โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อุตตม แจงนโยบาย “ปุ๋ย คนละครึ่ง” ระยะยาวหนุนตั้งโรงงานปุ๋ยแห่งชาติ

TOJO NEWS

อัพเดต 08 พ.ย. 2565 เวลา 19.36 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2565 เวลา 12.36 น. • Admin_Tojo

หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ขยายความนโยบาย “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ทำควบคู่ส่งเสริมเกษตรกรใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องเหมาะสม ครอบคลุมทั้งปุ๋ยทุกประเภท ทั้งเคมี อินทรีย์ และชีวภาพ ส่วนระยะยาวต้องมีโรงงานปุ๋ยแห่งชาติ เพื่อดูแลเกษตรกรซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า วันนี้ (8 พ.ย.65) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ผมขอขยายความนโยบาย “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ที่อาจารย์สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ประกาศบนเวทีพบปะพี่น้องประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา
หลักคิดนโยบายปุ๋ยคนละครึ่ง เริ่มต้นจากความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ต้องแบกรับภาระราคาปุ๋ยเคมีแพงขึ้นถึงร้อยละ 100-130 ตั้งแต่ต้นปี ปัจจุบันราคาปุ๋ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 30-35 บาท หรือกระสอบละ 1,500-1,800 บาท (50 กก.)

ซึ่งปุ๋ยคือต้นทุนหลักในการเพาะปลูกหรือราวร้อยละ 30-40 ดังนั้นหากรัฐสนับสนุนต้นทุนปุ๋ยให้ครึ่งหนึ่ง ก็เท่ากับจะช่วยให้เกษตรกรมีเงินในกระเป๋าจากการขายผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 15-20 โครงการปุ๋ยคนละครึ่งจะช่วยเหลือเกษตรกรได้มากถึง 5 ล้านคน โดยอ้างอิงจากตัวเลขเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชที่ขึ้นทะเบียนกับภาครัฐ ดังนั้นเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นในกระเป๋าเกษตรกร ก็จะถูกหมุนเวียนเป็นวงกว้างในระบบเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาพรวมประเทศต่อไป อีกทั้งโครงการลักษณะการช่วยเหลือดูแลด้านต้นทุน จะไม่ส่งผลข้างเคียงต่อคุณภาพผลผลิต เนื่องจากเป็นการกระตุ้นเกษตรกรใส่ใจด้านคุณภาพมากกว่าปริมาณ

นอกจากนั้นโครงการนี้จะทำควบคู่กับการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกต้อง และใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยมีระบบตรวจสอบแร่ธาตุในดินร่วมอยู่ในโครงการด้วย และไม่ได้ให้สิทธิ์เฉพาะปุ๋ยเคมี แต่จะครอบคลุมถึงปุ๋ยชนิดอื่นๆ เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรให้ความสำคัญกับการบำรุงดิน รวมทั้งเพิ่มการแข่งขันในตลาดปุ๋ย เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร โดยปัจจุบันไทยมีบริษัทผลิตจำหน่ายปุ๋ยเคมีราว 700 ราย แต่ตลาดร้อยละ 90 อยู่ในมือรายใหญ่ราว 10 รายเท่านั้น

เป็นที่ทราบกันดีว่า สาเหตุที่ปุ๋ยปรับราคาขึ้นอย่างรุนแรงนั้น เป็นผลกระทบจากสงครามรัสเซีย - ยูเครน ซึ่งคาดว่าจะไม่จบลงในระยะเวลาอันสั้นนี้ ดังนั้นราคาปุ๋ยก็จะยังคงตัวในราคาสูงต่อไป จึงมีความจำเป็นที่ต้องช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกเป็นการเฉพาะหน้า ขณะที่ในระยะยาวในฐานะที่ประเทศไทยมีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จึงควรมีนโยบายโรงงานปุ๋ยแห่งชาติ เพื่อดูแลเรื่องปุ๋ยอย่างจริงจังด้วยเช่นกัน

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...