โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยสาเหตุ ผมร่วง ผมบาง พร้อมวิธีการรักษา รีบจัดการก่อนสายเกินแก้

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 30 ส.ค. 2565 เวลา 18.01 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2565 เวลา 10.01 น. • Bright Today

สาระความรู้! สาเหตุ ผมร่วง ผมบาง ปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆคน พร้อมบอกวิธีการรักษา รีบจัดการก่อนสายเกินแก้

นับเป็นปัญหาใหญ่ทางด้านสุขภาพของหลายๆคน นั่นก็คือปัญหา ผมร่วง ผมบาง สามารถเกิดได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งจริงๆแล้วการที่ผมหลุดร่วงเป็นเรื่องปกติของร่างกาย เส้นผมคนเราสามารถร่วงได้ 50 – 100 เส้นต่อวัน แต่หากเส้นผมร่วงเกิน 100 เส้น ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน หรือหลายเดือน แสดงว่าคุณกำลังประสบปัญหา ผมร่วง เข้าแล้ว…

ขอบคุณรูปภาพ : freepik

สาเหตุที่ทำให้ ผมร่วง ผมบาง

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ผมร่วง ผมบาง เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ทำให้ขาดความมั่นใจ เสียบุคลิกภาพ วันนี้ ไบรท์ ทูเดย์ (Bright Today) จะพูดถึงสาเหตุหลักๆที่ทำให้ ผมร่วง ผมบาง ดังนี้..

  • พันธุกรรม สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของผมร่วง คือ มีประวัติครอบครัวที่มีศีรษะล้าน มีการศึกษาเชื่อว่าสาเหตุทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น ความเครียด และมลภาวะ สามารถเป็นปัจจัยกระตุ้นการเกิดภาวะผมบางได้ ศีรษะล้านจากพันธุกรรมนี้เกิดจากมีฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone)
  • ขาดสารอาหาร อาจจะเกิดจากการรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก ไม่ถูกสุขลักษณะหรือไดเอทผิดวิธี แต่ละวันควรเน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลือง ดื่มน้ำให้เพียงพอหรือดื่มไม่น้อยกว่าวันละ 2 ลิตร งดอาหารที่ใส่ผงชูรส งดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่
  • สระผมผิดวิธี ไม่ควรสระเกินวันละ 1 ครั้ง ก่อนสระผมด้วยแชมพูควรล้างผมด้วยน้ำเปล่าก่อนประมาณ 15 วินาทีแล้วค่อยลงแชมพูทุกครั้ง เพื่อช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนเรือนผมออกไปก่อน และในขณะสระผมก็ไม่ควรขยี้ผมหรือเกาหนังศีรษะแรง ๆ เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อของหนังศีรษะ แต่ให้เปลี่ยนมาสระผมโดยใช้วิธีนวดหนังศีรษะแทน โดยใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงกลมเบา ๆ ในขณะสระผม ซึ่งนอกจากจะช่วยถนอมเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว ยังช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นอีกด้วย
  • ใช้สารเคมีกับผม การทำสีแฟชั่นผมบ่อยๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ที่มีเนื้อหนาและหนัก เนื่องจากเมื่อเส้นผมและหนังศีรษะสัมผัสยาย้อมผมหรือโฟมย้อมผม จะทำให้โครงสร้างเส้นผมและหนังศีรษะถูกทำร้ายจากสารเคมี ดังนี้
    -ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) เป็นสารที่ทำให้สีผมเดิมอ่อนลงแต่ทำให้ผมแห้งเสีย
    -พาราโทลูอีนไดอะมีน (PTD; Para-Toluenediamine) เป็นสารที่ช่วยเปลี่ยนสีผมให้ตรงตามสีย้อมผม แต่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อหนังศีรษะ
    -พาราฟีนิลีนไดอะมีน (PPD; Para-Phenylenediamine) เป็นสารทำให้เกิดสีซึ่งมักพบในสีย้อมผมชนิดถาวร โดยมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการแพ้และเสี่ยงเป็นมะเร็งได้
    -แอมโมเนีย (Ammonia)เป็นสารที่ช่วยให้สีย้อมติดเส้นผมดีขึ้นแต่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วง
  • ภาวะเจ็บป่วยและใช้ยา เช่น โรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูง โรคข้ออักเสบ ภาวะซึมเศร้า โรคต่อมไทรอยด์
  • มัดผมแน่นเกินไป หรือมัดผมนอน มัดผมตอนผมเปียก จะทำให้โครงสร้างของเส้นผมเกิดการหักงอหรือผิดรูปแล้ว ยังอาจไปทำร้ายเคลือบผมทางอ้อมได้อีกด้วย และหากมัดผมตอนผมเปียกเนื่องจากเชื้อราที่เกิดจากความเปียกชื้น จะก่อตัวกับกลุ่มกันที่บริเวณหนังศีรษะ หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ ความชื้นจะแพร่กระจายและกลายเป็นเชื้อราที่มารังควานศีรษะ ทำให้หนังศีรษะมีกลิ่นเหม็นอับ เกิดอาการคัน และเป็นรังแค ทำให้รากผมไม่แข็งแรง สุดท้ายผมก็จะเปราะบางและหลุดร่วงไปในที่สุด
ขอบคุณรูปภาพ : freepik
ขอบคุณรูปภาพ : freepik

การรักษา ผมร่วง ผมบาง

  • ใช้ยา ส่วนใหญ่การใช้ยาเป็นวิธีการรักษาผมร่วงเริ่มแรก ทั้งยาทาและยาสำหรับรับประทาน ควรมาจากการแนะนำของแพทย์ เพราะมีผลข้างเคียงจากยาที่ต้องระวัง
  • ทำทรีตเมนต์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดรากผมใหม่ รวมถึงบำรุงรักษาเส้นผมที่มีให้คงอยู่
  • ปรับฮอร์โมน ในกรณีผมร่วงจากภาวะฮอร์โมนบกพร่อง
  • ทำเลเซอร์ เพื่อแก้ปัญหาการเสื่อมสภาพของเส้นผม และช่วยกระตุ้นเส้นผมให้เกิดใหม่
  • ฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น PRP (Platelet-rich Plasma) เพื่อกระตุ้นการทำงานของสเต็มเซลล์บริเวณรากผม
  • การปลูกผม โดยวิธีผ่าตัดเจาะรากผมบริเวณท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณไม่ค่อยโดนผลกระทบจากฮอร์โมน แล้วย้ายรากผมมาปลูกลงในบริเวณที่ต้องการ
ขอบคุณรูปภาพ : freepik

ขอบคุณข้อมูล : โรงพยาบาลสมิติเวช

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่น ๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...