โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สหรัฐ” เปิดฉากสอบสวน “บราซิล” ชี้กีดกันการค้าสหรัฐผ่านภาษี-มาตรการดิจิทัล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 03.59 น.

ผู้แทนการค้าสหรัฐเปิดการสอบสวน บราซิล ตามมาตรา 301 ระบุพฤติกรรมทางการค้าอาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติและสร้างภาระต่อบริษัทอเมริกัน ทั้งด้านภาษีสินค้าและกฎระเบียบดิจิทัล

วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.31 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (U.S. Trade Representative - USTR) เปิดเผยว่า ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนการปฏิบัติทางการค้าของบราซิล ซึ่งถูกมองว่าไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐ ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลในอัตราสูงถึง 50%

สงครามการค้าครั้งใหม่ของทรัมป์ ซึ่งเริ่มต้นนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในสมัยที่สองเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มุ่งเก็บภาษีกับแทบทุกประเทศคู่ค้าของสหรัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อรื้อระบบเศรษฐกิจโลกที่เขามองว่าเลือกปฏิบัติกับสหรัฐมานานหลายทศวรรษ

โดยประเด็นที่ถูกสอบสวนนั้น การสอบสวนตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐปี 1974 ซึ่งทรัมป์ประกาศล่วงหน้าไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน จะพิจารณาว่าการดำเนินนโยบายด้านการค้าดิจิทัล และการกำหนดอัตราภาษีพิเศษของบราซิลนั้น ไม่สมเหตุสมผล หรือเลือกปฏิบัติ และก่อให้เกิดภาระหรือข้อจำกัดต่อการค้าของสหรัฐหรือไม่

นายเกรียร์ระบุในแถลงการณ์ว่า“ตามคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ผมกำลังเริ่มการสอบสวนตามมาตรา 301 ต่อการกระทำของบราซิล” และกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของบราซิล ได้แก่ บริษัทโซเชียลมีเดียของสหรัฐ ภาคเกษตรกรรม เทคโนโลยี และแรงงานอเมริกันที่เสียโอกาสในการแข่งขัน

“จากการปรึกษาหารืออย่างกว้างขวาง ผมได้ตัดสินใจว่าอุปสรรคทางภาษีและไม่ใช่ภาษีของบราซิลควรถูกสอบสวนอย่างจริงจัง และอาจนำไปสู่การตอบโต้ที่เหมาะสม”

ภาษี 50% เชื่อมโยงคดีโบลโซนาโร

ภาษีนำเข้า 50% ที่ทรัมป์ประกาศเตรียมใช้กับสินค้าจากบราซิลตั้งแต่ 1 สิงหาคม สูงกว่าระดับ 10% ที่เคยเสนอไว้ในตอนแรกอย่างมาก และถูกโยงเข้ากับความไม่พอใจของทรัมป์ต่อการดำเนินคดีอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro) ที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามก่อรัฐประหาร

การตัดสินใจเรียกเก็บภาษีที่สูงเป็นพิเศษกับบราซิลครั้งนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าหลายคนรู้สึกประหลาดใจ เพราะ บราซิลนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากกว่าส่งออกมายังสหรัฐ อีกทั้งทรัมป์แสดงออกอย่างชัดเจนว่าอัตราภาษีดังกล่าวเป็นการตอบโต้คดีของโบลโซนาโร

จนถึงขณะนี้รัฐบาลบราซิลยังไม่มีปฏิกิริยาทันทีต่อข่าวการสอบสวนจากฝั่งสหรัฐ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายเฮรัลโด อัลค์มิน (Geraldo Alckmin) รองประธานาธิบดีบราซิล เปิดเผยว่ายังไม่ได้รับการตอบกลับจากสหรัฐต่อข้อเสนอที่บราซิลยื่นไปในการเจรจาการค้าเมื่อสองเดือนก่อน

มาตรา 301 กับนโยบายต่างประเทศของทรัมป์

ในช่วงดำรงตำแหน่งสมัยแรก ประธานาธิบดีทรัมป์เคยใช้ มาตรา 301 เป็นเครื่องมือสำคัญในการเก็บภาษีนำเข้าจากจีน และใช้ในการสอบสวนประเทศอื่น ๆ ที่เรียกเก็บภาษีบริการดิจิทัลจากบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เช่น Facebook, Apple, Amazon และ Google

ในการแถลงล่าสุด USTR กล่าวหาว่า บราซิลปฏิบัติไม่เป็นธรรมกับบริษัทสหรัฐ โดยให้สิทธิทางภาษีกับประเทศคู่ค้ารายอื่นมากกว่า และเพิกเฉยต่อการปราบปรามคอร์รัปชัน

อีกทั้งยังระบุว่าบราซิลเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อเอทานอล (ethanol) จากสหรัฐ ในอัตราสูงผิดปกติ และดูเหมือนจะล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตไม้ในสหรัฐ

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...