โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

Adobe เปิดตัว Content Authenticity เว็บแอปฯ ช่วยคุ้มครองผลงานจากการฝึก AI

BT Beartai

อัพเดต 10 ต.ค. 2567 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 15.59 น.
Adobe เปิดตัว Content Authenticity เว็บแอปฯ ช่วยคุ้มครองผลงานจากการฝึก AI

Adobe เปิดตัวเว็บแอปฯ Content Authenticity ที่จะช่วยคุ้มครองความเป็นเจ้าของผลงานของศิลปิน และแยกแยะว่าอะไรคือ AI หรือไม่ใช่ AI ด้วยการให้ผู้ใช้งานป้อนข้อมูลเกี่ยวกับภาพ วิดีโอ และเสียงที่ตนเองสร้างขึ้น และเลือกว่าจะให้นำผลงานเหล่านั้นออกจากการฝึกโมเดล AI เชิงสังเคราะห์ด้วยก็ยังได้

สำหรับข้อมูลที่จะกรอกได้นั้นมีตั้งแต่ชื่อ เว็บไซต์ เพจโซเชียลมีเดีย และอีกมากมาย เว็บแอปฯ นี้ยังง่ายต่อการที่จะเลือกกลุ่มงานที่จะไม่ให้นำไปฝึก GenAI ทีละมาก ๆ แทนการที่จะต้องคอยมาเลือกทีละงานแบบที่ผ่าน ๆ มา

ภาพตัวอย่างการใส่ Content Credentials (ที่มา Adobe)

Content Authenticity จะทำงานเป็นศูนย์กลางสำหรับแพลตฟอร์ม Content Credentials ของ Adobe ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลระบุความเป็นเจ้าของ และระบุตัวผู้สร้างผลงานนั้น ๆ อีกทั้งยังช่วยระบุด้วยว่าผลงานชิ้นนั้น ๆ ถูก AI สร้างขึ้นมาหรือไม่ด้วย โดยตัวแอปฯ จะผนวกเข้ากับโมเดล AI ที่ชื่อ Firefly ของ Adobe รวมถึงซอฟต์แวร์อื่น ๆ อย่าง Photoshop และ Lightroom รวมถึงแอปฯ Creative Cloud อื่น ๆ ที่รองรับ Content Credentials อยู่แล้ว โดยจะรองรับผลงานทุกชิ้น ไม่เฉพาะที่ใช้แอปฯ ของ Adobe สร้างขึ้นเท่านั้น

ตัวอย่างการเลือกว่าจะให้ผลงานเราถูกนำไปฝึก AI หรือไม่ (ที่มา Adobe)

ในส่วนของการคุ้มครองผลงานจากการถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล GenAI นั้น ตัวเว็บแอปฯ นี้จะช่วยคุ้มครองผลงานจากการนำไปฝึก GenAI จากทุกผู้พัฒนา ไม่ใช่เฉพาะแต่ของ Adobe เท่านั้น แต่จะต้องเป็นผู้พัฒนาที่สนับสนุนแพลตฟอร์มที่ว่านี้เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีเฉพาะ Spawning ผู้พัฒนาเครื่องมือสำหรับตรวจสอบฐานข้อมูลการฝึก AI เท่านั้นที่สนับสนุนแพลตฟอร์มนี้ โดย Adobe ระบุว่าอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนให้เจ้าอื่น ๆ มาร่วมวงสนับสนุนด้วย

Adobe ชี้ว่าข้อมูลที่เจ้าของผลงานกรอกลงไปใน Content Authenticity จะลบได้ยากมาก เพราะมันจะเชื่อมกับตัว Content Credentials ซึ่งข้อมูลในนั้นสามารถกู้คืนได้ด้วยการใช้ลายนิ้วมือดิจิทัล ผสมกับลายน้ำที่มองไม่เห็น และข้อมูลเชิงรหัส ซึ่งป้องกันแม้แต่การเก็บภาพสกรีนช็อตด้วย

นอกจากนี้ เว็บแอปฯ นี้ยังช่วยให้ง่ายต่อการดูว่าผลงานชิ้นไหนมีข้อมูล Content Credentials ฝังอยู่ แม้ว่าผลงานนั้นจะอยู่บนเว็บไซต์ที่ไม่แสดงข้อมูลให้ผู้ใช้ทราบก็ตาม เพราะใน Content Authenticity จะเครื่องมือสำหรับตรวจสอบและแสดง Content Credentials รวมถึงประวัติการแก้ไขข้อมูลที่ว่านี้ด้วย

ทั้งนี้ Content Authenticity ในรูปแบบเว็บแอปฯ จะเปิดให้บริการเป็นแบบเบต้าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 ผู้ที่ต้องการใช้จะต้องมีบัญชี Adobe (แบบฟรีก็ใช้ได้)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...