โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนี้พุ่ง GDP โตต่ำ ศก.ไทยไม่เหมือนเดิม

INN News

อัพเดต 08 ก.ค. 2567 เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2567 เวลา 01.30 น. • INN News

เศรษฐกิจไทย จะกลับมาโต 4-5% ได้หรือไม่ ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงจากทุกภาคส่วน เพราะล่าสุด ธนาคารโลก ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2567 เหลือโต 2.4% จากที่เคยประมาณการไว้เดิม เมื่อเดือนเม.ย. ที่ 2.8% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการส่งออกและการลงทุนภาครัฐในช่วงต้นปีที่น้อยกว่าคาดการณ์

ขณะที่ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย "ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ"คาดจีดีพีไทยช่วงปี 2566-2571 คาดว่าจะเติบโตได้แค่ราว 3% ซึ่งเป็นระดับศักยภาพของไทยในปัจจุบันที่ลดลงจากในอดีต และยากที่จะกลับไปเติบโตได้สูงถึง 4-5% อย่างเช่นในอดีต 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ช้าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ

ทั้งนี้ การจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้มากกว่านี้ จะต้องมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจปรับโครงสร้างแรงงานให้มีประสิทธิภาพ มีการลงทุนมากขึ้น มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัย ซึ่งคงไม่ใช่เพียงแค่การใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่เพียงเท่านั้น

ล่าสุด สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.คุยกับ "ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์" นักวิชาการอิสระถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยและนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนจีดีพี โดย "ศ.ดร.พรายพล" กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่เศรษฐกิจไทยจะกลับไปโตที่ระดับ 4-5%เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นมากว่าโดยไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ในระยะยาวอีกทั้งการเดินทางไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร

นอกจากนี้ "ศ.ดร.พรายพล" ยังได้กล่าวถึงภาระหนี้จากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตด้วยว่าจะทำให้หนี้ของประเทศเพิ่มขึ้น และหากในอนาคต รัฐมีความจำเป็นต้องกู้เพื่อลงทุน ก็จะทำให้มีความยากมากขึ้น

ขณะที่ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส มองกรณีที่ ครม.สัญจรเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ คือให้มีการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณปี 2567 ครั้งที่ 2 โดบแผนก่อหนี้ใหม่ปรับเพิ่มสุทธิ 275,870.08 ล้านบาท จากเดิม 754,710 ล้านบาท เป็น 1.03 ล้านล้านบาท

โดยการเพิ่มงบประมาณปี 2567 เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ ผ่านการทำโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต เติมเงิน 10,000 บาท ซึ่งต้องติดตามว่ารัฐบาลจะมีความสามารถชำระหนี้ ได้มากน้อยเพียงใดในสภาวะดอกเบี้ยสูงที่ระดับ 2.50% จึงทำให้ตลาดคาดว่าหนี้สาธารณะมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดหนี้สาธารณะของไทย ณ สิ้น พ.ค.2567อยู่ที่ 11.65 ล้านล้านบาท ส่วนประมาณการ GDP อยู่ที่ 18.11 ล้านล้านบาทหรือมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อGDP 64.29%

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินสมมุติฐานต่างๆ ได้ว่า รัฐบาลสามารถก่อหนี้เพิ่มได้ราว 1.2 ล้านล้านบาท ภายใต้ GDP เท่าเดิมก็ยังอยู่ในกรอบ 70% หนี้สาธารณะต่อ GDP หรือจะก่อหนี้เพิ่มขึ้นได้ถึง 1.8 ล้านล้านบาท หาก GDP เติบโตได้ 5% ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม การก่อหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น แม้จะยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังแต่ยังมีความกังวลในเรื่องการเพิ่มภาระผูกพันให้กับประเทศซึ่งหากเศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตสูงดังที่หลายสำนักเศรษฐกิจหวังไว้ ก็น่าจะทำความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการคลังลดลงได้

จากนี้ต่อไปจะต้องจับตาการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพราะตัวเลขจีดีพีที่เกิดขึ้น ย่อมสะท้อนถึงความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และฝีมือของรัฐบาลในการบริหารประเทศนั่นเอง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...