โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

IRPCลั่นปิดดีลM&Aสิ้นปีนี้ 1โครงการ แย้มต.ค.ปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นฉุดผลดำเนินงานH2วูบ

Manager Online

เผยแพร่ 08 ก.ย 2565 เวลา 10.09 น. • MGR Online

IRPCลั่นปิดดีลซื้อกิจการ(M&A)ในไทยอย่างน้อย 1โครงการช่วงครึ่งหลังปี 2565 ขณะที่ผลดำเนินงานครึ่งปีหลังต่ำกว่าครึ่งปีแรก เหตุค่าการกลั่นอ่อนตัวลงและมีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นช่วงต.ค.นี้ราว20วัน พร้อมตั้งเป้าหมายองค์กร Net Zero Emission ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2060

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า บริษัทคาดปิดดีลควบรวมหรือซื้อกิจการ(M&A)ธุรกิจพลาสติกชนิดพิเศษSpecialtyในไทยอย่างน้อย 1 โครงการ ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายจากโครงการดังกล่าวทันที

ทั้งนี้ IRPC ตั้งงบลงทุน 5 ปีนี้(2565-69) เฉลี่ยปีละ 1-1.2 หมื่นล้านบาท โดยในปี2565 บริษัทวางงบลงทุนค่อนข้างมากอยู่ที่ 2หมื่นล้านบาท แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และการซื้อกิจการ(M&A)ที่ล่าช้า ทำให้การใช้งบลงทุนปีนี้ไม่เข้าเป้า คาดว่าอยู่ที่9,000-10,000ล้านบาท ปัจจุบันใช้ไปแล้ว6,000-7,000ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ในการลงทุนโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นและปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลตามมาตรฐานยูโร 5 (Ultra Clean Fuel Project: UCF)

สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง2565 บริษัทมีแผนปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในช่วงต้นเดือนต.ค.นี้ราว 20วัน และปิดซ่อมบำรุงโรงงานบางส่วนในช่วงกลางเดือนกันยายนด้วย ทำให้กำลังการกลั่นน้ำมันในครึ่งปีหลังเฉลี่ยอยู่ที่ 160,000-165,000บาร์เรล/วัน ต่ำลงกว่าครึ่งแรกปีนี้ที่โรงกลั่นไออาร์พีซีมีกำลังการผลิตเฉลี่ย 190,000-195,000บาร์เรล/วัน

ดังนั้น ผลประกอบการบริษัทในครึ่งหลังปีนี้ จะต่ำกว่าครึ่งแรกของปี2565 เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นทำให้กำลังการกลั่นลดลง รวมทั้งราคาน้ำมันดิบในช่วง6เดือนหลังปี2565 มีความผันผวนมาก คาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 105 เหรียญหารัฐ/บาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันดิบได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วเมื่อไตรมาส2/2565 ทำให้ไตรมาส3นี้บริษัทจะไม่น่ามีกำไรจากสต็อกน้ำมัน ทำให้ค่าการกลั่น(GRM)ครึ่งปีหลังอยู่ 20-22เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ส่วนธุรกิจปิโตรเคมี ราคาได้ผ่านจุดต่ำสุดเมื่อไตรมาส2/2565 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่สูงทำให้วัตถุดิบดีดตัวเพิ่มขึ้น และมีกำลังการผลิตใหม่เข้าสู่ทั้งโครงการปิโตรเคมีจากจีนและมาเลเซีย ส่งผลให้โรงงานปิโตรเคมีบางแห่งต้องลดกำลังการผลิตลง ซึ่งในอนาคตบริษัทมุ่งเน้นการผลิตเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษต่อยอดในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) อุปกรณ์สิ้นเปลืองทางการแพทย์และอื่นๆที่เป็นเทรนด์ตามกระแสโลก

โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนขายเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษเป็น 55% ในปี 2573 จากปัจจุบันอยู่ที่ 24% ซึ่งเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษจะมีความต้องการใช้มากขึ้นตามทิศทางความต้องการของตลาด โเยก่อนหน้านี้บริษัทร่วมทุนกับบริษัท อินโนบิก(เอเซีย)จำกัดในเครือปตท. ผลิตผ้าไม่ถักทอใช้ขึ้นรูปด้วยวิธี Melt Blown เพื่อผลิตหน้ากากอนามัย ผ้าอ้อมเด็ก เป็นต้น

นายชวลิต กล่าวต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศและภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น IRPC ได้ตั้งเป้าหมายสู่องค์กร Net Zero Emission ในปี 2060 โดยสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 20% ภายในปี 2030 จากปีฐาน 2018 ผ่านมา IRPC มีความมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงอย่างต่อเนื่องเพื่อไปสู่ Net Zero Company ผ่านการดำเนินการด้วยกลยุทธ์ ERA ดังนี้คือ1. Eco - operation & technology การปรับปรุงกระบวนการผลิตภายในบริษัทฯ ลดการใช้พลังงานผ่านการกำหนดเป้าหมายโดยใช้ดัชนีชี้วัดการใช้พลังงาน และเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดทดแทน พร้อมทั้งกำลังดำเนินการศึกษาการใช้พลังงานทางเลือก โดยการลงทุนในโครงการ Solar Rooftop และ โครงการ Solar Farm เพื่อใช้สำหรับกระบวนการผลิตในโรงงานต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ IRPC จะลงทุนติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำในบ่อน้ำดิบสำรองของบริษัทฯเพิ่มขึ้นอีก 8เมกะวัตต์ รวมเป็น20เมกะวัตต์ รวมทั้งโครงการ UCF ผลิตน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ช่วยลดปัญหามลภาวะฝุ่นละออง PM 2.5 คาดว่าจะพร้อมดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ในต้นปี 2567

2. Reshape portfolio มุ่งแสวงหานวัตกรรมที่ส่งเสริมธุรกิจคาร์บอนต่ำ ธุรกิจพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำและ3. Absorption and offset โดยได้ดำเนินการร่วมกับกลุ่ม ปตท. ทั้งโครงการปลูกป่า และโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) หรือ CCS Hub Model โดยจะเริ่มศึกษาในพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรี เพื่อเป็นต้นแบบสำคัญในการขยายผลสู่ระดับประเทศได้ในอนาคต

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...