จัดพอร์ต “ทองคำ” อย่างไร…“ให้ปลอดภัย” !!!
Wealth EZ:ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา “ราคาทองคำ” ในสกุลเงินบาทพุ่งตัวสูงขึ้นกว่า 20% ทำให้ผู้คนแห่ซื้อตุนทองคำเพื่อเก็งกำไร หรือนักลงทุนที่มีทองคำอยู่แล้วก็ไปแห่ขายทำกำไรกัน แต่การลงทุนแบบนี้อาจไม่ใช่วิธีการลงทุนในทองคำที่ปลอดภัยนัก บทความนี้จะพูดถึงบทบาทสำคัญของทองคำในพอร์ตลงทุน เพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนในทองคำได้อย่างปลอดภัยในระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรราคาในระยะสั้น
บทบาทของ “ทองคำ” ในพอร์ตลงทุน
นักลงทุนส่วนใหญ่lที่ลงทุนแบบ “พอร์ตลงทุน” หรือ “กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์” (Asset Allocation) มักจะมี 2สินทรัพย์หลัก คือ หุ้นและตราสารหนี้ แต่การเพิ่ม “ทองคำ” เข้าไปในพอร์ตลงทุนสามารถช่วยพอร์ตลงทุนได้
- ช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุน (Diversification): ทองคำมีประโยชน์ในการจัดพอร์ตลงทุน เนื่องจากราคาทองคำกับราคาสินทรัพย์อื่นๆ มีความสัมพันธ์กันน้อย (หรือในทางการลงทุน เรียกว่า Low Correlation) โดยปกติแล้ว ความสัมพันธ์ของราคาสินทรัพย์จะมีค่าตั้งแต่ -1ถึง 1ซึ่งแต่ละค่าสามารถตีความได้ว่า ถ้าค่าความสัมพันธ์อยู่ที่ “ลบหนึ่ง” หมายความว่า สินทรัพย์ 2 ชนิดนี้มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกันอย่างสมบูรณ์ เช่น ถ้าสินทรัพย์หนึ่งราคาเพิ่มขึ้น อีกสินทรัพย์ราคาจะตกลง
หากค่าความสัมพันธ์เท่ากับ “1” แปลว่าราคาหลักทรัพย์หนึ่งขึ้น ราคาของสินทรัพย์อีกชนิดจะขึ้นไปด้วย คือไปในทิศทางเดียวกัน และหากค่าความสัมพันธ์เท่ากับ “ศูนย์” แปลว่าราคาสินทรัพย์สองชนิดนี้ไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน
“จากข้อมูลในอดีต ที่ WisdomTreeได้เก็บเป็นเวลา 33 ปี* พบว่าราคาทองคำมีความสัมพันธ์ต่ำมากกับทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ความสัมพันธ์ของราคาทองกับกลุ่มตราสารหนี้อยู่ที่ประมาณ 0.19-0.30 ยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์ของทองคำและกลุ่มหุ้นยิ่งต่ำยิ่งกว่า โดยอยู่ที่ประมาณ 0.02-0.09 เท่านั้น นั่นหมายความว่าราคาทองคำมีความสัมพันธ์น้อยมากกับทั้งหุ้นและตราสารหนี้โดยอาจไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น การรวมทองคำไว้ในพอร์ตลงทุน จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตลงทุนโดยรวมได้”
- ช่วยปกป้องพอร์ตลงทุนเมื่อเกิดวิกฤติ (Crisis Hedging): โดยปกติแล้วเมื่อเกิดวิกฤติหรือความกังวลต่างๆ ในตลาด สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นมักจะปรับตัวลงแรง เวลาที่เกิดวิกฤติ นักลงทุนมักเน้นลงทุน “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) เช่น พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ
จากกราฟด้านล่างแสดงผลตอบแทนของทองคำและหุ้นสหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาที่หุ้นสหรัฐอเมริกาปรับตัวลงเกิน 15% จากวิกฤติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “Hamburger Crisis”ในปี 2008 หรือ “Dot Com Bubble”ในปี 2000 โดยจะเห็นว่าราคาทองคำนั้นปรับตัวลงน้อยกว่าหุ้นมาก หรือแม้กระทั่งปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำในช่วงที่หุ้นปรับตัวลงแรง ดังนั้น การมีทองคำในพอร์ตลงทุน จะช่วยพยุงพอร์ตลงทุนในช่วงวิกฤติได้
- ช่วยปกป้องพอร์ตลงทุนจากอัตราเงินเฟ้อ: เงิน 100 บาทในวันนี้ เวลาผ่านไป 20 ปี เงินจะมีมูลค่าลดลง ไม่สามารถซื้อของได้เท่าเดิม เนื่องจากมูลค่าเงินถูกกัดกร่อนจากเงินเฟ้อ แต่ทองคำเป็น “สินทรัพย์ที่เก็บมูลค่าได้” กล่าวคือ ทองคำ 1บาท เวลาผ่านไปเท่าไหร่ ก็ยังคงเป็นทองคำ 1บาท มูลค่าของทองคำไม่ได้ถูกกัดกร่อนจากเงินเฟ้อ แต่กลับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อด้วยซ้ำ
“ดังนั้น การมีทองคำในพอร์ตลงทุนจะช่วยปกป้องพอร์ตลงทุนจากอัตราเงินเฟ้อได้ จากกราฟด้านล่างแสดงให้เห็นว่า ทองคำให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเกินกว่า 5% มากกว่าช่วงที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำกว่า 2%”
“ทองคำ” ถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) ที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตลงทุนได้ ดังนั้น หากจัดพอร์ตทองคำและวางกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม ศึกษาและติดตามข้อมูลแนวโน้มราคาทองคำสม่ำเสมอ จะช่วยให้การลงทุนและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายที่วางเอาไว้
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th