โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หมากราคาสูงรอบ 22 ปี ต้นกล้าผลิตไม่ทัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 เม.ย. 2565 เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 09.36 น.

“หมากอ่อน” ราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 22 ปี 25 บาท/กก. “ต้นกล้าหมาก” ราคาพุ่ง ยอดสั่งซื้อทะลักหลายพันต้น แต่ผลิตไม่ทัน ตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบันขายไป 40,000 ต้น

นายวิชัย ดำเรือง เจ้าของสวนสละลุงถันรายใหญ่ภาคใต้ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์การค้าหมากและต้นกล้าหมากอ่อนหรือหมากเขียว ราคาสูงเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ปลูกหมากมากว่า 22 ปี

โดยราคาหมากอ่อนเคลื่อนไหวสูงสุดประมาณ 23-25 บาท/กก. โดยราคาเริ่มกระเตื้องขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 มาถึงปัจจุบัน เทียบกับในอดีตราคาเคลื่อนไหวประมาณ 8-20 บาท/กก. หรือบางครั้งแทบไม่มีราคา

ขณะที่ต้นกล้าหมากได้เริ่มขยับสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2565 อยู่ที่ 15 บาท/ต้น และตลาดยังต้องการจำนวนมาก แต่ไม่สามารถผลิตต้นกล้าได้ทัน ขณะนี้ยอดสั่งซื้อยังค้างอยู่ประมาณ 3,000 ต้น โดยยอดขายสะสมมาตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบันประมาณ 40,000 ต้น มีคำสั่งซื้อตั้งแต่รายละ 200-500 ต้น ทั้งพื้นที่ จ.พัทลุงและจังหวัดอื่น ๆ ทั้งนี้ การปลูกหมากใช้ระยะเวลา 3 ปีจะให้ผลผลิต

นายวิชัยกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันหมากกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญตัวใหม่ของไทย และมีทิศทางที่ดีเพราะตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูงทั้งประเทศจีน อินเดีย ไต้หวัน มาเลเซีย

ขณะเดียวกันทราบข้อมูลว่าทางนักลงทุนต่างประเทศ เช่น จีน ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปหมากอ่อนหรือหมากเขียวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา จึงส่งผลให้ผลผลิตหมากและต้นกล้ามีทิศทางที่ดี

“ทางมหาวิทยาลัยทักษิณ จ.พัทลุง น่าจะสนับสนุนทำการวิจัยว่ามีคุณค่า คุณภาพ และคุณประโยชน์ ข้อดี-ข้อเสียอย่างไร เพราะตั้งแต่อดีตผู้บริโภคฟันคงทนสุขภาพดีขึ้น ที่ต่างประเทศน่าจะทราบข้อมูลคุณค่าของหมากที่สามารถชูจุดขายได้ ผมเคยไปไต้หวันพบมีการส่งเสริมบริโภคหมากอ่อน แม้กระทั่งวัยหนุ่มสาวก็บริโภคเคี้ยวหมากกันเป็นล่ำเป็นสัน โดยนำมาผ่าซีกหน้าเปียก หน้าขาว หน้าอ่อน มีปูนพลูเป็นส่วนผสม 1 ชิ้น 1 คำ”

นายวิชัยกล่าวต่อไปว่า สำหรับสวนสละลุงถันปลูกหมากประมาณ 3,000 ต้นผสมผสานกับสวนสละ ซึ่งมีการเก็บเกี่ยวทุกสัปดาห์ และ 15 วันตามสถานการณ์ราคาหมาก โดยเฉลี่ยเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 2 ตัน/เดือน เฉลี่ยตันละ 10,000 บาท ภาพรวมทั้งปีมียอดขายประมาณ 24 ล้านบาท/ปี

ในอดีตที่สวนมีการปลูกหมากเตี้ย หมากใหญ่ และปลูกผลไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอีกหลายชนิดร่วมด้วย เช่น สละ ทุเรียน มังคุด ลองกอง แต่ปรากฏว่าหมากให้ผลผลิตดีกว่าพืชชนิดอื่น และการปลูกหมากไม่ต้องใส่ปุ๋ยได้อานิสงส์จากการใส่ปุ๋ยในสวนสละ ทุเรียน มังคุด ลองกอง ตอนหลังตัดทิ้งโดยทุเรียนเป็นโรคไฟทอปทอรา รากเน่า มังคุด ลองกอง ร่มไม่มีแสงแดด ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตลดลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...