โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พาณิชย์-เกษตร” เร่งช่วยชาวสวนลำไยทุกมิติ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 09.37 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 22 ก.ค. – กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันช่วยชาวสวนลำไยทุกมิติ ร่วมมือรัฐ-เอกชน ดูดซับผลผลิต ผลักดันการส่งออก ตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กำหนดมาตรการฉุกเฉินในกรณีจำเป็น ด้านกระทรวงเกษตรฯ ร่วมหนุนช่วยชาวสวน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ได้เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ลำไย เรื่องนี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร และการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ขจัดปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ภาคเหนือเพื่อติดตามสถานการณ์ลำไยอย่างใกล้ชิด

โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถานการณ์ลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ และน่าน มีปริมาณถึง 1,064,242 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีปริมาณ 947,140 ตัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 117,102,000 กิโลกรัม เนื่องจากสภาพอากาศเย็นยาวนาน เอื้อต่อการติดดอก ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการผลไม้แบบครบวงจร 7 มาตรการ 25 แผนงาน ครอบคลุมทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปและปรับพื้นที่ให้เหมาะสม โดยตั้งเป้าหมายระบายผลไม้ 950,000 ตัน โดยเฉพาะลำไยภาคเหนือ

ทั้งนี้ นายสุชาติ ได้ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากเกษตรกร พร้อมสั่งการให้กรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ตั้งแต่ช่วงต้นฤดู ทั้งการกระจายผลผลิตและขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเพิ่มมาตรการเร่งด่วน ดังนี้ (1) เชื่อมโยงลำไยส่งออก โดยรวบรวมรับซื้อลำไย (สดช่อ) เพื่อส่งออก (2) จัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทยภายในประเทศ ผ่านแคมเปญ Thai Fruits Festival 2025 (3) เชื่อมโยงลำไยผ่านเครือข่ายพันธมิตร เช่น แมคโคร โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์ โก-โฮลเซลล์ และเดอะมอลล์ รวมทั้งห้างค้าส่ง – ค้าปลีก ให้รับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง (4) สนับสนุนการซื้อผลไม้ Pre-Order และดึงภาคเอกชน ร่วมช่วยเหลือในรูปแบบ CSR เพื่อดูดซับผลผลิตต่อเนื่องตลอดฤดูกาล (5) สนับสนุนบรรจุภัณฑ์ โดยให้สถาบันเกษตรกรใช้กล่องบรรจุภัณฑ์ในการกระจายผลผลิตผ่านไปรษณีย์ไทย (6) เชื่อมโยงผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกรให้รับซื้อผลผลิตโดยตรง ด้วยการทำ MOU กับสมาคมผู้ผลิตลำไยอบแห้ง และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ (7) เชื่อมโยงสินค้าเข้าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อแจกเป็นของสมนาคุณ และ (8) ขยายช่องทางการจำหน่ายใหม่ ๆ ได้แก่ จำหน่ายน้ำผลไม้สมูทตี้ผ่านตู้เต่าบินกับบริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด และจับมือกับ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด แปรรูปทำเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่ม และนอกจากทั้ง 8 มาตรการนี้ นายสุชาติ ยังได้สั่งการให้ตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับกำหนดมาตรการฉุกเฉินในกรณีจำเป็น ได้แก่ ค่าบริหารจัดการให้โรงอบรับซื้อผลผลิตเพิ่มเพื่อรวบรวมรับซื้อลำไยรูดร่วง เพื่ออบแห้งส่งออกต่างประเทศ สำหรับด้านต่างประเทศ ได้สั่งการให้เร่งเปิดตลาดศักยภาพใหม่ ๆ และกระตุ้นผู้นำเข้าในตลาดเป้าหมายหลัก ทั้งจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงเพิ่มช่องทางออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซควบคู่กันไปด้วย

ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าได้ลงพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา และเตรียมผลักดันโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพเพื่อเพิ่มรายได้ วงเงิน 1,000 ล้านบาท สำหรับการสนับสนุนค่าตัดแต่งทรงพุ่ม ช่อดอก ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน และค่าปัจจัยการผลิต วัสดุการเกษตร ไร่ละ 400 บาท อีกด้วย นอกจากนี้จะประสานหน่วยงานความมั่นคง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแรงงาน ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวลำไย เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไย โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน. -511 – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...