อาจารย์ ม.มหิดล ถอดบทเรียนรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้
อาจารย์ ม.มหิดล ถอดบทเรียนรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้ ป้องกัน-ลดเสี่ยงอุบัติเหตุจากการ “ทัศนศึกษา”
วันที่ 2 ต.ค. 2567 นายธาม เชื้อสถาปนศิริ อาจารย์ประจําสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ถอดบทเรียนกรณีรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้ ว่า จะต้องออกแบบกฎหมายและข้อบังคับเพิ่มเติม เพื่อป้องกันปัญหาและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุจากการ “ทัศนศึกษา” ในอนาคต
จากสถานการณ์อุบัติเหตุรถบัสทัศนศึกษาทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของเด็กและครูเนื่องจากความบกพร่องในด้านความ ปลอดภัย การวางแผนเส้นทาง และการควบคุมการเดินทาง มีความจำเป็นที่จะต้องออกแบบกฎหมายและข้อบังคับเพิ่มเติม เพื่อป้องกันปัญหาและลดความเสี่ยงจากการทัศนศึกษาในอนาคต โดยใช้ข้อมูลจากกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ รวมถึงการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยที่ชัดเจน ดังนี้
1. กำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับระยะทางและการเดินทางทัศนศึกษา มาตราใหม่ การเดินทางเพื่อกิจกรรมทัศนศึกษาที่มีระยะทางเกิน 150 กิโลเมตร หรือใช้เวลาขับรถเกินกว่า 3 ชั่วโมง ต้องทำตามข้อกำหนดดังนี้ มีการหยุดพักทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อลดความเหนื่อยล้าของคนขับและผู้โดยสาร - ตรวจสอบสภาพร่างกายของคนขับก่อนเดินทางและระหว่างการเดินทาง - คนขับต้องมีประสบการณ์การขับรถในเส้นทางดังกล่าวไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือผ่านการฝึกอบรมเส้นทางจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ระยะทางที่ไกลและเวลาที่ใช้ในการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ การกำหนดข้อจำกัดเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถระยะไกล
2. การควบคุมจำนวนครูและเจ้าหน้าที่ดูแลนักเรียน มาตราใหม่ การเดินทางทัศนศึกษาต้องมีครูหรือเจ้าหน้าที่ดูแลในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 1:8 สำหรับนักเรียนปฐมวัยและประถมศึกษา - ครูหรือเจ้าหน้าที่ต้องผ่านการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการดูแลเด็กในสถานการณ์ฉุกเฉิน - รถบัสแต่ละคันต้องมีครูหรือเจ้าหน้าที่ดูแลประจำคันรถที่ได้รับการอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เหตุผล อัตราส่วนครูต่อเด็กที่เหมาะสมช่วยในการควบคุมสถานการณ์และช่วยเหลือเด็กเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการฝึกอบรมความปลอดภัยจะท าให้ครูมีความพร้อมใน สถานการณ์ฉุกเฉิน
3. การควบคุมความปลอดภัยของยานพาหนะ มาตราใหม่ ยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางทัศนศึกษาต้องผ่านการตรวจสภาพและความปลอดภัยจากกรมการขนส่งทางบกทุก 6 เดือน และต้องมีมาตรการความปลอดภัยดังนี้ - ประตูรถบัสต้องมีระบบเปิดอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน และมีทางออกฉุกเฉินที่ได้รับการตรวจสอบและติดตั้งอย่างถูกต้อง - ติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติในห้องโดยสาร - มีอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น เข็มขัดนิรภัยที่ใช้งานได้ทุกที่นั่ง - ติดตั้งกล้องวงจรปิดในรถเพื่อบันทึกพฤติกรรมของผู้ขับขี่และผู้โดยสร เหตุผล การตรวจสอบความปลอดภัยของยานพาหนะและการติดตั้งอุปกรณ์ฉุกเฉินจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือไฟไหม จะต้องออกแบบกฎหมายและข้อบังคับเพิ่มเติม เพื่อป้องกันปัญหาและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุจากการ “ทัศนศึกษา” ในอนาคต
4. มาตรการควบคุมเวลาการเดินทางและการขับรถ มาตราใหม่ ห้ามเดินทางทัศนศึกษาที่ใช้เวลาเดินทางเกิน 4 ชั่วโมงในคราวเดียว และห้ามเดินทางในช่วงเวลา 20.00 น. ถึง 05.00 น. เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้าของ คนขับ - ต้องจัดสรรเวลาพักค้างคืนหากการเดินทางเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าว เหตุผลเวลาการเดินทางที่ยาวนานและการเดินทางในเวลากลางคืนเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ การจำกัดเวลาเดินทางจะช่วยลดความเสี่ยง
5. การอบรมและทดสอบคนขับยานพาหนะ ทัศนศึกษา มาตราใหม่ คนขับรถบัสที่ใช้ในการทัศนศึกษาต้องผ่านการอบรมและทดสอบทักษะการขับขี่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และทดสอบความรู้ในการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยทุกปี - ต้องมีใบรับรองจากกรมการขนส่งทางบกเกี่ยวกับการผ่านการฝึกอบรมนี้ เหตุผล การอบรมและทดสอบคนขับในสถานการณ์ฉุกเฉินจะช่วยให้คนขับมีความพร้อมและสามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ดียิ่งขึ้น
6. การตรวจสอบความเสี่ยงก่อนออกเดินทาง มาตราใหม่ ก่อนการเดินทางทัศนศึกษา สถานศึกษาต้องจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงของเส้นทางและยานพาหนะโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย และจัดทำรายงานให้กับ กระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ - การประเมินต้องครอบคลุมสภาพเส้นทาง ความพร้อมของคนขับ และความปลอดภัยของยานพาหนะ เหตุผล การประเมินความเสี่ยงก่อนเดินทางช่วยให้สามารถเตรียมการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพถนนหรือความไม่คุ้นชินของคนขับ
7. การประกันภัยสำหรับการเดินทางทัศนศึกษา มาตราใหม่ การเดินทางทัศนศึกษาต้องมีการทำประกันภัยที่ครอบคลุมกรณีเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเสียชีวิตของนักเรียนและครูทุกคน - สถานศึกษาต้องจัดท าแผนฉุกเฉินส าหรับการติดต่อผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เหตุผล การประกันภัยช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้รับการชดเชยในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
8. การสื่อสารและการเตรียมตัวก่อนการทัศนศึกษา มาตราใหม่ ก่อนการเดินทางทัศนศึกษา ครูต้องจัดอบรมให้กับนักเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น วิธีการออกจากยานพาหนะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และวิธีการใช้ เข็มขัดนิรภัย - การสื่อสารกับผู้ปกครองต้องท าอย่างโปร่งใส และแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับแผนการเดินทางอย่างละเอียด เหตุผล การเตรียมตัวนักเรียนเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย และการสื่อสารที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจในความปลอดภัยของบุตรหลาน