โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จัดพอร์ต “ทองคำ” อย่างไร…“ให้ปลอดภัย” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 20 ก.ย 2567 เวลา 03.07 น. • พัชรินธ์ อีริคสัน

Wealth EZ:ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา “ราคาทองคำ” ในสกุลเงินบาทพุ่งตัวสูงขึ้นกว่า 20% ทำให้ผู้คนแห่ซื้อตุนทองคำเพื่อเก็งกำไร หรือนักลงทุนที่มีทองคำอยู่แล้วก็ไปแห่ขายทำกำไรกัน แต่การลงทุนแบบนี้อาจไม่ใช่วิธีการลงทุนในทองคำที่ปลอดภัยนัก บทความนี้จะพูดถึงบทบาทสำคัญของทองคำในพอร์ตลงทุน เพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนในทองคำได้อย่างปลอดภัยในระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรราคาในระยะสั้น

บทบาทของ “ทองคำ” ในพอร์ตลงทุน

นักลงทุนส่วนใหญ่lที่ลงทุนแบบ “พอร์ตลงทุน” หรือ “กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์” (Asset Allocation) มักจะมี 2สินทรัพย์หลัก คือ หุ้นและตราสารหนี้ แต่การเพิ่ม “ทองคำ” เข้าไปในพอร์ตลงทุนสามารถช่วยพอร์ตลงทุนได้
- ช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุน (Diversification): ทองคำมีประโยชน์ในการจัดพอร์ตลงทุน เนื่องจากราคาทองคำกับราคาสินทรัพย์อื่นๆ มีความสัมพันธ์กันน้อย (หรือในทางการลงทุน เรียกว่า Low Correlation) โดยปกติแล้ว ความสัมพันธ์ของราคาสินทรัพย์จะมีค่าตั้งแต่ -1ถึง 1ซึ่งแต่ละค่าสามารถตีความได้ว่า ถ้าค่าความสัมพันธ์อยู่ที่ “ลบหนึ่ง” หมายความว่า สินทรัพย์ 2 ชนิดนี้มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกันอย่างสมบูรณ์ เช่น ถ้าสินทรัพย์หนึ่งราคาเพิ่มขึ้น อีกสินทรัพย์ราคาจะตกลง
หากค่าความสัมพันธ์เท่ากับ “1” แปลว่าราคาหลักทรัพย์หนึ่งขึ้น ราคาของสินทรัพย์อีกชนิดจะขึ้นไปด้วย คือไปในทิศทางเดียวกัน และหากค่าความสัมพันธ์เท่ากับ “ศูนย์” แปลว่าราคาสินทรัพย์สองชนิดนี้ไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน

“จากข้อมูลในอดีต ที่ WisdomTreeได้เก็บเป็นเวลา 33 ปี* พบว่าราคาทองคำมีความสัมพันธ์ต่ำมากกับทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ความสัมพันธ์ของราคาทองกับกลุ่มตราสารหนี้อยู่ที่ประมาณ 0.19-0.30 ยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์ของทองคำและกลุ่มหุ้นยิ่งต่ำยิ่งกว่า โดยอยู่ที่ประมาณ 0.02-0.09 เท่านั้น นั่นหมายความว่าราคาทองคำมีความสัมพันธ์น้อยมากกับทั้งหุ้นและตราสารหนี้โดยอาจไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น การรวมทองคำไว้ในพอร์ตลงทุน จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตลงทุนโดยรวมได้”
- ช่วยปกป้องพอร์ตลงทุนเมื่อเกิดวิกฤติ (Crisis Hedging): โดยปกติแล้วเมื่อเกิดวิกฤติหรือความกังวลต่างๆ ในตลาด สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นมักจะปรับตัวลงแรง เวลาที่เกิดวิกฤติ นักลงทุนมักเน้นลงทุน “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) เช่น พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ
จากกราฟด้านล่างแสดงผลตอบแทนของทองคำและหุ้นสหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาที่หุ้นสหรัฐอเมริกาปรับตัวลงเกิน 15% จากวิกฤติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Hamburger Crisis”ในปี 2008 หรือ Dot Com Bubble”ในปี 2000 โดยจะเห็นว่าราคาทองคำนั้นปรับตัวลงน้อยกว่าหุ้นมาก หรือแม้กระทั่งปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำในช่วงที่หุ้นปรับตัวลงแรง ดังนั้น การมีทองคำในพอร์ตลงทุน จะช่วยพยุงพอร์ตลงทุนในช่วงวิกฤติได้

- ช่วยปกป้องพอร์ตลงทุนจากอัตราเงินเฟ้อ: เงิน 100 บาทในวันนี้ เวลาผ่านไป 20 ปี เงินจะมีมูลค่าลดลง ไม่สามารถซื้อของได้เท่าเดิม เนื่องจากมูลค่าเงินถูกกัดกร่อนจากเงินเฟ้อ แต่ทองคำเป็น “สินทรัพย์ที่เก็บมูลค่าได้” กล่าวคือ ทองคำ 1บาท เวลาผ่านไปเท่าไหร่ ก็ยังคงเป็นทองคำ 1บาท มูลค่าของทองคำไม่ได้ถูกกัดกร่อนจากเงินเฟ้อ แต่กลับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อด้วยซ้ำ
“ดังนั้น การมีทองคำในพอร์ตลงทุนจะช่วยปกป้องพอร์ตลงทุนจากอัตราเงินเฟ้อได้ จากกราฟด้านล่างแสดงให้เห็นว่า ทองคำให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเกินกว่า 5% มากกว่าช่วงที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำกว่า 2%”

“ทองคำ” ถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) ที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตลงทุนได้ ดังนั้น หากจัดพอร์ตทองคำและวางกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม ศึกษาและติดตามข้อมูลแนวโน้มราคาทองคำสม่ำเสมอ จะช่วยให้การลงทุนและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมายที่วางเอาไว้
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...