“สหรัฐ” เปิดฉากสอบสวน “บราซิล” ชี้กีดกันการค้าสหรัฐผ่านภาษี-มาตรการดิจิทัล
ผู้แทนการค้าสหรัฐเปิดการสอบสวน บราซิล ตามมาตรา 301 ระบุพฤติกรรมทางการค้าอาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติและสร้างภาระต่อบริษัทอเมริกัน ทั้งด้านภาษีสินค้าและกฎระเบียบดิจิทัล
วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.31 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (U.S. Trade Representative - USTR) เปิดเผยว่า ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนการปฏิบัติทางการค้าของบราซิล ซึ่งถูกมองว่าไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐ ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลในอัตราสูงถึง 50%
สงครามการค้าครั้งใหม่ของทรัมป์ ซึ่งเริ่มต้นนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในสมัยที่สองเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มุ่งเก็บภาษีกับแทบทุกประเทศคู่ค้าของสหรัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อรื้อระบบเศรษฐกิจโลกที่เขามองว่าเลือกปฏิบัติกับสหรัฐมานานหลายทศวรรษ
โดยประเด็นที่ถูกสอบสวนนั้น การสอบสวนตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐปี 1974 ซึ่งทรัมป์ประกาศล่วงหน้าไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน จะพิจารณาว่าการดำเนินนโยบายด้านการค้าดิจิทัล และการกำหนดอัตราภาษีพิเศษของบราซิลนั้น ไม่สมเหตุสมผล หรือเลือกปฏิบัติ และก่อให้เกิดภาระหรือข้อจำกัดต่อการค้าของสหรัฐหรือไม่
นายเกรียร์ระบุในแถลงการณ์ว่า“ตามคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ผมกำลังเริ่มการสอบสวนตามมาตรา 301 ต่อการกระทำของบราซิล” และกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของบราซิล ได้แก่ บริษัทโซเชียลมีเดียของสหรัฐ ภาคเกษตรกรรม เทคโนโลยี และแรงงานอเมริกันที่เสียโอกาสในการแข่งขัน
“จากการปรึกษาหารืออย่างกว้างขวาง ผมได้ตัดสินใจว่าอุปสรรคทางภาษีและไม่ใช่ภาษีของบราซิลควรถูกสอบสวนอย่างจริงจัง และอาจนำไปสู่การตอบโต้ที่เหมาะสม”
ภาษี 50% เชื่อมโยงคดีโบลโซนาโร
ภาษีนำเข้า 50% ที่ทรัมป์ประกาศเตรียมใช้กับสินค้าจากบราซิลตั้งแต่ 1 สิงหาคม สูงกว่าระดับ 10% ที่เคยเสนอไว้ในตอนแรกอย่างมาก และถูกโยงเข้ากับความไม่พอใจของทรัมป์ต่อการดำเนินคดีอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro) ที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามก่อรัฐประหาร
การตัดสินใจเรียกเก็บภาษีที่สูงเป็นพิเศษกับบราซิลครั้งนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าหลายคนรู้สึกประหลาดใจ เพราะ บราซิลนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากกว่าส่งออกมายังสหรัฐ อีกทั้งทรัมป์แสดงออกอย่างชัดเจนว่าอัตราภาษีดังกล่าวเป็นการตอบโต้คดีของโบลโซนาโร
จนถึงขณะนี้รัฐบาลบราซิลยังไม่มีปฏิกิริยาทันทีต่อข่าวการสอบสวนจากฝั่งสหรัฐ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายเฮรัลโด อัลค์มิน (Geraldo Alckmin) รองประธานาธิบดีบราซิล เปิดเผยว่ายังไม่ได้รับการตอบกลับจากสหรัฐต่อข้อเสนอที่บราซิลยื่นไปในการเจรจาการค้าเมื่อสองเดือนก่อน
มาตรา 301 กับนโยบายต่างประเทศของทรัมป์
ในช่วงดำรงตำแหน่งสมัยแรก ประธานาธิบดีทรัมป์เคยใช้ มาตรา 301 เป็นเครื่องมือสำคัญในการเก็บภาษีนำเข้าจากจีน และใช้ในการสอบสวนประเทศอื่น ๆ ที่เรียกเก็บภาษีบริการดิจิทัลจากบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เช่น Facebook, Apple, Amazon และ Google
ในการแถลงล่าสุด USTR กล่าวหาว่า บราซิลปฏิบัติไม่เป็นธรรมกับบริษัทสหรัฐ โดยให้สิทธิทางภาษีกับประเทศคู่ค้ารายอื่นมากกว่า และเพิกเฉยต่อการปราบปรามคอร์รัปชัน
อีกทั้งยังระบุว่าบราซิลเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อเอทานอล (ethanol) จากสหรัฐ ในอัตราสูงผิดปกติ และดูเหมือนจะล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตไม้ในสหรัฐ
อ้างอิง : www.reuters.com