โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยังมีหวัง! จุลพันธ์ เผยเงินดิจิทัล 10,000 ถ้ารัฐบาลพร้อมเมื่อไรจะดึงมาถกใหม่

Khaosod

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 07.00 น.

ยังมีหวัง! จุลพันธ์ เผยเงินดิจิทัล 10,000 ถ้ารัฐบาลพร้อมเมื่อไรจะดึงมาถกใหม่ ชี้งบ 1.57 แสนล้าน ต้องนำไปใช้โครงการอื่นที่จำเป็นเร่งด่วน

วันที่ 20 พ.ค. 2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ภายใต้ที่กระทรวงการคลังเสนอว่า ในกระบวนการพิจารณาโครงการต่างๆ จะต้องมีความพร้อม และต้องดูอย่างละเอียด ซึ่งจากการประเมินเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 อาจมีผลกระทบที่ค่อนข้างมาก

ดังนั้น รัฐบาลจึงได้วางแผนนำเงินงบประมาณดังกล่าวมาใช้ในช่วงไตรมาส 3 และจะต้องเป็นงบผูกพันก่อนวันที่ 30 ก.ย. 2568 พร้อมการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อติดตามและเร่งรัด

“รัฐบาลเชื่อว่ากรอบระยะเวลามีเพียงพอ แต่สิ่งที่สำคัญคือโครงการที่จะเข้ามาพิจารณา เม็ดเงินจะต้องลงไปถึงชุมชนโดยโครงการที่เกิดขึ้น ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจจริงๆ โดยยืนยันว่าเม็ดเงินเหล่านี้จะเกิดประโยชน์ในวงกว้าง หมุนเวียนทางเศรษฐกิจ คอยประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านช่วงมรสุมนี้ไปได้”

นายจุลพันธ์ กล่าวถึงการทบทวนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ว่า ต้องดูสถานการณ์เป็นรายไตรมาส และความเปลี่ยนแปลงจากการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐว่าเป็นอย่างไร และปัญหาสงครามการค้ากับประเทศคู่ค้าต่างๆ หากวันหนึ่งรัฐบาลมีความพร้อมก็จะนำกลับมาพิจารณาใหม่

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเม็ดเงินที่จะนำมาแจกเท่าไรนั้นจะต้องไปดูในวันข้างหน้าและพิจารณาในขั้นถัดไป แต่วันนี้รัฐบาลดูความจำเป็นเร่งด่วน โดยการดึงเม็ดเงิน 1.57 แสนล้านบาท มาใช้ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องการบริหารจัดการน้ำ การคมนาคม พัฒนามนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน

เนื่องจากเป็นการรากฐานระยะยาว และยังต้องไปดูเรื่องการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ รัฐบาลต้องใช้เม็ดเงินนี้เข้าไปช่วยภายใต้กรอบกฎหมายที่มีหากลงไปแล้วประคับประคองได้ หากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย อาจมีความเสี่ยงในเรื่องของการว่างงานได้ วันนี้จึงต้องเรียงลำดับความสำคัญใหม่ เพราะสถานการณ์มันเปลี่ยนจริงๆ

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ในระยะสั้นรัฐบาลจะสามารถอัดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ แล้วก็ลงไปยังกลุ่มประชาชนต่างๆ ได้ เนื่องจากมีระยะเวลาอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะสามารถเสนอโครงการทั้งหมด ออกมาเป็นหมวดหมู่เพื่อนำลงทุนในกลุ่มต่างๆ ซึ่งจะเห็นชัดว่าเม็ดเงิน 1.57 แสนล้านบาท ในระยะต้นรัฐบาลจะใช้ยังไง

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่ระยะกลางก็คืองบประมาณปี 69 รวมถึงงบปี 70 ไปข้างหน้า รัฐบาลจะต้องวางแพลนยังไงในการที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ให้มีความจําเป็นที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการกู้เงินวงเงิน 5 แสนล้านบาท ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ หากมีการนำมาใช้จริง ก็ไม่สามารถลงมาใช้ได้หมด ต้องเป็นงวดๆ ซึ่งช่วงนี้ต้องดูงบ 1.57 แสนล้านบาทก่อน

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า การพัฒนาในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลก็ยังเดินหน้า แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ยังมีบริการที่ภาครัฐให้กับประชาชนอีกมากมายสุดท้ายการที่รัฐบาล จะเติมเงินในระบบเศรษฐกิจผ่านช่องทางต่างๆ ทางรัฐ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่รัฐบาลพิจารณาอยู่ตลอด เช่น เรื่องของบัตรสวัสดิการในอนาคต เรื่องของการใช้โครงการที่จะเป็นด้านการท่องเที่ยว

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า แอปฯ ทางรัฐ จึงเป็นช่องทางกลางให้กับพี่น้องประชาชนได้รับบริการจากภาครัฐต่อไป เพราะฉะนั้นมันยังเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ แล้วรัฐบาลก็ทําต่อเนื่องต่อไป ใช้ประโยชน์มาแล้วและจะใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งโครงการนี้เป็นการพัฒนาระบบ ไม่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลวอลเล็ตตั้งแต่ต้น เป็นการพัฒนาของ DGA ของกระทรวงดีอี ซึ่งพัฒนาระบบเพเม้นท์กลาง และเราก็นำมาใช้ในเรื่องของวอลเล็ต

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้เมื่อดิจิทัลวอลเล็ตชะลออยู่ เขาก็ยังเดินหน้า ไม่ได้หยุดทำ สุดท้ายยังเป็นแพลตฟอร์มกลางที่รัฐบาลและประชาชนใช้ประโยชน์ได้กับทุกโครงการ หากมีโครงการเพิ่มเติมรัฐบาลเติมเงินเข้าไป หรือผ่านบัตรสวัสดิการ ก็จะเป็นเครื่องมือในการรับแลกจ่ายของประชาชนได้ต่อ ไม่ได้สูญเสียอะไร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยังมีหวัง! จุลพันธ์ เผยเงินดิจิทัล 10,000 ถ้ารัฐบาลพร้อมเมื่อไรจะดึงมาถกใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...