โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่ม 26 เปิดปากสารภาพ หลัง 'ฆ่าชิงทอง' ซื้อตั๋วไว้แล้ว เตรียมบินไปญี่ปุ่น

Khaosod

อัพเดต 09 ก.ค. 2567 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2567 เวลา 09.44 น.
หนุ่ม 26 เปิดปากสารภาพ หลัง 'ฆ่าชิงทอง' ซื้อตั๋วไว้แล้ว เตรียมบินไปญี่ปุ่น

หนุ่ม 26 เปิดปากสารภาพ หลัง 'ฆ่าชิงทอง' ซื้อตั๋วไว้แล้ว เตรียมบินไปญี่ปุ่น เผยเหตุไม่เช่ารถกลัวมีหลักฐาน เตรียมนำชี้จุดฆาตกรรมโหด

กรณีนายนิพิฐพนธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ก่อเหตุฆ่าไรเดอร์ทิ้งศพไว้บนดอยสุเทพ ก่อนนำรถไปก่อเหตุปล้นทองที่ห้างดังกลางเมืองเชียงใหม่ ก่อนย้อนนำรถไปทิ้งไว้ข้างทางขึ้นดอยสุเทพ แล้วหลบหนีตระเวนนำทองไปขาย แต่สุดท้ายถูกตำรวจตามจับได้ที่บ้านพัก ใน อ.ดอยสะเก็ด พร้อมของกลางทองคำและปืนที่ใช้ก่อเหตุ

จากนั้นคุมตัวไปสอบสวนและชี้จุดก่อเหตุ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายมีการวางแผนก่อเหตุเป็นอย่างดี โดยซึมซับมาจากเกมที่เล่น ซึ่งส่วนมากเป็นเกมวางแผนและใช้ความรุนแรง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าวันที่ 9 ก.ค.2567 ที่บ้านช่อแล หมู่1 ต.ช่อแล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ นายอำเภอแม่แตง นายกเทศบาลเมืองแกนพัฒนา และประธานชุมชน ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือเพื่อเป็นกำลังใจ แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

นายนิรัตน์ ได้แสดงความห่วงใยมายังครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยหลังจากนี้ทางจังหวัดเชียงใหม่ จะประสานสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพิจารณาให้เงินช่วยเหลือค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นจำนวนเงิน 150,000 บาทแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป

ที่ สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ. 5 เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ ก่อนเปิดเผยว่า ผู้ต้องหายอมรับเช่นเดิมกับที่เคยให้ปากคำไว้เมื่อวานนี้ ตามพยานหลักฐานยังเป็นการก่อเหตุคนเดียว ที่สอดคล้องกับพยานหลักฐานในสถานที่และช่วงที่ก่อเหตุ โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายได้ตัวเร็ว เพราะมีการวางแผนหนีออกนอกประเทศ

โดยคนร้ายได้ทองไป 32 เส้น น้ำหนักประมาณ 80 บาท ได้คืนมา 25 เส้น อีก 7 เส้นที่เหลือได้ขายและจำนำไว้เป็นเงินประมาณ 300,000 บาท เมื่อได้เงินมานำไปซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในช่วงคืนที่ผ่านมา แต่มาถูกจับได้เสียก่อน

ส่วนสภ.แม่ปิง ซึ่งเป็นท้องที่ร้านทองที่ถูกชิงทรัพย์ ผู้ต้องหารายนี้จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาวิ่งราวทรัพย์โดยมีอาวุธ ส่วนสภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ฆาตกรรมคนขับรถที่เรียกจากแอพพลิเคชั่น โดยยิงเข้าบริเวณท้ายทอยจากที่นั่งเบาะหลังลูกปืนทะลุออกด้านข้าง ก่อนลากศพไปไว้ด้านข้างคนขับ แล้วขับรถเอาศพไปทิ้งที่หน้าผาทางขึ้นดอยสุเทพนั้น

คนร้ายจะถูกแจ้งขอกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ชิงทรัพย์ และพกพาอาวุธปืน ทั้งนี้ในส่วนของพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ที่บ้าน รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ สอดคล้องกันทั้งหมด โดยในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) จะสามารถนำผู้ต้องหาไปชี้จุดที่ทำการฆาตกรรมได้

จากการสอบถามแผนการของผู้ต้องหาที่วางไว้ก่อนหน้านั้น ผู้ต้องหาสารภาพว่า
สาเหตุที่ไม่ไปเช่ารถมาขับเอง เพราะไม่อยากทำให้มีหลักฐาน เพราะการเช่ารถต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนจึงใช้วิธีโทรศัพท์เรียกรถแกร็ป

แม่ผู้ก่อเหตุ

ส่วนแผนการที่จะไปต่างประเทศญี่ปุ่นนั้นได้วางแผนไว้แล้ว โดยหลังจากที่นำทองไปขายก็ซื้อตั๋วเครื่องบินไว้เลยพร้อมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและประเทศที่สามต่อเนื่อง และเงินส่วนหนึ่งก็จะมาช่วยเหลือพ่อแม่ที่เป็นหนี้ ส่วนเรื่องที่จะให้ผู้ต้องหาทำพิธีขอขมาผู้ตายโดยจะนำรูปภาพของผู้ตายมานั้นทางตำรวจจะสอบถามผู้ต้องหาอีกครั้งว่าจะเต็มใจกระทำหรือไม่

สำหรับการทำแผนคดีวิ่งราวทรัพย์นั้นตำรวจท้องที่ได้ดำเนินการ นำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดตรวจค้นจนได้ของกลางมาตามจุดต่างๆและบันทึกภาพไว้ ถือว่าเป็นการทำแผนสิ้นสุดเรียบร้อยแล้วในการวิ่งราวทรัพย์ รวมทั้งภาพประกอบจากกล้องวงจรปิดในการเข้าวิ่งราวทรัพย์ที่ร้านทองมาประกอบสำนวน

ส่วนคดีฆ่า ท้องที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ตำรวจท้องที่จะสอบปากคำอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าจะนำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ หลังจากนั้นจะนำตัวผู้ต้องหานำส่งฟ้องศาลต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่ม 26 เปิดปากสารภาพ หลัง 'ฆ่าชิงทอง' ซื้อตั๋วไว้แล้ว เตรียมบินไปญี่ปุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...