Shein ปรับแผน ตั้งคลังสินค้าในเวียดนาม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ
Shein ผู้ค้าปลีกฟาสต์แฟชั่นยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนเดินหน้าขยายศูนย์กระจายสินค้า ด้วยการเช่าพื้นที่คลังสินค้าขนาด 150,000 ตร.ม. ใกล้โฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของเวียดนาม เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน
นอกจากคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่เทียบเท่ากับสนามฟุตบอล 26 สนาม ซึ่งใช้เป็นจุดรวบรวมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายจากผู้รับจ้างผลิตก่อนส่งออกแล้ว Shein ยังมีแผนขยายพื้นที่จัดเก็บสินค้าเพิ่มเติมในภาคใต้ของเวียดนาม เพื่อรองรับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น
พื้นที่รอบโฮจิมินห์ซิตี้มีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการค้าระหว่างประเทศ ทั้งสนามบินนานาชาติ ท่าเรือที่ใช้รับสินค้านำเข้าจากจีน และท่าเรือสำหรับส่งออกสินค้าทางทะเลไปยังสหรัฐฯ ซึ่งช่วยให้ Shein สามารถบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ว่า Shein ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้ผลิตในจีน พร้อมลงทุนกว่า 1,370 ล้านดอลลาร์ (4.53 หมื่นล้านบาท) ในโครงการอุตสาหกรรม รวมถึงศูนย์ซัพพลายเชนใกล้กว่างโจวมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ (1.65 หมื่นล้านบาท) แต่ภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อกลยุทธ์ขยายฐานการผลิต
Shein เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการขายสินค้าราคาประหยัดและใช้ประโยชน์จากกฎการค้าของสหรัฐฯ เช่น “de minimis” ที่ให้สิทธิ์นำเข้าสินค้ามูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์ (2.65 หมื่นล้านบาท) โดยปลอดภาษี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยกเลิกข้อยกเว้นดังกล่าวสำหรับสินค้าจากจีนเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้แพ็กเกจของ Shein ต้องเสียภาษีสูงถึง 120% ก่อนที่ข้อตกลงล่าสุดกับจีนจะลดอัตราภาษีลงเหลือ 54% สำหรับสินค้ามูลค่า 800 ดอลลาร์หรือน้อยกว่า และ 30% สำหรับการส่งออกเชิงพาณิชย์มูลค่าต่ำ
แม้สหรัฐฯ และจีนจะเริ่มลดความตึงเครียดทางการค้า แต่ภาษีนำเข้าปัจจุบันยังคงทำให้เวียดนามได้เปรียบในการส่งออกไปสหรัฐฯ โดยสินค้ามูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์ จากเวียดนามยังได้รับสิทธิ์ปลอดภาษี ขณะที่สินค้าส่งออกอื่น ๆ ของเวียดนามต้องเสียภาษี 10% จนถึงเดือนกรกฎาคม ก่อนที่อัตราจะเพิ่มขึ้นเป็น 46% หากรัฐบาลฮานอยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับวอชิงตันได้
(1 ดอลลาร์ = 33.13 บาท)
ที่มา: อาซาฮี ชิมบุน