โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

คนราชบุรีเพาะปลาสวยงาม มาตรฐาน GAP เจาะตลาดใน-นอกประเทศ ฟาดรายได้ตลอดทั้งปี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 20 ต.ค. 2565 เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

ความชื่นชอบและหลงใหลในสิ่งที่ตนเองชอบนั้น มักมาพร้อมกับความฝันและการลงมือทำให้สำเร็จอยู่เสมอ เช่นเดียวกันกับ คุณนวลพรรณ สินสมบูรณ์ทอง หรือ คุณอ้อย เจ้าของฟาร์ม Fai-Fish-Farm ในพื้นที่ตำบลเตาปูน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่นำความชื่นชอบของสามีในเรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามทุกชนิด มาสร้างเป็นธุรกิจภายในครอบครัว ได้การรองรับมาตรฐานการส่งออก GIP ส่งขายทั้งในและนอกประเทศ จนมีรายได้มากกว่างานประจำ ก่อนจะตัดสินใจลาออกและหันมาทำธุรกิจเพาะพันธุ์ปลาสวยงามแบบครบวงจรและเต็มรูปแบบ

คุณอ้อย เล่าว่า ก่อนที่จะมาทำฟาร์มปลาสวยงามนั้น ทั้งคู่เคยทำงานบริษัทมาก่อน ทางสามีของคุณอ้อยชอบปลาสวยงามมาตั้งแต่วัยเด็ก จึงทดลองเลี้ยงมาเรื่อยๆ อีกทั้งภายในหมู่บ้านของคุณอ้อยนั้นเลี้ยงปลาสวยงามอยู่แล้ว ทำให้มีรายได้จากการขายปลาสวยงามเดือนละหลักพันจนถึงหลักหมื่นบาท เมื่อย้อนไปในช่วงเกือบ 30 ปีที่แล้ว

หลังจากนั้นคุณพ่อของคุณอ้อยจึงคิดว่าจะขายสินค้าแบบใด ที่ทำให้มีรายได้เข้ามาในจำนวนที่เยอะ สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ก่อนจะตัดสินใจทำฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม เมื่อเวลาผ่านไปคุณพ่อมีอายุที่มากขึ้น เริ่มทำไม่ไหว จึงตัดสินใจที่จะเลิกทำฟาร์มปลาสวยงามแบบถาวร คุณอ้อยและสามีจึงมองเห็นโอกาสในต่อยอดเพื่อทำธุรกิจได้ จึงสานต่อธุรกิจของคุณพ่อ ด้วยการลองผิดลองถูกมาจนถึงปัจจุบัน

ภายในฟาร์มของคุณอ้อยนั้น จะมีการเพาะพันธุ์ปลาทั้งในบ่อปูนและบ่อธรรมชาติ โดยบ่อปูนจะมีขนาด 2×2 เมตร ส่วนบ่อดินในพื้นที่ 1 ไร่ จะแบ่งเป็น 4 บ่อ ขนาดบ่อละ 1 งาน และภายในแต่ละบ่อดินจะมีปลาจำนวน 5,000 ตัว ก่อนจะเริ่มขยับขยายบ่อสำหรับการเพาะพันธุ์ปลาทั้งบ่อปูนและบ่อดิน จากวันแรกจนถึงปัจจุบันมีทั้งหมดกว่า 100 บ่อ โดยมีปลาสวยงามหลากหลายชนิด เช่น ปลาทอง ปลาหางนกยูง ปลาริวกิ้น ปลาลูกโป่ง ปลารักเล่ห์ เป็นต้น

ด้านวิธีการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามภายในฟาร์มนั้น จะเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่สวยงาม ได้มาตรฐาน จากนั้นปล่อยให้ผสมพันธุ์กันแบบธรรมชาติในบ่อดินและบ่อปูน โดยมีการจำลองสถานที่และสิ่งแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ทางฟาร์มจะใช้ผักตบชวาที่รากยาว สวย นุ่ม หลังจากนั้นนำผักตบชวาที่มีไข่ปลาอยู่ ไปยังบ่ออนุบาลเพื่อทำการเพาะพันธุ์ให้เจริญเติบโตต่อไป หากไม่ย้ายออกพ่อแม่พันธุ์ก็จะกินไข่ปลาจนหมดนั่นเอง

“เมื่อปลาผสมพันธุ์กันเสร็จแล้ว จะไข่ไว้ที่ผักตบชวาที่ใส่ไว้ในบ่อ จากนั้นต้องย้ายผักตบชวาที่มีไข่ปลาอาศัยอยู่ออก ไปที่บ่ออนุบาล ลูกปลาก็จะเจริญเติบโต ถ้าเราไม่ย้ายลูกปลาออก พ่อแม่เขาก็จะกินจนหมด เราก็จะไม่ได้ลูก บางคนก็จะอาศัยการย้ายพ่อแม่ปลาออกแยกไปอีกบ่อแทน และนำไข่ปลาไว้ที่เดิมเพราะจะมีไข่ที่ตกหล่นอยู่บนพื้น ถ้าถามเรื่องน้ำ ปลาจะมีการไล่ผสมพันธุ์ ก็จะมีน้ำเชื้อที่ฉีดใส่กัน น้ำก็จะไม่ค่อยสะอาด ลูกที่ฟักตัว ก็จะมีโอกาสรอดน้อยค่ะ จึงทำให้ต้องย้ายลูกปลาไปที่บ่ออนุบาลค่ะ”

หลังจากนั้นประมาณ 4-5 วัน ไข่ปลาจะเริ่มฟักตัวเป็นลูกปลาที่มีขนาดเล็กมาก อาหารที่ให้จะเป็นจำพวกลูกไรแดงและอาหารปลาช่วยเสริม เพื่อช่วยเร่งการเจริญเติบโต จนถึงอายุ 1 เดือน เมื่อปลาเริ่มมีขนาดตัวที่ใหญ่เหมาะสม ก็จะนำมาคัดเลือกปลาสวยงามที่สมบูรณ์ที่สุดลงไปเลี้ยงในบ่อดินต่อไป ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ก็จะสามารถจำหน่ายปลาสวยงามไปยังกลุ่มลูกค้าได้ ซึ่งประหยัดเวลากว่าการเลี้ยงในบ่อปูนกว่า 2-4 เดือน

“ก่อนจะเอาลงบ่อดิน เราต้องมาคัดตัวที่เสีย หางบิด หางเสีย หรือตาบอดแบบนี้ค่ะ ก็จะมานั่งแยกปลาที่เป็นจำพวกปลาเสียออก จะนำปลาดีลงบ่อดิน ซึ่งปลาดีเหล่านี้ก็เหมือนคนค่ะ ร่างกายครบ 32 ตาไม่บอด หางไม่พับ พอเราคัดแยกเสร็จแล้ว เราก็จะเริ่มจัดเตรียมบ่อดิน เพื่อปล่อยปลาลงไปค่ะ”

ส่วนวิธีการดูแลรักษานั้น ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เมื่อนำปลาสวยงามลงบ่อดินแล้ว ปลาเหล่านี้จะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนอยู่แล้ว เพราะในบ่อดินนั้นจะมีอาหารพวกแพลงตอน ซึ่งปลาสวยงามจะชอบมาก รวมถึงมีการให้อาหารปลาเสริม เพื่อช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและทันต่อความต้องการของลูกค้าอีกด้วย

สำหรับฟาร์มปลาสวยงามของคุณอ้อยนั้น จะมีการขึ้นทะเบียนกับกรมประมง เพื่อให้มีมาตรฐานการส่งออก GAP ในการจัดจำหน่ายสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก จะมีเจ้าหน้าที่เดินทางเข้ามาตรวจสอบคุณภาพปลาและน้ำ ทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้ได้ปลาที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ที่สูสีกับปลาสวยงามในต่างประเทศได้

“มาตรฐาน GAP ในที่นี้คือ ปลอดโรค มีคุณภาพ ได้การันตีจากทางกรมประมง ที่เขามีการสุ่มตรวจโรคทุกๆ 3-6 เดือน หลังจากที่เราได้มาตรฐาน GAP แล้ว เราก็ต้องมาทำเรื่องการจัดจำหน่ายสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะเข้ามาดำเนินเรื่องให้เรา พอส่งปลาเข้าไปตรวจแล้ว ปลาของคุณปลอดโรค ไม่มีปัญหาอะไรแบบนี้ค่ะ เขาก็จะอนุญาตให้เราจำหน่ายสัตว์น้ำได้ค่ะ แต่ก็มีระยะเวลากำหนดไว้ว่าทุกๆ 6 เดือน คุณจะต้องส่งปลาเข้าไปตรวจ 1 ครั้ง แต่ในช่วงทุกๆ 6 เดือนนั้น จะมีเจ้าหน้าที่จังหวัดที่เราอยู่ ติดต่อเพื่อเข้ามาดู ตรวจสอบคุณภาพปลา น้ำที่เลี้ยงปลาว่าเป็นอย่างไรค่ะ”

ความต้องการทางด้านตลาด คุณอ้อย บอกว่า อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ มีลูกค้าทั้งในและนอกประเทศ เดินทางเข้ามาติดต่อขอซื้อปลาสวยงามจำนวนมาก ต่างการันตีถึงความสวยงามและความแข็งแรงของปลาสวยงามภายในฟาร์ม อีกทั้งภายในฟาร์มของคุณอ้อยนั้นมีความหลากหลายของสายพันธุ์ปลาสวยงาม จึงเป็นจุดดึงดูดลูกค้า ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของการทำธุรกิจที่คุณอ้อยและสามีตั้งใจและลงมือทำนั้นเอง

ด้านราคาปลาทองภายในฟาร์มของคุณอ้อยนั้น เริ่มต้นถูกสุดที่ตัวละ 2 บาท จนถึงราคาแพงสุดที่ตัวละ 500-600 บาท ราคาทั้งหมดขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของปลาที่ลูกค้าต้องการ

สำหรับท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับปลาสวยงาม สามารถติดต่อ คุณนวลพรรณ สินสมบูรณ์ทอง หรือ คุณอ้อย ได้ที่ฟาร์ม Fai-Fish-Farm ในพื้นที่ตำบลเตาปูน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี หรือทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก “Fai-Fish-Farm” และทางเบอร์โทรศัพท์ 081-770-6122

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...