ระบุการกลายพันธุ์ของยีน ที่ทำให้เกิดแมวส้มได้แล้ว ปรากฎการณ์ 'meow-tation'
หลังจากผ่านมาเป็นร้อยปี ในที่สุดนักวิทยาศาสตร์ก็สามารถระบุการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่ทำให้แมวมีสีส้มได้แล้ว ‘meow-tation!’
แมวถือเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบทางวิทยาศาสตร์ โดยหลักฐานทางวิวัฒนาการเผยให้เห็นว่าพวกมันมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย และคงประสิทธิภาพสูงสุดไว้ได้จนบางคนถึงกับต้องกล่าวออกมาว่า นี่เป็นรูปแบบทางพันธุกรรมที่สมบูรณ์แบบ (ในการเอาชีวิตรอด)
แต่ทว่ากลับมีอย่างหนึ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทุกคนงุนงงมานานนับร้อยปีก็คือ สีส้ม ของแมวบ้าน ซึ่งอันที่จริงแล้ว สีนี้ไม่มีอยู่เลยในธรรมชาติ (ยกเว้นแมวใหญ่อย่างเสือ) และไม่ใช่สีพื้นฐานหรือสีปกติที่แมวจะมีได้ ดังนั้นผู้ที่ศึกษาแมวจึงสงสัยว่า แมวบ้านมีสีส้มขึ้นมาได้อย่างไร หนึ่งในสมมติฐานนั่นคือ การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม (Mutation)
“(สีส้มเป็นสีขนที่) ได้รับการยอมรับมานานกว่าศตวรรษว่า เป็นข้อยกเว้นของกฎทางพันธุกรรมที่อธิบายสีสันในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่” Christopher Kaelin นักพันธุศาสตร์และหัวหน้าทีมวิจัยใหม่ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าว
การศึกษา 2 ฉบับที่เผยแพร่พร้อมกันบนวารสาร Current Biology จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยคิวชูในญี่ปุ่น เผยให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปที่เหมือนกันโดยเป็นอิสระต่อกัน นั่นก็คือ การลบโครโมโซม X ของแมวเพียงเล็กน้อยจะทำให้ยีน Arhgap36 มีการทำงานเพิ่มขึ้นจนสร้างแมวสีส้มออกมา
โดยทั่วไปแล้วแมวสีส้มส่วนใหญ่จะเป็นเพศผู้ เนื่องจากมันถูกถ่ายทอดผ่านโครโมโซม X โดยจะต้องมี X ตัวเดียวเท่านั้นถึงจะแสดงขนสีส้มออกมา (ผู้ XY, เมีย XX) เรื่องได้รับการยืนยันตั้งแต่ปี 1961 แต่ทว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ไม่เคยระบุจุดการกลายพันธุ์ที่ทำให้เป็นแมวส้มได้เลย มีแต่เฉียดไปเฉียดมา
ดังนั้นทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยคิวชูจึงตัดสินใจจัดลำดับจีโนมทั้งหมดของแมวที่มีสีขนต่างกัน เพื่อแยกแยะรูปแบบต่าง ๆ บนโครโมโซม X ขณะที่ทีมจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้เปรียบเทียบลำดับดีเอ็นเอของแมวสีส้มและแมวที่ไม่ใช่สีส้มโดยตรง
มันเป็นงานที่ละเอียดและต้องใช้ความพยายาม แต่อาจจะต้วยความรักแมว ทั้งสองทีมก็ได้ผลลัพธ์ พวกเขาระบุการกลายพันธุ์ขนาดเล็กซึ่งไม่ได้มีอยู่ในยีน Arhgap36 แต่ก็ใกล้เคียง กล่าวคือ การกลายพันธุ์ในส่วนอื่นของดีเอ็นเอ ไม่ได้ไปขัดขวางการแสดงออกของยีน แต่ก็ใกล้เคียงพอที่จะส่งผลต่อกิจกรรมของยีน โดยเฉพาะในเซลล์ที่ผลิตเมลานิน (เม็ดสี)
“นั่นเป็นการกลายพันธุ์ประเภทที่แปลกมาก” Greg Barsh นักพันธุศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าว ที่เขาพูดแบบนั้นก็เพราะยีน Arhgap36 นั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างสีเลย แต่การกลายพันธุ์ในส่วนอื่น กลับทำให้ยีน Arhgap36 ทำงานเพิ่มขึ้น แล้วก็ไปมีผลต่อการสร้างสีขน
คำถามต่อไปก็คือการกลายพันธุ์เหล่านั้นมีผลต่อยีน Arhgap36 แล้วมีผลต่ออย่างอื่นอีกหรือไม่ เพราะยีนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับสมองและต่อมฮอร์โมม ดังนั้นมันจึงนำไปสู่สิ่งที่คนมักพูดกันเล่น ๆ ว่า ‘นี่มันนิสัยแมวส้ม’ (แม้จะยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จริง ๆ ว่าสีขนมีผลต่อพฤติกรรม)
“เราคิดว่าการที่แมวกลายพันธุ์เป็นสีส้มนั้นไม่มีข้อดีหรือข้อเสียเลย” Barsh บอก “มันเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้น แมวเป็นสัตว์ที่น่าดึงดูด ผุ้คนชอบแมว และด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงรักษา(ขนสีส้ม)เอาไว้”
ที่มา
https://www.cell.com/curre…/abstract/S0960-9822(25)00552-4
https://www.cell.com/…/fulltext/S0960-9822(25)00391-4…
https://www.iflscience.com/after-100-years-scientists…
https://www.sciencenews.org/…/gene-mutation-orange…
https://www.scientificamerican.com/…/this-strange…/
Photo: katrinasid/Envato