โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ค่ายรถจีน” เร่งใช้ชิปจีน 100% ภายในปี 2570 หนีการพึ่งพาตะวันตก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 03.28 น.

ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน ทั้ง BYD, Geely, SAIC และ Great Wall เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ใช้ชิปพัฒนาและผลิตในประเทศ 100% ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า หวังลดการพึ่งพาชิปสหรัฐ

วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ผู้ผลิตรถยนต์จีน อาทิ SAIC, Changan, Great Wall, BYD, Li Auto และ Geely เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ใช้ชิปผลิตเอง 100% โดยคาดว่าอย่างน้อย 2 แบรนด์ จะเริ่มผลิตจำนวนมากได้เร็วสุดในปี 2569

โดยรุ่นแรกที่จะเริ่มผลิตจำนวนมากจะเป็นรุ่นปรับปรุงของรถที่มีอยู่แล้ว ซึ่งผลิตโดยบางแบรนด์ ก่อนที่แบรนด์อื่น ๆ จะทยอยตามมา ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ใหญ่ของรัฐบาลจีนที่ต้องการเพิ่ม การพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีชิป ท่ามกลางความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นกับสหรัฐ

โครงการนี้อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ซึ่งเรียกร้องให้ผู้ผลิตรถยนต์ โดยเฉพาะบริษัทที่รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ ทำการประเมินตนเองเกี่ยวกับอัตราการใช้ชิปที่ผลิตในประเทศ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เป้าหมายนโยบายล่าสุดของรัฐบาลจีนคือให้รถยนต์ใช้ชิปที่พัฒนาและผลิตในประเทศ 100% ภายในปี 2570 ซึ่งถือว่าเป็นการเร่งเป้าหมายจากเดิมที่ตั้งไว้เพียง 25% ภายในปี 2568

แม้เป้าหมาย 100% จะไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย แต่เป็นกรอบนโยบายที่ ใช้กระตุ้นให้ภาคธุรกิจแสดงความตั้งใจและศักยภาพในการสนองนโยบายรัฐ อย่างไรก็ตามเกณฑ์การนับอัตราการพึ่งพาชิปภายในประเทศยังไม่ชัดเจน บางฝ่ายนับตามจำนวนชิปทั้งหมดในรถ ขณะที่บางฝ่ายนับตามจำนวนชนิดของชิปที่พัฒนา/ผลิตในประเทศ ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของจีน ได้แก่ SAIC, FAW Group, GAC Group, BYD, Geely, Changan และ Great Wall ต่างถูกขอให้เพิ่มการใช้ชิปที่ผลิตหรือพัฒนาในประเทศ

ผู้บริหารจากบริษัทชิปจีนรายหนึ่งเผยว่า ลูกค้าหลายราย เช่น Geely ระบุว่า หากมีชิปที่ผลิตในประเทศให้เลือก จะเลือกใช้ชิปจีนก่อนแม้จะมีชิปต่างชาติที่ผลิตในจีนก็ตาม

กลุ่มบริษัทบางแห่ง เช่น GAC Group กำลังร่วมมือใกล้ชิดกับผู้ผลิตชิปแบบรับจ้าง (contract foundries) อย่าง Semiconductor Manufacturing International Corp. และ CanSemi เพื่อทบทวนทั้งห่วงโซ่อุปทานและรับรองทางเลือกที่พัฒนาในประเทศ

ในปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์จีนยังคงพึ่งพาชิปจากสหรัฐและต่างชาติ โดยเฉพาะในระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (autonomous driving) เช่น รถหรูยังใช้ชิป AI ของ Nvidia หรือชิปควบคุมห้องโดยสารอัจฉริยะของ Qualcomm การที่รัฐบาลสหรัฐค่อย ๆ จำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน ทำให้ผู้ผลิตจีนวิตกว่าจะไม่สามารถเข้าถึงส่วนประกอบที่จำเป็นได้ในอนาคต

ในบริบทนี้ บริษัทผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของโลก เช่น STMicroelectronics, NXP และ Infineon ได้เร่งร่วมมือกับผู้ผลิตชิปจีนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับซัพพลายให้ผู้ผลิตรถยนต์จีน

ซีอีโอของ Infineon กล่าวว่า ลูกค้าจีนเรียกร้องให้บริษัทย้ายฐานการผลิตชิปเพื่อรองรับตลาดในประเทศจีนโดยเฉพาะ

ทั้งนี้แนวโน้มลดการพึ่งพาต่างประเทศ บวกกับความต้องการลดต้นทุนของผู้ผลิต กำลังพลิกโฉมห่วงโซ่อุปทานชิปยานยนต์ในจีน อดีตที่ผ่านมา การทดสอบและรับรองคุณภาพชิปยานยนต์ใช้เวลานาน 3–5 ปี แต่ตอนนี้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเลือกใช้ชิปเกรดผู้บริโภค (consumer-grade) สำหรับฟังก์ชันที่ไม่สำคัญ เช่น ระบบอินโฟเทนเมนต์ (infotainment)

ผู้บริหารบริษัทจอแสดงผลรายหนึ่งเผยว่า“การผ่านมาตรฐานของบริษัทรถยนต์ยุโรปใช้เวลา 3–5 ปี แต่กับผู้ผลิตจีนใช้แค่ 6–9 เดือน”

ผู้บริหารอีกรายเสริมว่า ลูกค้ารถยนต์จีนเริ่มเร่งให้ใช้ซัพพลายในประเทศแม้ในส่วนประกอบย่อย เช่น driver ICs และวัสดุเฉพาะทางอย่างแผ่นฟิล์มแสง (optical films) ซึ่งเคยถูกครองตลาดโดยบริษัทอเมริกัน โดยกำหนดเส้นตายให้เปลี่ยนผู้ผลิตเป็นบริษัทจีนภายในปีหน้า

Driver ICs คือชิปที่ควบคุมการทำงานของวงจรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น เช่น หน้าจอหรือไฟ แต่เดิมชิปในรถยนต์จะเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ เซ็นเซอร์ และชิปอนาล็อกที่ควบคุมไฟ ระบบเบรก หน้าต่าง และความปลอดภัย แต่การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติทำให้ปริมาณชิปต่อคันพุ่งสูงขึ้น โดยต้องใช้ทั้งชิปประมวลผล กล้อง มอเตอร์ หน้าจอ และระบบจัดการแบตเตอรี่ ข่าวดีสำหรับจีนคือ ชิปเหล่านี้จำนวนมากสามารถผลิตได้ด้วยเครื่องจักรรุ่นเก่า ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงแบบ cutting-edge

Brian Matas นักวิเคราะห์จาก TechInsights กล่าวว่า “จีนเดินหน้าเร่งขยายเทคโนโลยีการผลิตรุ่นเก่าหรือ mature nodes อย่างจริงจัง ส่งผลให้ราคาชิปบางกลุ่มถูกกดดัน”

ตัวอย่างคือ ชิปอนาล็อกและไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) มีการเติบโตช้า เนื่องจากราคาถูกกดลงจากซัพพลายจีน

อย่างไรก็ตามจีนยังต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะพึ่งพาตนเองได้เต็มที่ โดย TechInsights ประเมินว่า ในปี 2568 จีนจะผลิตชิปได้เพียง 17.5% ของความต้องการในประเทศ จากตลาดรวมมูลค่าราว 185,000 ล้านดอลลาร์

ข้อมูลจาก SEMI ยังระบุว่ากำลังการผลิตชิปรุ่นเก่าในจีนจะคิดเป็นเกือบ 40% ของทั่วโลกภายในปี 2570 เพิ่มขึ้นจาก 31% ในปี 2566 ขณะที่สหรัฐจะอยู่ที่เพียงประมาณ 5%

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...