รู้หรือไม่? อาการยอดฮิต ที่จะตามมาเมื่อแมวของคุณเป็นโรคอ้วน
รู้หรือไม่ว่า… การที่เลี้ยงน้องแมวให้อ้วน หรือมีน้ำหนักเกินมาตรฐานนั้น เป็นการทำร้ายน้องแมว อยู่แบบไม่รู้ตัวเลย ภายใต้ความน่ารักน่ากอดนั้น มีแต่ผลเสียที่จะตามมามากมาย อย่างที่คุณอาจจะคิดไม่ถึง วันนี้ลองมาดูตัวอย่างโรค หรือความผิดปกติที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยๆ เมื่อน้องแมวของคุณนั้นอ้วนกัน
- โรคเบาหวาน
โรคที่มาแรงแซงทางโค้งปัญหาอื่นๆ มาเลยก็คือ เบาหวาน นั่นเอง ความอ้วนจะมีผลกับการทำงานของอินซูลินอย่างมาก โดยเจ้าอินอินซูลินจะไม่ถูกกับความอ้วน ประมาณว่าเมื่อไหร่เขามาฉันจะไป เพราะเวลาที่น้องแมวนั้นอ้วนขึ้น ความไวรับของอินซูลินนั้นจะลดลง และการตรวจจับน้ำตาลในเลือดก็จะเปลี่ยนไปด้วย โดยเฉพาะน้องแมวที่เป็นเด็กน้อย อายุน้อยกว่า 1 ปี จะพบได้มาก ซึ่งคุณเจ้าของก็ควรจะป้องกันและจัดการควบคุมน้ำหนักน้องแมวให้ดีตั้งแต่เล็กๆ จะดีที่สุด
- โรคทางระบบปัสสาวะ
ถัดมาก็คือ โรคของระบบปัสสาวะ พบว่าในแมวโรคอ้วนจะเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติที่ระบบปัสสาวะส่วนท้ายโดยเฉพาะการเกิดนิ่ว และยังทำให้น้องแมวน้ำหนักลดลงอีกด้วย ดังนั้นการรักษาจึงต้องควบคู่ไปกับการให้อาหารที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้น้องแมวเกิดความเครียด และยังมีรายงานอีกนะว่าโรคอ้วนจะเพิ่มโอกาสการเกิดโรคไตในน้องแมว ซึ่งความผิดปกตินี้ก็สามารถพบในสุนัขได้เช่นกัน
- โรคกระดูกและข้ออักเสบ
อีกหนึ่งความผิดปกติที่พบได้ก็คือ โรคกระดูกและข้ออักเสบ หรือความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ เรามาเริ่มกันที่โรคกระดูกและข้ออักเสบกันก่อน ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าหมอนรองกระดูกกันก่อน ซึ่งคือส่วนที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง คอยรองรับแรงกระแทกของกระดูกสันหลังเวลาที่ร่างกายเคลื่อนไหว หากเจ้าหมอนรองกระดูกนี้เกิดการเคลื่อนออกมาจากตำแหน่งปกติ จะทำให้น้องแมวเจ็บปวด และเป็นอัมพาตได้ ซึ่งอายุและสายพันธุ์ไม่มีผลกับการเกิดโรค แต่ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญก็คือ ความอ้วนนั่นเอง น้ำหนักที่มากเกินจะเหนี่ยวนำให้เกิดการสะสมของธาตุแคลเซียมที่หมอนรองกระดูก และเพิ่มความเสี่ยงในการประทุ หรือการเคลื่อนของหมอนรองกระดูกได้
- โรคทางระบบต่อมไร้ท่อ
ส่วนความผิดปกติของระบบไร้ท่อนั้นหลักๆ เกิดจากความสัมพันธ์ของความอ้วนกับการเพิ่มขึ้นของสารสื่ออักเสบ ทำให้การหลั่งฮอร์โมนผิดไปจากเดิม ความแตกต่างของน้องแมวกับสัตว์อื่นๆ ก็คือ ในส่วนของไทรอยด์ฮอร์โมน โดยในน้องแมวจะไม่ค่อยพบว่าระดับไทรอยด์ฮอร์โมนนั้นต่ำ แต่จะพบว่าไทรอยด์ฮอร์โมนอยู่ในระดับสูงซะมากกว่า (ซึ่งจะตรงข้ามกับในสุนัข)
อย่างที่บอกไปว่า อาการที่แสดงจากต่อมไร้ท่อจะค่อนข้างเกิดขึ้นช้า ดังนั้นเราต้องมีตัวช่วย การตรวจทางห้องปฏิบัติการถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เราทราบว่าสัตว์เลี้ยงของเรามีความผิดปกติก่อนที่อาการจะแสดงออกมาให้เห็น เช่น น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น ดังนั้นความผิดปกติของต่อมไร้ท่อถือเป็นสิ่งที่ตรวจเจอยากที่สุด การป้องกันจึงสำคัญกว่าการรักษาโรค
- คุณภาพชีวิตแย่ลง
และสุดท้ายหากน้องแมวของเรานั้นอ้วนอุ้ยอ้าย ก็จะไม่มีความคล่องตัว ไม่ปราดเปรียวและซุกซนเหมือนนิสัยปกติ เมื่อแมวอ้วนความคล่องตัวก็จะลดลง การทำกิจกรรมต่างๆ ก็จะลดลงไปด้วย ผิดไปจากธรรมชาติของแมว สิ่งเหล่านี้แสดงถึงคุณภาพชีวิตที่แย่ลง และยังทำให้อายุของน้องสั้นลงอีกด้วย
นอกจากนี้การวางยาสลบในสัตว์เลี้ยงที่อ้วนจะมีความเสี่ยงในการเกิดอันตรายที่มากกว่าสัตว์ที่รูปร่างปกติ การดูแลก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็จะเพิ่มขึ้นตามมา พูดกันตรงๆ ก็มีแต่เสียกับเสีย