โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลำไยเหนือลูกดก! คาดทะลักตลาด 1.06 ล้านตัน

อีจัน

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 06.45 น. • อีจัน

นางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ผลผลิตลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ และน่าน) โดย สศก. ร่วมกับคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกภาคเหนือ จัดทำข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคเหนือ ครั้งที่ 2/2568 (ข้อมูล ณ วันที่ 7-8 พ.ค. 2568) พบว่า ปี 2568 ลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ มีเนื้อที่ยืนต้น จำนวน 1.243 ล้านไร่ ลดลงจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 1.251 ล้านไร่ (ลดลง 7,722 ไร่ หรือ 0.62% เนื่องจากเกษตรกรโค่นต้นลำไยที่มีอายุมากและให้ผลผลิตน้อย

โดยปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น เช่น ยางพารา ทุเรียน มะม่วง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ด้านผลผลิตรวม มีจำนวน 1.064 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 947,140 ตัน (เพิ่มขึ้น 117,102 ตัน หรือ 12%) เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นยาวนาน เอื้ออำนวยต่อการติดดอก ไม่กระทบแล้ง ส่งผลให้ติดผลมากกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนผลผลิตลำไยในฤดูออกสู่ตลาดช่วงปลายเดือนมิ.ย. – ก.ย. 2568 และจะออกตลาดมากที่สุดในเดือนส.ค. 2568 ประมาณ 422,400 ตัน หรือ 57% ของผลผลิตในฤดูทั้งหมด

นางสุจารีย์ กล่าวว่า สถานการณ์การผลิตลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ ปี 2568 พบว่า ลำไยในฤดู มีจำนวน 740,639 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 598,528 ตัน (เพิ่มขึ้น 142,111 ตัน หรือ 24%) และลำไยนอกฤดู (ออกสู่ตลาดม.ค. – พ.ค. และ ต.ค. – ธ.ค.) มีจำนวน 323,603 ตัน ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 348,612 ตัน (ลดลง 25,009 ตัน หรือ 7%)

ด้านสถานการณ์ราคาลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ ณ เดือนก.ค. 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่ลำไยในฤดูเริ่มออกสู่ตลาด (เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว 2,684 ตัน) ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ราคาที่เกษตรกรขายได้ แบ่งตามเกรด ได้แก่

ลำไยสดช่อ เกรด AA+A (ตะกร้าขาว) ราคา 40 บาท/กิโลกรัม

ลำไยรูดร่วง เกรด AA ราคา 26 บาท/กิโลกรัม

เกรด A ราคา 10 บาท/กิโลกรัม

เกรด B ราคา 6 บาท/กิโลกรัม

เกรด C ราคา 1 บาท/กิโลกรัม

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการลำไยในฤดูของภาคเหนือ ซึ่งคณะทำงานได้ร่วมกันวางแนวทางการบริหารสมดุลดีมานด์และซัพพลาย โดยมีการรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการ สำหรับความต้องการผลผลิตส่วนใหญ่จะเน้นการแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งทั้งเปลือก อบแห้งเนื้อสีทอง น้ำลำไยสกัดเข้มข้น ลำไยกระป๋อง ฟรีซดราย และแช่แข็ง จำนวน 520,099 ตัน บริโภคสดในประเทศ จำนวน 124,847 ตัน และส่งออกลำไยสด จำนวน 95,693 ตัน

อย่างไรก็ตาม เดือนส.ค. เป็นช่วงที่ผลผลิตออกกระจุกตัว อาจส่งผลกระทบต่อราคาลำไย ซึ่งหน่วยงานภาครัฐทั้งที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การตลาด ได้เตรียมแผนบริหารจัดการสินค้าและเชื่อมโยงกับตลาดภายนอกจังหวัด เพื่อบริหารจัดการในช่วงที่ผลผลิตออกกระจุกตัวในช่วงเดือนส.ค. นี้เรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนการจำหน่ายลำไยเพื่อบริโภคสดในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการบริหารจัดการ โดยมีกิจกรรมการจัดทำแผนกระจายผลไม้ออกนอกแหล่งผลิต ขอรับการสนับสนุนค่าบริหารจัดการให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และผู้ประกอบการในตลาดกลางสินค้าเกษตรที่อยู่ในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน ในอัตราไม่เกินกิโลกรัมละ 3 บาท รวม 1,304 ตัน พร้อมกระจายออกนอกแหล่งผลิตผ่าน Modern Trade เครือข่ายสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ธ.ก.ส. ไปรษณีย์ ตลาดออนไลน์ และตลาดอื่น ๆ อาทิ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ตลาดไท พาณิชย์ หน่วยงานราชการ เป็นต้น

นอกจากนี้การผลิตลำไยในปีนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากระยะนี้เป็นช่วง เก็บเกี่ยวผลผลิต เกษตรกรชาวสวนลำไยควรหมั่นสำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาผลผลิตให้มีคุณภาพ และให้เฝ้าระวังเพลี้ยแป้ง ซึ่งเป็นศัตรูพืชสำคัญในลำไยเพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด

“การบริโภคผลผลิตลำไยจากเกษตรกรไทยจะแนวทางสำคัญในการช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรให้มีรายได้ที่มั่นคง เป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตรของประเทศ จึงขอเชิญชวนผู้บริโภคร่วมสนับสนุนผลผลิตลำไยของเกษตรกรที่จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนส.ค. เพื่อเป็นการสนับสนุนรายได้ สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พี่น้องเกษตรกรในการดำเนินอาชีพ และผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง” นางสุจารีย์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...