โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระบุการกลายพันธุ์ของยีน ที่ทำให้เกิดแมวส้มได้แล้ว ปรากฎการณ์ 'meow-tation'

Environman

เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 12.00 น.

หลังจากผ่านมาเป็นร้อยปี ในที่สุดนักวิทยาศาสตร์ก็สามารถระบุการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่ทำให้แมวมีสีส้มได้แล้ว ‘meow-tation!’

แมวถือเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบทางวิทยาศาสตร์ โดยหลักฐานทางวิวัฒนาการเผยให้เห็นว่าพวกมันมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย และคงประสิทธิภาพสูงสุดไว้ได้จนบางคนถึงกับต้องกล่าวออกมาว่า นี่เป็นรูปแบบทางพันธุกรรมที่สมบูรณ์แบบ (ในการเอาชีวิตรอด)

แต่ทว่ากลับมีอย่างหนึ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทุกคนงุนงงมานานนับร้อยปีก็คือ สีส้ม ของแมวบ้าน ซึ่งอันที่จริงแล้ว สีนี้ไม่มีอยู่เลยในธรรมชาติ (ยกเว้นแมวใหญ่อย่างเสือ) และไม่ใช่สีพื้นฐานหรือสีปกติที่แมวจะมีได้ ดังนั้นผู้ที่ศึกษาแมวจึงสงสัยว่า แมวบ้านมีสีส้มขึ้นมาได้อย่างไร หนึ่งในสมมติฐานนั่นคือ การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม (Mutation)

“(สีส้มเป็นสีขนที่) ได้รับการยอมรับมานานกว่าศตวรรษว่า เป็นข้อยกเว้นของกฎทางพันธุกรรมที่อธิบายสีสันในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่” Christopher Kaelin นักพันธุศาสตร์และหัวหน้าทีมวิจัยใหม่ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าว

การศึกษา 2 ฉบับที่เผยแพร่พร้อมกันบนวารสาร Current Biology จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยคิวชูในญี่ปุ่น เผยให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปที่เหมือนกันโดยเป็นอิสระต่อกัน นั่นก็คือ การลบโครโมโซม X ของแมวเพียงเล็กน้อยจะทำให้ยีน Arhgap36 มีการทำงานเพิ่มขึ้นจนสร้างแมวสีส้มออกมา

โดยทั่วไปแล้วแมวสีส้มส่วนใหญ่จะเป็นเพศผู้ เนื่องจากมันถูกถ่ายทอดผ่านโครโมโซม X โดยจะต้องมี X ตัวเดียวเท่านั้นถึงจะแสดงขนสีส้มออกมา (ผู้ XY, เมีย XX) เรื่องได้รับการยืนยันตั้งแต่ปี 1961 แต่ทว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ไม่เคยระบุจุดการกลายพันธุ์ที่ทำให้เป็นแมวส้มได้เลย มีแต่เฉียดไปเฉียดมา

ดังนั้นทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยคิวชูจึงตัดสินใจจัดลำดับจีโนมทั้งหมดของแมวที่มีสีขนต่างกัน เพื่อแยกแยะรูปแบบต่าง ๆ บนโครโมโซม X ขณะที่ทีมจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้เปรียบเทียบลำดับดีเอ็นเอของแมวสีส้มและแมวที่ไม่ใช่สีส้มโดยตรง

มันเป็นงานที่ละเอียดและต้องใช้ความพยายาม แต่อาจจะต้วยความรักแมว ทั้งสองทีมก็ได้ผลลัพธ์ พวกเขาระบุการกลายพันธุ์ขนาดเล็กซึ่งไม่ได้มีอยู่ในยีน Arhgap36 แต่ก็ใกล้เคียง กล่าวคือ การกลายพันธุ์ในส่วนอื่นของดีเอ็นเอ ไม่ได้ไปขัดขวางการแสดงออกของยีน แต่ก็ใกล้เคียงพอที่จะส่งผลต่อกิจกรรมของยีน โดยเฉพาะในเซลล์ที่ผลิตเมลานิน (เม็ดสี)

“นั่นเป็นการกลายพันธุ์ประเภทที่แปลกมาก” Greg Barsh นักพันธุศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าว ที่เขาพูดแบบนั้นก็เพราะยีน Arhgap36 นั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างสีเลย แต่การกลายพันธุ์ในส่วนอื่น กลับทำให้ยีน Arhgap36 ทำงานเพิ่มขึ้น แล้วก็ไปมีผลต่อการสร้างสีขน

คำถามต่อไปก็คือการกลายพันธุ์เหล่านั้นมีผลต่อยีน Arhgap36 แล้วมีผลต่ออย่างอื่นอีกหรือไม่ เพราะยีนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับสมองและต่อมฮอร์โมม ดังนั้นมันจึงนำไปสู่สิ่งที่คนมักพูดกันเล่น ๆ ว่า ‘นี่มันนิสัยแมวส้ม’ (แม้จะยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จริง ๆ ว่าสีขนมีผลต่อพฤติกรรม)

“เราคิดว่าการที่แมวกลายพันธุ์เป็นสีส้มนั้นไม่มีข้อดีหรือข้อเสียเลย” Barsh บอก “มันเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้น แมวเป็นสัตว์ที่น่าดึงดูด ผุ้คนชอบแมว และด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงรักษา(ขนสีส้ม)เอาไว้”

ที่มา

https://www.cell.com/curre…/abstract/S0960-9822(25)00552-4

https://www.cell.com/…/fulltext/S0960-9822(25)00391-4…

https://www.iflscience.com/after-100-years-scientists…

https://www.sciencenews.org/…/gene-mutation-orange…

https://www.scientificamerican.com/…/this-strange…/

Photo: katrinasid/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...