โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดีเสือดำ : ศาลฎีกานัดพิพากษา เปรมชัย กรรณสูต และพวก วันนี้ !

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ธ.ค. 2564 เวลา 07.37 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2564 เวลา 00.00 น.
Lillian Suwanrumpha / AFP

มหากาพย์คดีเสือดำ ศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา “เปรมชัย กรรณสูต” พร้อมพวกรวม 4 คน วันนี้ (8 ธ.ค.)

วันที่ 7 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ธ.ค.) ศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา “คดีเสือดำ” จากกรณีนายวิเชียร ชิณวงษ์ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก นำกำลังเข้าจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน

ขณะเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ท้องที่ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พร้อมยึดของกลางประกอบด้วยซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เหตุเกิดระหว่างวันที่ 4 – 6 ก.พ. 2561

ต่อมาวันที่ 19 มี.ค. 2562 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษ จำเลยที่ 1 นายเปรมชัย กรรณสูต จำคุก 16 เดือน ไม่รอลงอาญา จากข้อหาดังนี้

  • ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษา จำคุก 6 เดือน

  • ข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

  • ข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุด) จำคุก 8 เดือน

  • ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

  • ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย (กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักที่สุด) จำคุก 2 เดือน

  • ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกเปรมชัย 6 เดือน ไม่รอลงอาญา

  • ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา “เปรมชัย กรรณสูต”

ขณะที่จำเลยที่ 2 นายยงค์ โดดเครือ ถูกลงโทษจำคุก 13 เดือน จำเลยที่ 3 นางนที เรียมแสน จำคุก 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอรอลงอาญา มีกำหนด 2 ปี จำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ รวมโทษจำคุก 2 ปี 17 เดือน และให้จำเลยที่ 1 (นายเปรมชัย กรรณสูต) กับจำเลยที่ 4 (นายธานี ทุมมาศ) ร่วมกันชำระค่าเสียหาย 2 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 4 ก.พ. 2561 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

นายเปรมชัย และนายยง โดดเครือ ยื่นหลักทรัพย์คนละ 4 แสนบาท นายธานี ทุมมาศ ยื่นหลักทรัพย์ 5 แสนบาท เพื่อประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

จากนั้นวันที่ 12 ธ.ค. 2562 ศาลจังหวัดทองผาภูมิอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 โดยพิพากษายืนความผิดของจำเลยตามศาลชั้นต้น พร้อมเพิ่มโทษนายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 เป็นจำคุก 2 ปี 14 เดือน นายยงค์ โดดเครือ เพิ่มโทษเป็นจำคุก 2 ปี 17 เดือน นางนที เรียมแสน เพิ่มโทษเป็นจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับเงิน 40,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี

ส่วนนายธานี ทุมมาศ เพิ่มโทษเป็นจำคุก 2 ปี 21 เดือน พร้อมทั้งให้จำเลยทั้ง 4 คนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จำนวนเงินรวม 2 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งให้เพิ่มหลักทรัพย์ประกันกันตัวจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 อีกคนละ 2 แสนบาท

ย้อนรอยคดีเสือดำช่วงครึ่งปี 2563

วันที่ 20 ก.ย. 2563 “อรยุพา สังขะมาน” หัวหน้าฝ่ายวิชาการ มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ได้เผยแพร่บทความความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนี้และคดีที่เกี่ยวข้องครึ่งปีแรก 2563 ว่า หลังจากเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2563 นายเปรมชัย พร้อมพวก ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา เป็นครั้งที่ 3 และศาลพิจารณาให้ขยายเวลาได้ถึงวันที่ 10 เม.ย. 2563 ต่อมาในวันที่ 12 มี.ค. 2563 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดการขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาของอัยการโจทก์

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดได้รายงานถึงความคืบหน้าการพิจารณาการยื่นฎีกาคดีร่วมกันล่าเสือดำที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เพิ่มโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา นายเปรมชัย กรรณสูต และพวกรวม 4 คน ว่าพนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ โจทก์ ได้เดินทางไปยืนยันต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ ว่าไม่ขอฎีกา เนื่องจากได้มีการตรวจสอบ พิจารณาประเด็นและเหตุผล รวมทั้งบทลงโทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาแล้ว เห็นว่าครบถ้วนตามที่อัยการโจทก์ได้ฟ้องไป จึงมีความเห็นไม่ยื่นฎีกาอีก

ตามขั้นตอนก็ได้ส่งความเห็นนี้ไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) เพื่อพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา145/1 เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดย ผบช.ภ.7 ได้ส่งความเห็นกลับมาแล้วว่า เห็นตรงตามอัยการ ดังนั้นความเห็นจึงเป็นที่ยุติแล้วว่าไม่ฎีกาเกี่ยวกับผลคดีดังกล่าวอีกต่อไป เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นฎีกาของจำเลย อัยการโจทก์จะพิจารณาแก้ประเด็นฎีกาของจำเลยต่อไป

วันที่ 1 เม.ย. 2563 นายเปรมชัย จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดยผู้พิพากษาได้รับรองอนุญาตให้จำเลยที่ 1, 2 และ 4 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ส่วนแม่ครัว จำเลยที่ 3 คดียุติตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 เนื่องจากอัยการโจทก์และจำเลยที่ 3 ไม่ติดใจยื่นฎีกา

วันที่ 16 เม.ย. 2563 มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ได้สอบถามความคืบหน้าการยื่นฎีกาของจำเลยที่ 1, 2 และ 4 ยังศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้ความว่า นายเปรมชัย และพวก ได้ทำการยื่นฎีกาเพื่อต่อสู้คดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่หากผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษา หรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด (ฎีกา) และอนุญาตให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 แล้วสามารถให้รับฎีกาไว้พิจารณาต่อไปได้

ความคืบหน้าชั้นศาลอุทธรณ์คดีติดสินบนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญาเปรมชัย กรรณสูต คดีเสนอสินบนเจ้าหน้าที่ ยื่น 5 แสนบาทประกันตัวสู้คดีชั้นฎีกา

วันที่ 29 ก.ค. 2563 ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิจารณาแล้วเห็นพ้องกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 (นายเปรมชัย) ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำคุก จำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี ไม่รอลงอาญา

ส่วนนายยงค์ (คนขับรถ) จำเลยที่ 2 พิพากษายกฟ้องในความผิดฐานร่วมกันให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทําการ ไม่กระทําการ หรือประวิงการกระทําอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งหลังจากมีคำพิพากษานายเปรมชัย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 500,000 บาท ขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกา

คดีติดสินบนดังกล่าวศาลชั้นต้นได้เคยมีคำพิพากษา นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 ลงโทษจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา และให้นับโทษต่อจากคดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกด้วย ซึ่งในคดีล่าสัตว์ป่า ศาลพิพากษาให้นายเปรมชัย กรรณสูต จำคุกรวม 16 เดือน ไม่รอลงอาญา

แต่ศาลไม่สามารถนับโทษต่อในคดีหมายเลขดำ อ.1143/2561 (คดีครอบครองงาช้าง) และคดีหมายเลขดำ อ.1144/2561 (คดีครอบครองอาวุธปืนไรเฟิล) ได้ เนื่องจากทั้ง 2 คดี (ในขณะนั้น) ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น

ศาลได้อนุญาตให้นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 ประกันตัว โดยใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 200,000 บาท เนื่องจากเห็นว่าจำเลยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และมารายงานตัวต่อศาลตามกำหนดนัดทุกครั้งจำเลยที่ 2 นายยงค์ โดดเครือ ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าคลิปเสียงตามที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นการสนทนาตามปกติ และขณะนั้นนายเปรมชัย ไม่ได้อยู่ในบริเวณดังกล่าว

คดีครอบครองปืนที่ค้นพบในบ้านพัก

วันที่ 11 ส.ค. 2563 นายเปรมชัย กรรณสูต เดินทางมายังศาลอาญา รัชดาฯ เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีครอบครองอาวุธปืนไรเฟิลและเครื่องกระสุน โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิเคราะห์ตามคำฟ้องแล้วเห็นว่า ประเด็นที่จำเลยกล่าวอ้างว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นปืนของบิดา เมื่อบิดาเสียชีวิต ได้มีการซ่อมแซมบ้านของบิดาและย้ายข้าวของมา

โดยไม่ทราบว่ามีการย้ายปืนของกลางมาไว้ที่บ้านด้วยนั้น ศาลเห็นว่าคำให้การของจำเลยขัดแย้งกับคำให้การก่อนหน้านี้ ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัย เช่นเดียวกับประเด็นอื่น ๆ ที่ไม่เคยมีการพูดถึงในศาลชั้นต้น

ส่วนที่จำเลยขอให้รอการลงโทษนั้น ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียนถึง 5 กระบอก บางกระบอกเป็นอาวุธร้ายแรงสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ หากนำไปก่ออาชญากรรม หรือนำไปใช้ล่าสัตว์ป่า ก็ยากที่จะหาตัวผู้กระทำความผิด ถือเป็นพฤติการณ์ร้ายแรง และที่จำเลยอ้างถึงสาเหตุด้านสุขภาพนั้น

ศาลเห็นว่า ภายในเรือนจำมีโรงพยาบาลและแพทย์คอยดูแล และสามารถส่งต่อให้กับโรงพยาบาลภายนอกได้หากมีเหตุจำเป็น ดังนั้นศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ทั้งนี้ คือคดีครอบครองปืนที่บ้านพักของนายเปรมชัย กรรณสูต ในศาลชั้นต้น มีรายละเอียดดังนี้

อัยการโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2561 ว่าเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2561 จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายด้วยการมีอาวุธปืนยาวไรเฟิล 3 กระบอก และปืนแก๊ป 1 กระบอกไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตที่บ้านพัก

จำเลยได้รับการประกันตัวชั้นพิจารณา 200,000 บาท โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ซึ่งคดีนี้ในชั้นสอบคำให้การจำเลย เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 61 จำเลยเคยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่เมื่อ 9 ก.ค. 62 วันสืบพยานโจทก์นัดแรก จำเลยได้แถลงคำให้การ “รับสารภาพ” พร้อมยื่นคำร้องประกอบต่อศาลเพื่อพิจารณา ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจประวัติครอบครัว การศึกษา การทำงาน และอื่น ๆ ของจำเลย และรายงานให้ศาลทราบภายใน 30 วันเพื่อประกอบการพิจารณา

วันที่ 20 ส.ค. 62 นายเปรมชัยได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอลงอาญา โดยระบุว่า จำเลยจะขออุปสมบท (บวช) ที่วัดบวรนิเวศหรือวัดอื่นเป็นเวลา 15 วันเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล จำเลยจะบริจาคเงินส่วนตัว 3 ล้านบาท เพื่อเป็นการสาธารณประโยชน์และจำเลยจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับอาวุธปืนอีกตลอดชีวิต

ศาลพิเคราะห์รายงานสืบเสาะประวัติ ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำคุก 1 ปีตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน

แต่เนื่องจากจำเลย ยังมีโทษคดีอาญาจำคุกอีก 2 คดี ในศาลจังหวัดทองผาภูมิ และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พฤติการณ์จึงไม่รอการลงโทษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...