โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระเมรุมณฑป ที่ใช้ในงานพระศพเจ้านาย-พระสงฆ์ 9 องค์/รูป

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 00.25 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 00.10 น.
พระเมรุมณฑป (ภาพจาก : หนังสือ พระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์)

พระเมรุมณฑป พระเมรุที่ใช้ในงานพระศพเจ้านาย และพระสงฆ์ 9 พระองค์/รูป

พระเมรุมณฑป เป็นพระเมรุที่สร้างขึ้นบริเวณวัดบวรสถานสุทธาวาส หรือวัดพระแก้ววังหน้า ใช้ในการพระราชพิธีพระบรมศพ และพระศพเจ้านายในราชวงศ์จักรี หลายพระองค์ รวมถึงพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายองค์/รูป

แต่เดิมนั้น เมื่อเจ้านายเสด็จสวรรคตหรือสิ้นพระชนม์ มักจะทำการปลูกพระเมรุ ณ ท้องสนามหลวงเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีพระบรมศพ ซึ่งนับเป็นการสิ้นเปลืองพระราชทรัพย์มาก

ครั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคตเมื่อ พ.ศ. 2437 (ปฏิทินปัจจุบันคือ พ.ศ. 2438) รัชกาลที่ 5 มีพระราชประสงค์เปลี่ยนแปลงธรรมเนียมพระราชพิธีพระบรมศพเสียใหม่ โดยเฉพาะการปลูกพระเมรุ โดยมีพระราชดำริว่า

“…โดยราชประเพณีที่มีมาแต่ก่อน เมื่อพระบรมวงษ์ที่ได้ดำรงพระเกียรติยศชั้นสูงสวรรคต ก็ได้เคยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำพระเมรุมาศขนาดใหญ่ตามพระเกียรติยศ ณ ท้องสนามหลวง เพื่อเชิญพระศพไปประดิษฐานพระราชทานเพลิง ณ พระเมรุมาศนั้น

ก็การทำพระเมรุมาศขนาดใหญ่เช่นเคยมานั้น เปนการเปลืองพระราชทรัพย์ไป ในสิ่งซึ่งมิได้ถาวร แลมิได้เปนประโยชน์สืบเนื่องไปนาน เปนการลำบากแก่คนเป็นอันมาก แลได้ประโยชน์ชั่วสมัยหนึ่ง แล้วก็อันตรธานไป

ครั้งนี้มีสมัยที่จะต้องทำการพระเมรุมาศขนาดใหญ่นั้นขึ้น ควรจะน้อมการทำพระเมรุมาศนั้น มารวมลงในการพระราชกุศล ส่วนสาสนูปถัมภกิจ วิทยาทาน วิหารทาน….จึ่งมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ดำรัสสั่งให้พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงษ เปนผู้บัญชาการให้เจ้าพนักงานทำการก่อสร้างวิทยาลัยยอดปรางค์ 3 ยอด ล้วนแล้วด้วยถาวรภัณฑ์…

เพื่อได้เปนที่เชิญพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร มาประดิษฐาน บำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณาทานมีการมหกรรมแล้ว จะได้เชิญพระบรมศพ ไปประดิษฐาน ณ พระเมรุมาศขนาดน้อย ณ ท้องสนามหลวง พระราชทานเพลิง เมื่อการบำเพ็ญพระราชกุศลส่วนนั้นเสร็จแล้ว จะได้ทรงพระราชอุทิศถวายถาวรวัตถุนี้ เปนสังฆิกเสนาสน์สำหรับมหาธาตุวิทยาลัย เพื่อเปนที่เล่าเรียนพระปริยัติสัทธรรม แลวิชาชั้นสูงสืบไปภายน่า…”

ในเบื้องต้นนั้น รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคาร (ปัจจุบันคือ ตึกถาวรวัตถุ หรือตึกแดง) ตั้งอยู่หน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เพื่อประดิษฐานพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร โดยเริ่มก่อสร้างเดือนเมษายน พ.ศ. 2438 แต่การก่อสร้างล่าช้า เนื่องจากรอวัสดุเช่น กระเบื้องมุงหลังคา ที่สั่งมาจากเมืองจีน จึงเปลี่ยนไปสร้างสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพที่อื่นแทน

รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช เป็นแม่กอง และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ กำกับกรมโยธาธิการ ให้ซ่อมแปลงพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เรียกว่า “พระเมรุพิมาน”

ส่วนการพระราชทานเพลิงนั้น รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้พระราชโยธาเทพ (กร หงสกุล) คิดแบบพระเมรุทองยอดมณฑป เครื่องยอด 7 ชั้น ที่เฉลียงมีเสารอบ ยกพื้นสูง มีซุ้มทางเข้าโค้งยอดแหลมสี่ด้าน บริเวณโดยรอบมีการตกแต่งอาคารอย่างพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวงเหมือนสมัยโบราณ เรียกว่า “พระเมรุมณฑป” ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวัดบวรสถานสุทธาวาส

พระเมรุมณฑปนี้ใช้ในการพระราชพิธีพระบรมศพ และพระศพเจ้านายในราชวงศ์จักรี รวมถึงพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ รวม 9 พระองค์/องค์/รูป ตามลำดับคือ

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร, สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์, สมเด็จพระสังฆราช (สา), สมเด็จพระพุฒาจารย์ (หม่อมเจ้าทัต เสนีวงศ์) และสมเด็จพระวันรัต (แดง)

การสร้างพระเมรุในลักษณะเช่นนี้ สะท้อนความคิดที่เปลี่ยนไป โดยเน้นความประหยัด และใช้งานอย่างคุ้มค่า ให้เหมาะสมกับสภาพบ้านเมืองที่กำลังเข้าสู่ความศิวิไลซ์

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์, กรมศิลปากร. “พระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์”, 2561

นนทพร อยู่มั่งมี, “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้ากับความทุกข์ในพระราชหฤทัย” ใน, ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 44 : ฉบับที่ 5

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 มกราคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระเมรุมณฑป ที่ใช้ในงานพระศพเจ้านาย-พระสงฆ์ 9 องค์/รูป

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...