โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เมื่อพระเอกเผลอรักนางร้าย

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2566 เวลา 15.41 น. • หลิ่งชิง
พบกันคราแรกเฟิงอ๋องเกือบคร่าชีวิตของเหลียนผิงให้สิ้นชีพ คิดอะไรถึงจับนางมาแขวนคอเล่น! โชคยังดีที่เสี้ยวเวลาสุดท้ายผู้เป็นอ๋องยังสำนึกได้ไว้ชีวิตนาง หลังจากนั้นนางก็ขอสาบานว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก

ข้อมูลเบื้องต้น

ฮวาเถียนเถียนตื่นมาในร่าง เหลียนผิง นางร้ายในนิยายที่เพิ่งอ่านไปได้แค่บทเดียว ทำให้แทบไม่รู้ชะตากรรมของร่างที่มาอาศัยเลย

และโชคร้ายของนางร้ายก็มาเยือน เมื่อได้พานพบกับเฟิงอ๋องพระเอกในนิยายคราแรก อ๋องผู้นี้ก็เกือบคร่าชีวิตอันแสนบอบบางของเหลียนผิงให้สิ้นชีพ

เขาคิดบ้าอะไรอยู่ถึงจับเหลียนผิงมาแขวนคอเล่น!

โชคยังดีที่เสี้ยวเวลาสุดท้ายผู้เป็นอ๋องยังเมตตาไว้ชีวิตนาง หลังจากนั้นนางก็ขอสาบานว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพระเอกในนิยายผู้นี้! โหดร้ายเกินไป น่ากลัวด้วย นางยังรักตัวกลัวตาย พระเอกอะไรน่ากลัวยิ่งนัก!

ทว่าในฝันเขาก็ยังตามมาหลอกหลอน! เล่นเอานางนอนไม่หลับไปหลายคืน

ไม่พอเฟิงอ๋องเป็นบ้าอะไรจับนางมาดูเล่นยามราตรี เหลียนผิงเสียหายยิ่งนัก! อย่างนี้อย่าเรียกว่าพระเอกเลย!

ตัวร้ายได้บทพระเอกชัดๆ!

อีบุ๊คมาแล้วนะคะ╰ (*°▽°*) ╯

คลิก↓

อีบุ๊คเรื่อง เมื่อพระเอกเผลอรักนางร้าย

⬆️คลิก

ทั้งหมดมี ๒๗บท + บทพิเศษอีก ๓บท

พระรองในนิยาย

“ข้าไม่มีวันรักเจ้า” ถ้อยคำเยือกเย็นดังมาจากบุรุษร่างสูงสง่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือผู้ครอบครองใบหน้าหล่อเหลามากผู้หนึ่ง

เหลียนผิงผู้มีสะคราญโฉมกะพริบตาปริบๆ เม้มปากเล็กน้อยอย่างใคร่ครวญว่าควรพูดดีไหม แต่สุดท้ายนางก็เลือกจะพูดออกมาว่า

“คุณชายใหญ่ ท่านก็เล่าเรียนมานานอายุก็ยี่สิบกว่าแล้วนะ ทั้งเก่งวรยุทธ์เป็นถึงหัวหน้าราชองครักษ์หน่วยหวังหมิ่น” หัวหน้าองครักษ์ของเมืองหลวงมีสี่คน สี่หน่วย

หรือจะเรียกว่ารองผู้บัญชาการราชองครักษ์ก็ได้ ซึ่งทั้งสี่คนอยู่ภายใต้ผู้บัญชาการราชองครักษ์ เหลียนผิงพูดต่อ “ทำไมไม่ทำตัวให้ฉลาด ท่านไม่รักข้าก็ไปปฏิเสธกับท่านป้าเองสิ ท่านป้าขอข้ามาเลี้ยงดูปูเสื่อไว้เป็นภรรยาท่าน ข้าปฏิเสธได้ที่ไหน รึท่านเองก็สู้อำนาจท่านป้าไม่ได้ เลยมาลงกับสตรีอ่อนแออย่างข้า!”

“เจ้า” อี้สิงยกมือชี้หน้าเหลียนผิงด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

เหลียนผิงก็ไม่คิดจะใส่ใจคนผู้นี้นัก จึงคีบขนมเข้าปากรอฟังพระรองแสนดีในนิยายด่า แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ด่านางจึงพูดต่อ

“ที่ข้าพูดเป็นความจริงนี่เอง!” กล่าวจบเหลียนผิงก็รีบกุลีกุจอลุกจากศาลาวิ่งแจ้นหนีไป ขี้เกียจทะเลาะกับพระรองของนิยายเรื่องนี้ บุรุษตัวโตเช่นนี้นางสู้ไม่ได้หรอกและขี้เกียจวิ่งไปฟ้องท่านป้าด้วย

อี้สิงผู้นี้นอกจากหล่อกับเก่งวรยุทธ์ก็หาความดีไม่พบ

ทว่านางออกเท้าวิ่งไม่ทันไรก็ต้องล้มหน้าคะมำในท่ากบ! กรี๊ดดดด อุตส่าห์มาอยู่ในร่างสวยๆ นะ! หมดสวยเพราะถูกรังแกเสียได้ ทำราศีหญิงงามอันดับหนึ่งของนางมัวหมองหมด!

อี้สิงใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก เดินเชื่องช้ามายืนตรงศีรษะของเหลียนผิง ร้ายกว่านั้นมือใหญ่จับลงตรงคอของเหลียนผิงแล้วบีบลงมาอย่างแรงจนเหลียนผิงดิ้นไปมาแต่ก็ไร้ผลเพราะนางสู้แรงอี้สิงไม่ไหว

หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอจากความหวาดกลัวด้วยเหมือนว่าอี้สิงกำลังจะฆ่านางจริงๆ ยิ่งนัยน์ตาคมกล้าดูอำมหิต อี้สิงจ้องมองเหลียนผิง “เจ้าต้องไปขอโทษ เหอปิง ที่เจ้าทำให้นางกินถั่วทั้งที่เจ้าก็รู้ว่านางแพ้ถั่ว”

ใบหน้าของเหลียนผิงเริ่มขึ้นสีแดงก่ำจากการหายใจไม่ออก

“รับปากข้า” น้ำเสียงต่ำจากอี้สิงกดดันให้หญิงสาวรับปาก

“ได้” เหลียนผิงส่งเสียงแสนเบาออกมาอย่างยากลำบาก พลางร้องไห้สะอื้นรับปากอย่างไม่อาจขัดขืนเนื่องจากเริ่มหายใจไม่ออก

อึก ทั้งที่นางไม่ได้เป็นคนทำเลยนะ! เหลียนผิงคนเดิมทำต่างหาก!

ใช่แล้ววิญญาณที่เข้ามาอยู่ในร่างเหลียนผิงคือ ฮวาเถียนเถียนผู้โชคร้าย มาอาศัยร่างของเหลียนผิงคนงามที่ไปสร้างวีรกรรมดีๆ ไว้เยอะ! จนมีแต่คนมาตามคิดบัญชี!

ฮวาเถียนเถียนเพิ่งมาอาศัยร่างนี้ได้สิบวัน วันนี้เป็นวันแรกที่ออกจากเรือนส่วนตัวมานั่งเล่นตรงศาลา แต่ก็ถูกพระรองมาทำร้ายเช่นนี้ อึก ฮืออออ

อี้สิงเมินเฉยต่อหยาดน้ำตาของเหลียนผิงแล้วกล่าวถ้อยคำต่อ “ภายในสามวันเจ้าต้องไปขอโทษนาง” กล่าวจบอี้สิงก็ปล่อยมือแกร่งออกจากลำคอระหงของเหลียนผิงแล้วหยัดกายลุกขึ้นจนเต็มความสูงก่อนจะเดินออกไปจากตรงนี้

ทิ้งให้ฮวาเถียนเถียนในร่างเหลียนผิงลุกขึ้นนั่งพลางจับคอที่เจ็บ แล้วร้องไห้สะอื้นออกมาด้วยความกลัวและตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอ นางไม่สามารถสู้กำลังอี้สิงได้ แต่เมื่อครู่เกือบจะคว้าหินใกล้มือมาปาใส่ศีรษะอี้สิงให้แตกแล้ว แต่ก็ยั้งมือไว้ได้ทันเพราะตอนนี้นางมาอาศัยพึ่งบารมีสกุลอี้

นางจะมีชีวิตรอดใช่ไหม?

เหลียนผิงคนเดิมไม่อยากไปขอโทษ เหอปิง จึงแกล้งป่วย ใครจะรู้ว่านางกลับป่วยจริงแล้วล้มหัวฟาดพื้นตอนลุกจากเตียงจะเรียกสาวใช้มาปรนนิบัติ

เช่นเดียวกับฮวาเถียนเถียนที่หกล้มศีรษะฟาดพื้นในห้องน้ำ ทำให้ตื่นมาก็พบกับเรื่องอัศจรรย์อันน่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นกับตนเอง ทะลุมิติเข้ามาในโลกของนิยายแต่ทุกอย่างก็เหมือนจริงมาก ราวกับนี่คือโลกความจริงอีกมิติหนึ่ง

ติดที่นิยายเรื่องนี้สหายนางเขียนและฮวาเถียนเถียนยังอ่านได้แค่บทแรก! เพราะกลัวค้างเลยรอให้เพื่อนแต่งจบก่อน ซึ่งสหายคนดีก็แต่งจบแล้วแต่รอเอามาให้นางอ่าน น่าเสียดายที่ฮวาเถียนเถียนไม่มีโอกาสได้อ่านตอนจบของนิยายเรื่องนี้ เลยแทบไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องจะเดินไปทางไหน

หางตาเหลียนผิงเห็นสาวใช้ที่ติดตามนางสองคนเอาแต่ก้มหน้าไม่คิดเข้ามาช่วยพูดให้เหลียนผิงเลย เป็นเช่นนี้หญิงสาวก็ต้องคอตกเพราะสองคนนี้เป็นสาวใช้คนใหม่ สาวใช้คนเก่าเพิ่งถูกขับไล่ออกจากจวนเพราะรับผิดแทนเหลียนผิงเรื่องที่บดถั่วลงไปในสำรับของเหอปิง ในวันที่เหอปิงมาร่วมงานฉลองครบรอบสี่สิบปีของนายท่านอี้ เจ้ากรมการคลัง บิดาของอี้สิง

ยามนี้เหลียนผิงเป็นเพียงหลานสาวของมารดาอี้สิงจากบ้านเดิมที่มาอาศัยจวนเขาอยู่ พูดกลายๆ ก็คือบิดาของเหลียนผิงส่งเหลียนผิงมาให้ท่านป้าช่วยมองหาบุรุษดีๆ เดิมเหลียนผิงหมายตาอี้สิงทำให้พานเกลียดเหอปิงสตรีที่อี้สิงต้องใจหลงใหล

เหอปิงคือนางเอกของนิยายเรื่องนี้!

ร่างเล็กขมวดคิ้วรีบลุกขึ้นทั้งน้ำตาอาบแก้มแล้ววิ่งตรงไปยังรถม้าเพื่อไปหา ซูเจิน สาวใช้ที่เพิ่งถูกไล่ให้ไปใช้แรงงานในไร่ชายังนอกเมืองเมื่อสิบวันก่อน เดิมทีจะถูกส่งให้ไปยังหมู่บ้านชนบทห่างไกลแต่เหลียนผิงเห็นว่าหาสาวใช้ที่ไว้ใจได้ยากนัก จึงขอท่านป้าให้ส่งซูเจินไปแค่นอกเมืองเท่านั้น

รถม้าของจวนสกุลอี้มุ่งออกจากเมืองหลวงในยามบ่ายคล้อย ที่จริงเหลียนผิงจะส่งคนไปตามซูเจินกลับมาก็ได้ ทว่าเหลียนผิงอยากออกไปให้ไกลจากจวนสกุลอี้สักพัก เนื่องจากว่านางกลัวอี้สิงมารังแกทำร้ายนางอีก

หากใครจะรู้ว่าอยู่ๆ รถม้าก็ชะงักเล็กน้อยแต่เพียงหนึ่งลมหายใจก็ขับเคลื่อนต่อไป จวบจนมาถึงบ้านหลังหนึ่งอันเงียบวังเวง เหลียนผิงสงสัยได้ไม่นานร่างนางก็ถูกอุ้มลงจากรถม้า เสียงเล็กร้องโวยวายหาคนช่วยเหลือไม่หยุด ส่วนสาวใช้ทั้งสองจู่ๆ ก็สลบไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เหลียนผิงตกใจจนหน้าซีดเพราะนางกำลังจะถูกจับแขวนคอกับคานเรือน!

“พวกเจ้าใจเย็นๆ มีอะไรก็ค่อยๆ พูดคุย อย่าเข่นฆ่ากันเช่นนี้!”

ไป๋เฟิง หรือ เฟิงอ๋อง บุรุษในชุดสีเลือดหมูคอปก รูปพระพักตร์หล่อเหลาราวปีศาจแววตาเฉยชาท่าทีสุขุมดูเยือกเย็น นัยน์ตาอันน่ากลัวไร้แววเมตตามองเหลียนผิงที่ดิ้นรนจะแกะเชือกออกจากคอเพราะตอนนี้นางยังไม่ถูกดึงขึ้นให้ขาดอากาศหายใจ

แววตางามแสนหวาดกลัวและสั่นระริกไม่รู้ว่าตนจะหาวิธีรอดไปจากเหตุการณ์นี้อย่างไรดี ยิ่งมองสบตากับบุรุษที่นั่งบนเก้าอี้ไม้สีน้ำตาลเข้มมองนางราวกับไม่ใช่มองคน เหลียนผิงก็หลุดร้องไห้อีกครั้งในวันนี้ พยายามมองว่าบุรุษผู้นี้เป็นใครแล้วเหลียนผิงคนเดิมไปทำอะไรให้เขาเจ็บแค้นจนต้องเอาชีวิตเช่นนี้

ซึ่งคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกและไม่คุ้นหน้าเขาเลย นางเชื่อว่าถ้าเหลียนผิงเคยพบบุรุษผู้นี้นางย่อมจดจำได้เป็นอย่างดีแน่ เพราะเขามีรูปโฉมเหนือสามัญ ชนิดที่ว่าหาไม่ได้ในคนปกติทั่วไป ยิ่งนัยน์ตาทรงอำนาจนั้นอีก เขาผู้นี้คงไม่ใช่พระเอกของเรื่อง เฟิงอ๋องหรอกนะ!

“ข้าจะถามเจ้าคำเดียว เจ้านำตราพยัคฆ์บัญชาทัพไปไว้ที่ใด”

“…” เหลียนผิงเลิ่กลั่กงุนงงอย่างไปต่อไม่ถูก ตราพยัคฆ์บัญชาทัพอะไร? “ท่านจับคนมาผิดหรือไม่ ตราพยัคฆ์บัญชาทัพกับคุณหนูในห้องหออย่างข้า คิดอย่างไรก็ไม่มีทางมาเกี่ยวข้องกันได้ อึก ปล่อยข้าไปเถอะข้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฮือออ” เหลียนผิงหลุดเสียงสะอื้นร้องไห้ออกมาอย่างทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ทั้งบุรุษที่นั่งตรงหน้าก็น่ากลัว ยังไม่รวมกับลูกน้องของเขารอบตัวนางดูหน้าตานิ่งเฉยราวกับไม่ใช่คน ตอนนี้เชือกตรงคอนางก็เหมือนจะรัดขึ้นเรื่อย ๆ และไม่นานร่างนางก็ลอยขึ้นจนไม่อาจแตะพื้น

ดวงตางามของเหลียนผิงมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอด้วยความหวาดกลัว สายตานางแสนเว้าวอนมองสบตากับแววเนตรนิ่งเฉยของชายหนุ่ม

พระพักตร์ของเฟิงอ๋องขยับเล็กน้อย ยกมือเพียงนิดให้องครักษ์วางตัวเหลียนผิงลงพื้นก่อน ไม่ใช่ว่าเกิดความใจอ่อนกับหญิงสาวตรงหน้าแต่เขาดูคนออกว่าเหลียนผิงไม่ได้พูดโป้ปด เพราะหากนางโกหกเขาคงสั่งให้นางตายเสียเดี๋ยวนี้แล้ว เพราะไม่คิดพูดมากความ เฟิงอ๋องเกลียดความโอ้เอ้และเชื่องช้าของสตรียิ่งกว่าสิ่งใด

“ข้าให้เวลาเจ้าใคร่ครวญว่าขโมยตราพยัคฆ์บัญชาทัพจากเหอปิงไปไว้ที่ใด”

เหลียนผิงชะงักหน้าเหวอ คือเพียงบุรุษเบื้องหน้ากล่าวมาเช่นนี้ นางก็พอจะจำได้รางๆ แล้ว! กรี๊ดดดด เหลียนผิงทำมันจริงๆ ด้วย ฮวาเถียนเถียนในร่างเหลียนผิงหน้าซีดปากสั่นมือไม้เริ่มอ่อนแรงด้วยความสิ้นหวัง

พูดความจริงต้องตาย

โกหกก็ไม่น่าจะรอดตายอนาถกว่าเดิมอีก แต่ว่านางก็ยังมีใจสงสัยว่าเพิ่งฟื้นขึ้นมาในร่างเหลียนผิงได้สิบวัน โชคชะตาก็จะให้นางตายอีกแล้วรึ

จะปิดปากนางรึ!

เฟิงอ๋องย่อมจับอาการของหญิงสาวได้ก็กระตุกยิ้มยื่นคำขาดให้นางเป็นครั้งสุดท้าย “พูดมา”

เชือกตรงคอของเหลียนผิงเริ่มถูกดึงอีกครั้ง นางจึงรีบพูดขึ้น “ในห้องนอนของข้า ในกล่องไม้สีดำตรงหัวเตียง อึก ข้าขอโทษ ปล่อยข้าไปเถอะท่านผู้มีเมตตา ข้าจะไม่ทำเรื่องไม่ดีอีก” เชือกตรงคอของเหลียนผิงค่อยๆ แน่นขึ้น จนเหลียนผิงหลุดเสียงสะอื้น พยามยามดิ้นรนให้มีชีวิตรอดด้วยความหวาดกลัว

เฟิงอ๋องมองร่างบอบบางของเหลียนผิงที่ค่อยๆ ถูกดึงขึ้น ขโมยตราพยัคฆ์บัญชาทัพมีโทษถึงตาย เฟิงอ๋องคือผู้ถือครองกระบี่อาญาสิทธิ์สังหารก่อนค่อยรายงานต่อเบื้องบนได้ หากแต่เฟิงอ๋องหยัดกายลุกขึ้นแล้วเดินเชื่องช้าต่อไปหาร่างของเหลียนผิงที่เริ่มดิ้นไปมาจากอาการของคนขาดอากาศหายใจ มือใหญ่ดึงกริชออกมาจากเอวแล้วตัดเชือกทิ้ง

พลันร่างของเหลียนผิงก็ตกลงพื้นนั่งแหมะไอค่อกแค่ก ดวงตาแดงช้ำจากการร้องไห้ หญิงสาวพยายามเม้มปากไม่ให้ส่งเสียงสะอื้นเพื่อไม่ให้เสียงของนางไปรบกวนบุรุษผู้นี้

เฟิงอ๋องก้มมองร่างเล็กที่เรือนกายสั่นเทา

“ถ้าข้าหาไม่เจอจะกลับมาเอาชีวิตเจ้า” ที่จริงคนที่ผิดไม่ใช่แค่เหลียนผิง แต่เหอปิงก็ผิดที่นางเล่นซุกซนไปขโมยตราพยัคฆ์บัญชาทัพของพี่ชายมาแอบซ่อนเล่น เพื่อให้พี่ชายมาตามหา ใครจะรู้เหอปิงพกตราพยัคฆ์บัญชาทัพมาร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบสี่สิบปีของนายท่านอี้ เจ้ากรมการคลัง แล้วถูกเหลียนผิงขโมยไปอีกที ไม่รู้ว่าพวกสตรีจะรู้หรือไม่ว่านั่นคือของสำคัญระดับแว่นแคว้น

เฟิงอ๋องเสด็จจากไปโดยไม่คิดจะเหลียวกลับมามองเหลียนผิงเลยสักนิด ทิ้งให้องครักษ์ใต้บัญชามองหน้ากันเล็กน้อยที่จู่ๆ เฟิงอ๋องมีใจเมตตาขึ้นมา ทั้งที่ก่อนหน้าทรงกริ้วเหอซีห่าวที่ทำตราพยัคฆ์หายทั้งที่ควรยกทัพออกไปปราบโจรป่าตั้งแต่ห้าวันก่อนแล้ว จนเฟิงอ๋องที่เพิ่งกลับมาถึงเมืองหลวงทราบข่าวว่า เหอซีห่าวยังไม่ได้ยกกำลังพลออกไปปราบโจรป่า จนเป็นเหตุให้มีพ่อค้าและชาวเมืองถูกสังหารระหว่างเดินทาง

ส่วนเหลียนผิงนางเข็ดหลาบแล้ว! นางขอเว้าวอนต่อท่านเทพโชคชะตาอย่าให้นางต้องได้เจอะเจอกับเขาผู้นี้อีก!

เหลียนผิงนั่งหงอยเหงาในเรือนนั้นอยู่นานด้วยความอัดอั้นกับสิ่งที่ตนพบเจอ ทว่าจู่ๆ ร่างนางก็ลอยขึ้นจากพื้น และเหลียนผิงก็ต้องดิ้นตีขาไปมา

เพราะบุรุษร่างสูงสง่าในชุดสีแดงเลือดหมูกำลังหิ้วคอเสื้อนางด้วยไม่กล่าวถ้อยคำใดๆ ทั้งสิ้น หิ้วเหลียนผิงก้าวเดินออกจากเรือนหลังเล็กที่พอออกมาก็พบว่าอาณาเขตของเรือนค่อนข้างกว้าง มีสวนที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาได้อย่างงดงาม

“ท่านผู้นี้ผู้มีเมตตาของผู้น้อย ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าหายใจไม่ออก ให้ข้าเดินเองก็ได้ สั่งให้ทำอะไรข้าก็ทำหมดทั้งนั้นแหละเจ้าค่ะ”

เหลียนผิงพูดอย่างว่าง่ายด้วยท่าทีลูกแมวตัวน้อยแสนเชื่องต่อเจ้าของ ดวงตานางกะพริบปริบๆ ผิวขาวราวหิมะของนางกับดวงหน้าไร้รอยด่างพร้อย รูปตากลมสวย จมูกโด่งรับกับริมฝีปากอิ่มทำให้เวลานี้เหลียนผิงคล้ายดั่งตุ๊กตาเบื้อง

ส่วนเหลียนผิงคิดว่าเวลานี้ลองนางไม่เชื่องดูสิ ได้ตายจริงๆ แน่!

ผู้มีเมตตาของผู้น้อย? คำนี้ออกจะน่าขันสำหรับเฟิงอ๋องเขาจึงหยุดเท้าเอียงพระพักตร์มองเหลียนผิงที่รูปลักษณ์ประหนึ่งนางจิ้งจอกจำแลงกายเพื่อมาล่อลวงมนุษย์ที่มีใจอ่อนแอให้หลงมัวเมา

โชคดีหรือโชคร้ายที่เมื่อครู่ไม่ฆ่านางที่เรื่องมากเช่นนี้ “ข้าเจตนาดีอุตส่าห์หิ้วคอเจ้าเพราะเห็นเดินจะไม่ไหวอยู่แล้ว เจ้ากล้าปฏิเสธความหวังดีจากอ๋องอย่างข้ารึ”

“…” เหลียนผิงไม่กล้าตอบ กรี๊ดดดดดด ความหวังดีประสงค์ฆ่ากันชัดๆ!

“ถ้าข้าปล่อยเจ้า แล้วเดินตามพวกข้าไม่ทัน เจ้าตาย”

อึก อยากกลับโลกเดิมแล้ว เหลียนผิงเม้มปากอย่างน่าสงสารต่อมานางก็ต้องตกใจเมื่อเฟิงอ๋องไม่รอคำตอบจากนาง แต่รวบเอวของเหลียนผิงไปกอดแล้วกระโดดขึ้นไปตามกำแพงและหลังคา

นี่ต้องเป็นวิชาตัวเบาแน่ๆ เหลียนผิงเหมือนได้เปิดโลกอีกอย่างเพราะเพิ่งจะเคยตัวปลิวไปตามหลังคาเช่นนี้ นี่ก็มืดค่ำแล้วทำให้ไม่ค่อยมีใครเห็นพวกเฟิงอ๋อง

ไม่รู้ว่าเฟิงอ๋องมากฝีมือหรือองครักษ์ตระกูลอี้ไร้ความสามารถ ทำให้ท่านอ๋องสามารถลักลอบพาเหลียนผิงเข้ามาภายในเรือนหลังของสตรีได้อย่างง่ายดาย

เฟิงอ๋องวางร่างเหลียนผิงลง โดยไม่ต้องรับสั่งสิ่งใดเหลียนผิงก็รีบวิ่งแจ้น กุลีกุจอไปควานหาตราพยัคฆ์บัญชาทัพมาส่งให้ชายหนุ่มอย่างกระตือรือร้น

“นี่เพคะท่านอ๋อง” เหลียนผิงเดาได้ว่าคนตรงหน้าคือ เฟิงอ๋อง พระเอกของเรื่องนี้ แต่นางก็ยังเลี่ยงจะขานนามอ๋องของเขาเพราะเขายังไม่แจ้งนามแก่นาง ประเดี๋ยวรู้มากไปก็อายุสั้นอีก นางอยู่เป็นที่สุดแล้วละ!

เฟิงอ๋องรับตราพยัคฆ์มาดูแล้วเก็บเข้าแขนเสื้อกำลังจะยื่นแขนไปรวบเอวเล็ก หากแต่เหลียนผิงเบี่ยงตัวหลบแล้ววิ่งไปหลบหลังฉากกั้นลายวิจิตรโดยโผล่ออกมาเพียงศีรษะน้อย พลางถามอย่างตื่นตระหนก “ท่านอ๋องจะทำอะไรเพคะ ได้ตราพยัคฆ์แล้วก็เดินทางออกไปจากจวนอี้ดีกว่านะเพคะ หม่อมฉันส่งตรงนี้ก็แล้วกัน”

เฟิงอ๋องเลิกคิ้วมุมปากกดลึกยกโค้งเพียงเล็กน้อย “มานี่”

“๐.๐” เหลียนผิงเบิกตากว้างก่อนจะกะพริบตาปริบๆ เรื่องยังไม่จบอีกรึ หญิงสาวจึงกำลังลังเลว่าจะร้องเรียกให้คนช่วยดีหรือไม่ เฟิงอ๋องได้ของแล้วจะเก็บนางเป็นแน่ จะได้ไม่มีใครรู้ถึงพฤติกรรมชั่วช้ารังแกสตรีของเขา

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...