โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจท่องเที่ยวใน Cox’s Bazar บังกลาเทศ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 ก.ค. 2567 เวลา 08.55 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2567 เวลา 01.55 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 18 ก.ค.- “นลินี ทวีสิน” นำคณะภาคเอกชนไทยเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจท่องเที่ยวใน Cox’s Bazar บังกลาเทศ เมืองท่องเที่ยวที่มีชายหาดยาวที่สุดในโลก ชี้เป็นโอกาสการลงทุนของไทยในธุรกิจท่องเที่ยว-โรงแรม

นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดภารกิจในวันสุดท้ายของการนำคณะนักธุรกิจไทยเยือนบังกลาเทศระหว่างวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2567 ว่าตนและคณะนักธุรกิจได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจท่องเที่ยว (Tourism Parks) 2 แห่งในเขต Cox’s Bazar ได้แก่ Sabrang Tourism Park ซึ่งมีพื้นที่ราว 2,500 ไร่ โดยบังกลาเทศต้องการพัฒนาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว และต้องการให้ต่างชาติมาลงทุนก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก และอีกแห่ง คือ Naf Tourism Park ซึ่งเป็นเกาะในแม่น้ำ Naf ที่เป็นเขตแดนกับเมียนมา และอยู่ใกล้กับ Sabrang Tourism Park โดยมีแผนจะเชื่อมถึงกันด้วยรถเคเบิ้ล สำหรับพื้นที่ Naf Tourism Park นั้น รัฐบาลบังกลาเทศจะให้สัมปทานแก่ภาคเอกชนรายเดียวเป็นผู้พัฒนาพื้นที่ของเกาะในกิจกรรมการท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจท่องเที่ยวนั้น นักลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งในด้านภาษีและด้านอื่น ๆ

ผู้แทนการค้าไทย เสริมว่า Cox’s Bazar เป็นพื้นที่ศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีจุดเด่นตรงมีชายหาดที่ยาวที่สุดในโลก และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวบังกลาเทศเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ตลาดการท่องเที่ยวภายในประเทศของบังกลาเทศเองก็นับว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากมีประกรกว่า 170 ล้านคน อีกทั้งคาดว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามายังบังกลาเทศเพิ่มขึ้น จากปัจจัยสำคัญๆ อาทิ การปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังที่สามของท่าอากาศยานกรุงธากา ซึ่งจะทำให้รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศได้เพิ่มขึ้น การปรับปรุงท่าอากาศยานในส่วนภูมิภาค การยกระดับทางหลวงระหว่างเมือง และการสร้างทางรถไฟไป Cox’s Bazar จากปัจจัยทั้งหมดนี้ ตนจึงเห็นว่า พื้นที่บริเวณ Cox’s Bazar เป็นโอกาสดีที่ภาคเอกชนไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและการบริการสามารถพิจารณาเข้ามาลงทุนได้

การนำคณะนักธุรกิจไทยเยือนบังกลาเทศในครั้งนี้เป็นผลจากการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของเชค ฮาซีนา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ เมื่อเดือนเมษายน 2567 ซึ่งได้หารือกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อหาแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผู้แทนการค้าไทยและเอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา นำคณะภาคเอกชนไทยไปสำรวจศักยภาพทางเศรษฐกิจที่บังกลาเทศเพื่อหาทางรักษาตลาดและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจของไทยในสาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะในสาขาศักยภาพ ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมเกษตร พลังงาน สินค้าฮาลาล ท่องเที่ยว สุขภาพ และโลจิสติกส์ .-314 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...