โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ฝรั่ง เมากร่าง เหวี่ยงพัดลม ข้าวของ ใส่เจ้าของร้าน-แคชเชียร์ ปมเงินทอน 130 บาท

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 ต.ค. 2567 เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 10.24 น.

ฝรั่งเมากร่าง เหวี่ยงพัดลม ข้าวของ ใส่เจ้าของร้าน-แคชเชียร์ ปมเงินทอน 130 บาท

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม พ.ต.ท.ปราบดา สุขสนทรีย์ สว.ส.ทท.5 ท.1 บก.ทท.2 (อุดรธานี) และ ร.ต.อ.จำลอง ทองเฟื่อง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังตำรวจป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี ตำรวจท่องเที่ยว และผู้สื่อข่าวเดินทางไปร้านสกายบลู ที่อยู่ภายในนัตตี้ปาร์ค ถนนประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี

หลังทราบข่าวว่ามีชายชาวต่างชาติเมาอาละวาด ใช้มือกวาดแก้ว ที่เขี่ยบุหรี่ ใส่สาวแคชเชียร์ ก่อนเหวี่ยงพัดลม 2 ตัวใส่เจ้าของร้านได้รับบาดเจ็บ โดยกล้องวงจรปิดในร้านบันทึกภาพเอาไว้อย่างชัดเจน เหตุเกิดเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา และผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อเวลา 04.00 น.ของวันเดียวกัน

พบกับ น.ส.วาสิษฐี หล้าชน อายุ 39 ปี เจ้าของร้าน นำตำรวจท่องเที่ยวตรวจสอบความเสียหายภายในร้าน มีพัดลมตั้งโต๊ะ 2 ตัว ปลั๊กไฟ แก้ว และที่เขี่ยบุหรี่ พร้อมกับส่งหลักฐานคลิปกล้องวงจรปิดให้ตำรวจ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุภายหลังคือ นายแม็กซ์ อายุ 59 ปี ชาวเนเธอร์แลนด์ ขณะมีอาการเมาอาละวาดโต้เถียงกับเจ้าของร้านเรื่องเงินทอน 130 บาท และคุยกันเหมือนจะไม่รู้เรื่อง

ก่อนนายแม็กซ์จะใช้มือกวาดแก้วและที่เขี่ยบุหรี่ใส่เจ้าของร้านและพนักงานแคชเชียร์ ทำให้เจ้าของร้านได้รับบาดเจ็บเป็นรอยช้ำที่ต้นแขนขวา ส่วนพนักงานสาวแคชเชียร์ได้รับบาดเจ็บที่หน้าแข้งด้านซ้าย จากนั้นได้จับพัดลม 2 ตัว เหวี่ยงใส่เจ้าของร้านและเพื่อนเจ้าของร้าน จำนวน 2 ครั้ง โชคดีที่พัดลมไม่โดนใบหน้าและศีรษะเลือดตกยางออก

ต่อมาเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.ปราบดา สุขสนทรีย์ สว.ส.ทท.5 ท.1 บก.ทท.2 (อุดรธานี) และ ร.ต.อ.ปฏิภาณ พลโคตร รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้เชิญ น.ส.วาสิษฐี หล้าชน หรือเจ๊ตุ้ย เจ้าของร้าน น.ส.ปวีณา เพียรสะบาย หรือแจง อายุ 34 ปี พนักงานแคชเชียร์ และเพื่อนเจ้าของร้านที่เห็นเหตุการณ์ พร้อมกับเชิญนายแม็กซ์และภรรยามาตกลงเจรจาไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหายกันที่ สภ.เมืองอุดรธานี ใช้เวลา 20 นาที แต่ก็ยังตกลงค่าเสียหายกันไม่ได้

ซึ่งนายแม็กซ์และภรรยาชาวไทยจะขอดูทรัพย์สินที่เสียหายในร้าน แล้วจะให้ตำรวจนัดมาเจรจาชดใช้ค่าเสียหายกัน รวมทั้งค่าทำขวัญด้านสภาพจิตใจให้ผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานสอบสวนอีกครั้ง โดยนายแม็กซ์ไม่ให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ บอกแค่ว่า “ตัวเองทำผิดก็ต้องยอมรับผิด เพราะผมเป็นคนตรงๆ ไม่ซิกแซ็ก”

น.ส.วาสิษฐี หล้าชน หรือเจ๊ตุ้ย เจ้าของร้าน เล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นแฟนของชาวไทยเจ้าของกิจการร้านอาหารมีชื่อแห่งหนึ่งในซอยสัมพันธมิตร ที่อยู่ถัดไปอีกซอย ไม่เคยรู้จักกัน เคยมาดื่มที่ร้านแต่ก็นานมากแล้ว ก่อนเกิดเหตุตนปิดร้านแล้ว แต่เพื่อนของตนกลับมาจากต่างประเทศ ได้มาหาตนที่ร้าน และนั่งดื่มคุยกันตามประสา แต่มีนายลี ชาวอังกฤษ และเพื่อนผู้หญิงชาวไทย ขอมานั่งร่วมวงพูดคุยด้วย จากนั้นก็มีนายแม็กซ์ ผู้ก่อเหตุ เดินผ่านมา เห็นมีกลุ่มผู้หญิง และนายลีที่นั่งอยู่ด้วยกัน ได้ชวนนายแม็กซ์มานั่งด้วยกัน เขาก็สั่งเครื่องดื่ม 1 ขวด ในราคา 90 บาท แล้วตนก็บอกแคชเชียร์เก็บเงินค่าเครื่องดื่มกับนายแม็กซ์เพราะร้านปิดแล้ว แต่เขาก็สั่งเครื่องดื่มให้กลุ่มสาวเพื่อนตนดื่มกินต่อ

พอจะปิดร้านกลับบ้าน แคชเชียร์ร้านได้เก็บเงินค่าเครื่องดื่มเป็นเงิน 870 บาท เขายื่นเงิน 1 พันบาทมาให้ แคชเชียร์จึงนำเงินไปทอนให้ 130 บาท แต่นายลี ซึ่งสนิทกับแคชเชียร์ ได้หยิบเอาเงินแบงก์ย่อยที่จะนำไปทอนใส่ในกระเป๋าของนายแม็กซ์ ตนก็คิดว่าเขาคงหยอกล้อแกล้งกันเล่น ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องราวบานปลายแบบนี้ ซึ่งเขาก็รู้ว่าเงินทั้งหมดอยู่ในกระเป๋ากางเกงเขา จากนั้นเขาก็อาละวาดใช้มือกวาดแก้วใส่พวกตน จนต้องพากันหนีกระเจิง เขาก็ถามเอาแต่เงินทอน 130 บาท ตนบอกว่าอยู่ในกระเป๋าเขาแล้ว และมีมากกว่า 130 บาทด้วย แต่เขาก็ไม่ยอมฟัง ก่อนจะปัดที่เขี่ยบุหรี่ใส่ตนและแคชเชียร์จนได้รับบาดเจ็บ แล้วจับพัดลมเหวี่ยงเข้ามาในร้าน 2 ครั้ง พัดลมเสียหายทั้ง 2 ตัว และพัดลมเกือบโดนศีรษะตนและเพื่อนๆ ที่อยู่ด้วยกันรวม 4 คน

”นายลีและพวกตนพยายามอธิบายเท่าไหร่ก็ไม่ยอมฟัง โวยวายอาละวาดทุบทำลายข้าวของในร้านอย่างเดียว เคยได้ยินข่าวเขามีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน แต่ก็ไม่รุนแรงขนาดนี้ ตนเปิดร้านมา 7 ปี ก็ไม่เคยเจอแบบนี้เลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ตนให้แคชเชียร์ไปแจ้งความก็อยากให้เขาขอโทษ และชดใช้ค่าเสียหายกัน รวมทั้งค่าทำให้ขวัญเสียด้วย เขาจะได้ไม่ไปทำกับร้านอื่นอีกต่อไป หากเขายังอยู่อาศัยที่ประเทศไทยก็ขอให้เคารพกฎหมายของประเทศไทยด้วย”

น.ส.ปวีณา เพียรสะบาย หรือแจง พนักงานแคชเชียร์ร้าน เล่าว่า ตั้งแต่ตนทำงานที่ร้านมา 2 ปี ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็ตกใจมาก ตนได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา ถูกเศษแก้วที่เขาปัดตกลงพื้นกระเด็นใส่ ตนก็ให้อภัยได้หากเขาสำนึกและยอมชดใช้ แต่การกระทำของเขารุนแรงเกินไป ส่วนนายลี เป็นเพื่อนกันกับตน และรู้จักกับนายแม็กซ์ มานั่งดื่มเพื่อปรับความเข้าใจกัน แต่เหมือนเขาจะหยอกล้อเล่นกัน แต่นายแม็กซ์ไม่เข้าใจ ตนก็ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่เรื่องแค่นี้ไม่ควรเกิดขึ้น ตนก็อธิบายแล้วแต่เขาไม่ฟัง ทั้งๆ ที่เขาก็ฟังภาษาไทยรู้เรื่องทุกอย่าง

”ก็ตกใจ ไม่รู้ว่าเขาจะทำลายข้าวของในร้าน เพียงเงินทอน 130 บาท และเงินทอนก็อยู่ในกระเป๋าของเขา เขาก็บอกให้ตนเอาเงิน 130 บาทมาให้ แต่ก็ไม่ควรโยนสิ่งของในร้านแบบนี้ ทั้งๆ ที่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะเป็นภัยต่อสังคม ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ และเขาก็เป็นเจ้าของร้านอาหาร หากมีเหตุการณ์แบบนี้เขาจะรู้สึกอย่างไร แล้วเขาก็ทำธุรกิจแบบเดียวกันด้วย ต้องเคารพกฎหมาย ต้องเป็นคนมีเหตุผล คุยกันได้ ไม่ควรจะทำรุนแรงแบบนี้”

ด้าน พ.ต.ท.ปราบดา สุขสนทรีย์ สว.ส.ทท.5 ท.1 บก.ทท.2 (อุดรธานี) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ทาง ตร.ท่องเที่ยวได้เข้าตรวจสอบร้านอาหารที่เกิดเหตุพบเจ้าของร้าน สอบถามรายละเอียด จากนั้นจึงได้ตรวจสอบภาพวงจรปิดและข้อมูล จนทราบว่าคนก่อเหตุประกอบธุรกิจร้านอาหารในซอยสัมพันธมิตร จึงได้เชิญตัวมาที่ สภ.เมืองอุดรธานี โดยมีการเข้าพูดคุยไกล่เกลี่ยกันทั้งฝ่ายคู่กรณีและผู้ก่อเหตุ และผู้ก่อเหตุก็ยอมรับว่าก่อเหตุขึ้นจริง และยอมรับผิดทุกอย่าง ในเบื้องต้นจะมีการประเมินค่าเสียหายภายในร้าน แล้วจะได้มีการนัดหมายเพื่อมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฝรั่ง เมากร่าง เหวี่ยงพัดลม ข้าวของ ใส่เจ้าของร้าน-แคชเชียร์ ปมเงินทอน 130 บาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...