะ คลองนาท่อม และคลองท่ามะเดื่อ ระบายลงสู่ทะเลสาบตอนบน ทำให้เป็นทะเลสาบน้ำจืด และน้ำกร่อยจากการที่น้ำเค็มเข้ามาในฤดูแล้ง
#ทะเลสาบสงขลาตอนกลาง อยู่ถัดจากทะเลสาบตอนบน มีพื้นที่ประมาณ 360 ตารางกิโลเมตร ความลึกประมาณ 2 เมตร มีเกาะมากมาย เช่น เกาะสี่ เกาะห้า เกาะนางคำ ทะเลสาบตอนกลางเชื่อมต่อทะเลสาบตอนล่างโดยคลองหลวงและอ่าวท้องแบน มีคลองพรุพ้อ คลองพานไทร และคลองป่าบอน ระบายน้ำจืดลงสู่ทะเลสาบตอนกลาง ทำให้พื้นที่ส่วนนี้มีสภาพเป็นทั้งน้ำจืดและน้ำกร่อย ในช่วงที่เป็นน้ำจืดจะมีพืชปกคลุมโดยทั่วไป
#ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง เป็นส่วนของทะเลสาบส่วนนอกสุดที่เชื่อมต่อกับทะเลอ่าวไทย มีพื้นที่ประมาณ 183 ตารางกิโลเมตร ความลึกประมาณ 1.5 เมตร ยกเว้นช่องแคบที่เชื่อมกับอ่าวไทย ซึ่งใช้ในการเดินเรือ มีความลึกประมาณ 12-14 เมตร มีคลองหลายสายที่ระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบตอนล่าง ได้แก่ คลองอู่ตะเภา คลองรัตภูมิ คลองบางโหนด คลองพะวง เป็นต้น ทะเลสาบส่วนนี้เป็นบริเวณที่มีน้ำเค็ม แต่บางส่วนในฤดูฝนน้ำกร่อย และได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง บริเวณนี้มีการวางเครื่องมือประมงประเภทไซนั่งและโพงพางเกือบทั่วทะเลสาบ
ด้วยความที่ที่นี่มีสามน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพโดยรวมจึงมีมาก พืชและสัตว์ที่พบในทะเลสาบสงขลามีทั้งกลุ่มที่อาศัยอยู่ในน้ำเค็ม กลุ่มน้ำกร่อยซึ่งสามารถทนความเค็มในช่วงกว้าง และกลุ่มน้ำจืด สัตว์มีทั้งแบบอาศัยอยู่ประจำและแบบอพยพมาจากทะเลเพื่อหาอาหารเป็นครั้งคราว ตามกระแสน้ำขึ้นน้ำลงพัดพาไป เช่น แพลงก์ตอนบางชนิด หรือเข้ามาด้วยตัวเองตามฤดูกาล เช่น ปลา กุ้ง เป็นต้น
ที่โดดเด่นและอาจจะน่าเป็นห่วงเพราะเหลือน้อยลง คาดว่าแค่ 14 ตัวในตอนนี้คือ #โลมาอิรวดี ซึ่งเป็นโลมาที่สามารถปรับตัวกับน้ำจืดได้ น้องมาที่นี่เมื่อ 6,000 ปีก่อน ตอนนั้นน้ำทะเลมีระดับสูง ระหว่างอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา ที่จังหวัดพัทลุงและสงขลาจะมีช่องเชื่อมอยู่ โลมาก็จะชอบไปหากินตรงนั้น แต่พอเวลาผ่านไป น้ำทะเลลด แผ่นดินโผล่ขึ้นตัดขาดอ่าวไทยกับทะสาบสงขลา โลมาในบริเวณนั้นก็วิวัฒนาการจนสามารถกลายเป็นโลมาน้ำจืดได้ ซึ่งน้องโลมาอิรวดีก็เป็น Keystone species ที่ช่วยชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศเหมือนกัน เพราะน้องกินอาหารประเภทกุ้ง หมึก หอย และปลาตัวเล็ก ๆ ใต้โคนตมและบนผิวน้ำ ที่ไหนมีน้องต้องมีอาหารเหล่านี้ และสื่อได้ว่าเป็นที่ที่ระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์
ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ จึงมีการเรียกร้องกันให้มีการเรียกชื่อทะเลสาบสงขลาว่า “ไทยลากูน” เพิ่มเติม เพื่อที่จะทำให้คนเข้าใจถึงระบบนิเวศที่เฉพาะนี้ได้ และรู้ถึงวิธีอนุรักษ์ที่ถูกต้อง
ที่มา