ชัวร์ก่อนแชร์: คนติดเอดส์จากสระว่ายน้ำในอเมริกา จริงหรือ?
สำนักข่าวไทย Online
อัพเดต 28 ธ.ค. 2567 เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2567 เวลา 01.19 น. • สำนักข่าวไทย อสมท28 ธันวาคม 2567
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล
ข้อมูลที่ถูกแชร์ :
มีข้อมูลสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคเอดส์เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา โดยอ้างว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัส HIV จำนวน 4 ราย หลังจากไปใช้บริการสระว่ายน้ำแห่งหนึ่งในทาร์แรนต์ เคาตี เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส โดยอ้างว่าพบการทำกิจกรรมทางเพศในสระว่ายน้ำก่อนการยืนยันพบผู้ติดเชื้ออีกด้วย
บทสรุป :
1.ไม่เคยมีหลักฐานพบผู้ติดเชื้อ HIV จากการว่ายในสระน้ำ
2.ไวรัส HIV มีโอกาสรอดชีวิตต่ำมากเมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อม
3.สารคลอรีนในสระว่ายน้ำจะฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในเลือดทั้งหมด
4.ไม่พบรายผู้ติดเชื้อ HIV ในเมืองดังกล่าว
FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :
การชี้แจงโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานของเมืองอาร์ลิงตันระบุว่า มีการร้องเรียนเข้ามายังหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐเท็กซัสเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2024 หลักฐานประกอบไปด้วยภาพถ่ายผลการตรวจพบเชื้อไวรัส HIV และภาพถ่ายที่อ้างว่าเป็นกิจกรรมทางเพศเกิดขึ้นในสระว่ายน้ำ
แต่การสอบสวนโดยผู้ตรวจสอบของเมืองอาร์ลิงตันไม่พบว่า ในวันดังกล่าวมีกิจกรรมทางเพศเกิดขึ้นในสระว่ายน้ำหรือบริเวณรอบสระน้ำแต่อย่างใด
หลักการแพร่เชื้อไวรัส HIV
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่าไวรัส HIV เผยแพร่ผ่านทางของเหลวในร่างกาย ทั้ง เลือด น้ำอสุจิ สารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศหญิง สารคัดหลั่งจากทวาร รวมถึงได้รับจากการใช้เข็มฉีดยาของผู้ติดเชื้อ
CDC ย้ำว่า ไวรัส HIV ไม่สามารถมีชีวิตภายนอกร่างกายมนุษย์ และไม่สามารถแบ่งตัวนอกร่างกายมนุษย์เช่นเดียวกัน
ดังนั้น ผู้ติดเชื้อไวรัส HIV จึงไม่สามารถแพร่เชื้อไวรัสจากการลงไปว่ายน้ำในสระน้ำได้ และยังไม่เคยมีหลักฐานพบการติดเชื้อไวรัส HIV จากการใช้บริการสระว่ายน้ำมาก่อน
ดร.คาร์ล มิลเนอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ มูลนิธิ AIDS Healthcare Foundation อธิบายว่า ไวรัส HIV เป็นเชื้อโรคที่มีความเปราะบางอย่างมาก เมื่ออยู่ในอากาศจะมีชีวิตรอดแค่ไม่กี่วินาที อัตราการรอดชีวิตยิ่งน้อยกว่าเมื่ออยู่ในน้ำ
CDC ระบุว่า เชื้อโรคที่อยู่ในเลือด ทั้งไวรัส HIV หรือไวรัสตับอักเสบบี เมื่อสัมผัสกับสารคลอรีนในสระว่ายน้ำ จะถูกคลอรีนกำจัดทั้งหมด CDC ยังไม่เคยพบผู้ติดเชื้อที่เกิดจากการสัมผัสเลือดที่พบในสระว่ายน้ำมาก่อน
ข้อมูลอ้างอิง :
https://leadstories.com/hoax-alert/2024/04/fact-check-using-communal-swimming-pool-cannot-cause-hiv-infection.html
https://www.reuters.com/fact-check/hiv-cannot-have-been-transmitted-by-water-texas-swimming-pool-2024-05-07/