โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เตือนนายจ้าง-สถานประกอบการเร่งยื่น Name List จ้างแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ ภายใน 15 ส.ค.

สวพ.FM91

อัพเดต 08 ส.ค. 2565 เวลา 05.45 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2565 เวลา 05.45 น.

ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบ เรื่อง การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อรองรับการฟื้นฟูประเทศภายหลังการผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงขอให้นายจ้างและสถานประกอบการ ดำเนินการยื่นรายชื่อแจ้งความต้องการจ้างแรงงาน 4 สัญชาติ ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2565 นี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 7 วันเท่านั้น เพื่อให้แรงงานต่างด้าวสามารถอยู่และทำงานต่อในไทยได้อีกจนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า โดยเมื่อนายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อแจ้งความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวหรือ(Name list) ต่อกรมการจัดหางานผ่านระบบอนุญาตทำงานคนต่างด้าวทางอิเล็กทรอนิกส์เว็บไซต์ e-workpermit.doe. go.th แล้ว ต้องยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวภายใน 60 วัน หลังยื่น Name List และชำระค่าธรรมเนียมค่ายื่นคำขอฉบับละ 100 บาท และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานฉบับละ 900 บาท ให้คนต่างด้าวใช้ใบรับคำขอดังกล่าวคู่กับใบเสร็จรับเงิน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าคนต่างด้าวได้รับการผ่อนผันให้ทำงานได้จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ซึ่งหลังดำเนินการตามขั้นตอนเสร็จสิ้นจะทำงานและอยู่ได้ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2566 หากต้องการทำงานต่อไป ให้ยื่นขอต่อใบอนุญาตทำงานและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ โดยนายทะเบียนจะอนุญาตให้ทำงานคราวละ 1 ปี รวม 2 ครั้ง ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568เช่นเดียวกัน

น.ส.ทิพานัน กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล็งเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้มีประสิทธิภาพ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและผู้ประกอบการ จากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในส่วนที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าว โดยต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้แรงงานต่างด้าวได้รับสวัสดิการและประกันสังคมตามสิทธิของผู้ใช้แรงงาน ทั้งป้องกันปัญหาการลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อน ที่มีความเสี่ยงต่อโรคระบาด และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้วย

“ถือเป็นโอกาสดีของภาคธุรกิจไทย ในการฟื้นฟูธุรกิจ ให้มีความมั่นคงและสร้างโอกาสในการแข่งขัน สอดรับกับนโยบายเปิดประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งพี่น้องแรงงานต่างด้าวเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและฟื้นฟูประเทศต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...