โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“พิสิตร์ ภูโท” เกษตรกรต้นแบบ ทำสวนทุเรียนคุณภาพ สู่ แปลงใหญ่ทุเรียนภูเขาไฟ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 08 พ.ค. 2566 เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2566 เวลา 22.00 น.

คุณพิสิตร์ ภูโท หรือ ผู้ใหญ่สิตร์ บ้านโนนสำเริง ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ 089-285-5962 เป็นเกษตรกรต้นแบบด้านการทำสวนทุเรียน โดยในปี 2564 ที่ผ่านมาได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดเกษตรกรดีเด่น สาขาทำสวน ระดับจังหวัด และยังเป็นคณะกรรมการกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลน้ำอ้อม

ผู้ใหญ่พิสิตร์ ทำสวนทุเรียน เนื้อที่ 20 ไร่ นอกจากนั้นยังปลูกมันสำปะหลังอีกกว่า 10 ไร่ มีความรู้เกี่ยวกับการปลูก การดูแลรักษา การให้น้ำ การใส่ปุ๋ย การผสมเกสร และการเก็บเกี่ยวทุเรียน และที่สำคัญสวนทุเรียนของผู้ใหญ่พิสิตร์ ยังเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เครือข่ายด้านการปลูกทุเรียน เป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรในพื้นที่และผู้ที่สนใจการทำสวนทุเรียน

คุณพิสิตร์ เริ่มปลูกทุเรียนเมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา โดยยังไม่มีความรู้และเข้าใจธรรมชาติของผลไม้ชนิดนี้ดีนัก กระทั่งเพื่อนที่ทำงานด้านเกษตรแนะนำให้รู้จักเจ้าหน้าที่เกษตรที่จันทบุรี เพื่อให้ทดลองปลูกก่อนสัก 1 ไร่ ผู้ใหญ่พิสิตร์เผยว่า แปลงทดลอง 1 ไร่ ปลูกโดยขาดความรู้และทักษะ ไม่รู้แม้กระทั่งช่วงเวลาการดูแลและใส่ปุ๋ยจึงไม่ได้ใส่มาก ทั้งในช่วงแตกใบอ่อน ช่วงมีดอก หรือการให้น้ำ แต่กลับพบว่าทุเรียนให้ผลผลิตดี แม้จะไม่สมบูรณ์นัก

หลังจากผ่านไป 5 ปี ทุเรียนเริ่มมีผลผลิตจึงนำไปขายมีรายได้ 4-5 หมื่นบาท เขามองว่าเป็นอาชีพที่น่าลงทุนจึงตัดสินใจปลูกเพิ่มอีกในปี 2553 จำนวน 10 ไร่ และปี 2561 อีกจำนวน 10 ไร่ พร้อมกับการสะสมความรู้และประสบการณ์ด้วยการไปดูงานและศึกษาเรียนรู้จากสวนทุเรียนคุณภาพหลายแห่ง

สวนคุณพิสิตร์ ปลูกทุเรียนแบบใส่ปุ๋ยอินทรีย์และวิทยาศาสตร์ อย่างละ 50 เปอร์เซ็นต์ สลับกันในทุกช่วงเวลา ปุ๋ยตัวแรกที่ใส่หลังเก็บผลผลิตแล้ว คือ 16-16-16 จำนวนต้นละ 1 กิโลกรัมครั้งเดียว พอเริ่มแตกยอดอ่อนจะใส่ปุ๋ยอินทรีย์สำเร็จจากมูลไก่และมูลวัว ให้ใส่ต้นละ 3 กิโลกรัม เพื่อบำรุงใบ ส่วนการให้น้ำ หากช่วงที่ใส่ปุ๋ยไม่มีฝนต้องรดน้ำช่วยเพื่อให้ปุ๋ยละลาย ขณะเดียวกันต้องดูแลตัดหญ้าและกำจัดวัชพืชทุกอย่างออกเพื่อให้บริเวณสวนโล่งเตียน แล้วยังต้องหมั่นนำดินไปตรวจสอบคุณภาพความเป็นกรด-ด่าง เพื่อปรับสูตรปุ๋ยซึ่งพบว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

ก่อนแตกใบอ่อนที่สองใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ต้นละ 2-3 กิโลกรัม เพื่อให้มีการสะสมอาหารทางใบพร้อมกับทำความสะอาดรอบต้นเพื่อให้น้ำดูดซึมได้สะดวก แล้วใส่ปุ๋ยน้ำเพื่อบำรุงใบสูตร 21-7-7 ให้ผสมในปริมาณ 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นทรงพุ่มสลับกับปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 20 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร จะทำให้ใบทุเรียนมีความสมบูรณ์ หนา มันเงา

ช่วงระยะดอก ควรดูแลระบบน้ำให้เหมาะสม ถ้าดอกเป็นไข่ปูตาปลาต้องให้น้ำครั้งละ 10-15 นาที เพราะช่วงนั้นในพื้นที่เป็นช่วงหน้าหนาว ลมแรง จะทำให้ดอกแห้ง อีกทั้งพบว่ามีเชื้อราด้วย จึงต้องใส่ยากันเชื้อรา รวมถึงฮอร์โมนเพื่อให้ช่วงเวลาพัฒนาการของดอกมีความสมบูรณ์

คุณพิสิตร์ บอกว่า ช่วงเวลาที่ดอกใกล้บานจะใช้วิธีกดยอดไว้เพื่อไม่ต้องการให้แตกใบอ่อน ต้องการสร้างดอกให้มีความสมบูรณ์และสะสมอาหาร หากปล่อยให้แตกยอดอ่อน จะสร้างปัญหาต่อการออกดอกไปจนถึงการติดผลในช่วงเวลาต่อไป โดยใส่ปุ๋ย สูตร 0-52-34 เพื่อช่วยสะสมอาหารก่อนออกดอก แล้วยังเตรียมพลังงานไว้ใช้ช่วงติดผลในอัตรา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร ให้ใส่ก่อนดอกบานสัก 1 สัปดาห์ แล้วใช้วิธีเดียวกันนี้ในช่วงหางแย้ด้วย ทั้งนี้ จะกดไว้จนผลทุเรียนมีขนาดประมาณ 2 กิโลกรัม แล้วจึงหยุด อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เป็นแนวทางของคุณ พิสิตร์ ซึ่งสวนอื่นอาจมีแนวทางปฏิบัติที่ต่างกัน

สวนทุเรียนคุณพิสิตร์ มีลักษณะพื้นที่ลาดเอียงเล็กน้อย เป็นข้อดี เพราะน้ำไม่ขังเวลาฝนตก พันธุ์ทุเรียนที่ปลูกมีหมอนทอง 98 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นทุเรียนโบราณอย่างละเล็กน้อย

แนวทางการปลูกทุเรียนคุณภาพทำให้ทุเรียนทุกต้นและผลผลิตมีความสมบูรณ์ ยิ่งเป็นต้นที่มีอายุมากอัตราการให้ผลมีสูง อย่างถ้าต้นอายุ 25 ปี ที่เป็นรุ่นแรกให้ผลผลิตจำนวนต้นละ 130 ผล ส่วนต้นอายุน้อยลงมาก็ให้ผลผลิต 100 กว่าผล ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะ ขนาดของกิ่ง ก้าน และใบ โดยมีน้ำหนักต่อผล เฉลี่ย 3.5-4 กิโลกรัม

ผู้ใหญ่พิสิตร์ บอกว่า คุณภาพทุเรียนที่ปลูกในดินภูเขาไฟจะมีลักษณะเด่นคือ 1.กลิ่นไม่ฉุน 2.เมล็ดลีบ 3.กรอบนอก นุ่มใน เนื้อแห้ง เนื่องจากที่ศรีสะเกษมีปริมาณฝนปานกลาง หน้าแล้งจะยาว ขณะเดียวกันในช่วงที่ออกผลผลิตน้ำฝนก็ไม่มาก ดังนั้น จึงเป็นข้อดีทำให้เนื้อทุเรียนแห้งไม่ฉ่ำน้ำ กรอบด้านนอก และเนื้อด้านในนุ่ม

ส่วนการตลาด ผลผลิตทุเรียนจะแบ่งขาย จำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อส่งไปขายประเทศจีน อีกส่วนสำหรับขายที่สวนและทางออนไลน์ ขณะเดียวกันทางจังหวัดได้ทำ MOU กับไปรษณีย์ไทย เพื่อจัดส่งทุเรียนทางออนไลน์ เพื่อช่วยเปิดตลาดให้กับชาวสวนทุเรียนศรีสะเกษอีกช่องทางหนึ่ง

คุณพิสิตร์ เป็นผู้ปลูกทุเรียนที่ทุ่มเท เอาใจใส่ และปฏิบัติตามขั้นตอนวิธี ปลูกตามหลักวิชาการกระทั่งประสบความสำเร็จสามารถปลูกทุเรียนจนได้มาตรฐาน ได้ผลผลิตที่มีความสมบูรณ์ มีคุณภาพ ถือเป็นสวนต้นแบบและเป็นตัวอย่างให้กับเพื่อนเกษตรกรตำบลน้ำอ้อม ทำให้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ จัดทำเป็นแปลงใหญ่เพื่อยกระดับการปลูกทุเรียนให้มีมาตรฐาน สร้างคุณภาพ ส่งเสริมให้เป็นไม้ผลประจำจังหวัดที่โด่งดัง และคุณพิสิตร์ยังรับหน้าที่เป็นคณะกรรมการกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลน้ำอ้อม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตทุเรียนคุณภาพให้กับสมาชิกและผู้สนใจ

กิจกรรมแปลงใหญ่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ชักนำให้ผู้สนใจเข้าร่วมปลูกทุเรียนที่มีคุณภาพ สำหรับกิจกรรมแปลงใหญ่นั้นแม้จะมีเกษตรกรปลูกทุเรียนหลายรายสนใจ แต่ก่อนสมาชิกจะมาเข้าร่วมแปลงใหญ่จะต้องผ่านระบบการคัดเลือกเพื่อขึ้นทะเบียนให้เข้าเกณฑ์มาตรฐาน

“สมาชิกที่เข้าร่วมการจัดทำแปลงใหญ่จะได้รับข้อมูล ความรู้ ตลอดจนอุปกรณ์วัสดุปลูกที่เป็นปุ๋ยยาฮอร์โมน พร้อมกับการส่งเสริมทางการตลาด นอกจากนั้นการปลูกแปลงใหญ่จะต้องควบคุมคุณภาพทุเรียนให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ห้ามตัดทุเรียนอ่อนไปขาย แล้วยังได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันการศึกษาเพื่อกำหนดจุดเช็คอินให้แต่ละสวน เพื่อสะดวกและรวดเร็ว ง่ายต่อการเดินทางมาโดยตรง เพราะแต่ละสวนมีทั้งทุเรียนและผลไม้นานาชนิดไว้บริการเหมือนกัน”

เชิญชวนผู้สนใจมาเที่ยวและเลือกซื้อทุเรียนภูเขาไฟของจังหวัดศรีสะเกษ ไม่เพียงท่านจะได้ลองลิ้มชิมรสความอร่อยของทุเรียนที่มีความต่างจากแหล่งอื่นแล้ว ท่านยังได้มาเที่ยวสถานที่หลายแห่งของจังหวัดอีก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณพิสิตร์ ภูโท โทรศัพท์ 089-285-5962

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...