โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พื้นที่ชาร์จแบต “พาใจกลับบ้าน” Art Destination แสง สี เสียง และสัมผัส

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2567 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2567 เวลา 10.15 น.

การกลับมาอีกครั้งของ “พาใจกลับบ้าน” Homecoming นิทรรศการและพื้นที่ชาร์จแบตใจเชิงประสบการณ์ (Therapeutic Space) ที่ผสมผสานศิลปะกับการดูแลสุขภาพจิต โดย “อายดรอปเปอร์ ฟิลล์-Eyedropper Fill” นักออกแบบพื้นที่ประสบการณ์ ที่ทำให้คนเห็นใจตัวเอง พร้อมเห็นใจกันและกัน

สร้างสรรค์งานศิลปะ ผ่าน Digital Art

งานล่าสุดเป็นการมอบพื้นที่ปลอดภัย โดยชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ และใช้เวลากับตัวเองอย่างมีคุณค่า ทั้งพูดคุย รับฟัง เข้าใจและดูแลใจตัวเอง ผ่านงานศิลปะที่ออกแบบร่วมกันกับนักจิตวิทยา และผสานองค์ความรู้ด้านจิตวิทยามาใช้ในการออกแบบ พร้อมสร้างสรรค์พื้นที่เชิงบำบัด (Therapeutic Space) ประกอบกับความรู้ด้าน Digital Art ผ่านแสง สี เสียง และสัมผัส เน้นการทำงานกับฐานกาย ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการทำงานกับอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ

พร้อมร้อยเรียงเรื่องราวของเนื้อหา ภายใต้แนวคิดและตัวแปรทางจิตวิทยา “ความเมตตากรุณาต่อตัวเอง” หรือ Self-compassion เพื่อส่งเสริมสุขภาวะ เอื้อให้เกิดการตระหนักรู้ด้านสุขภาพใจ บนพื้นที่ของ MMAD-MunMun Art Destination (แมด-มันมัน อาร์ต เดสทิเนชั่น)

พื้นที่งานศิลปะสร้างสรรค์ฝั่งกรุงเทพฯตะวันออก บริเวณชั้น 2, มันมัน ศรีนครินทร์-ห้างสรรพศิลป์คราฟท์ (ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์) ราคาบัตร 200 บาท เปิดให้เข้าชมวันแรกเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 และเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 11.00-20.00 น. (ไม่มีแบ่งรอบ-ไม่จำกัดเวลาในการเข้า เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายไม่เกิน 19.30 น.)

ไฮไลต์ดูใจตัวเอง 5 ห้องหลัก

เราสามารถพากายใจเข้าไป 5 ห้องหลัก ไฮไลต์ของนิทรรศการนี้ได้ ดังนี้

ห้อง “สำรวจ” ห้องที่ให้ทุกคนได้มานั่งทบทวนความรู้สึกของตัวเอง

“รู้สึกอย่างไรอยู่” เป็นห้องที่ให้ทุกคนได้มานั่งทบทวนความรู้สึกของตัวเอง ลองระบุอารมณ์เหล่านั้นให้ชัดเจน และค่อย ๆ ฝนดำลงในช่องอารมณ์ต่าง ๆ จากนั้นค่อย ๆ จดจ่อไปที่เส้นแสงที่กำลังพาดผ่านร่างกาย ตามหาว่า มวลอารมณ์เหล่านั้นกำลังเกิดขึ้นอยู่บนส่วนไหนของร่างกาย หลังเสร็จกิจกรรม “สำรวจอารมณ์” ผู้เข้าร่วมจะส่งกระดาษวงล้อแห่งอารมณ์กับสตาฟในห้อง เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลเชิงสถิติในงาน

ห้อง “โอบรับ” ห้องที่เปิดโอกาสให้ทุกคนก้าวอย่างช้า ๆ เอื้อมมือเข้าไปหาความรู้สึกในใจ

“เว้าแหว่ง ก็สวยงาม เชื่อในความไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่เป็น คอยประคองหัวใจตัวเองไว้ หยุดนิ่ง ให้ความมั่นคงปลอบประโลม” ห้องที่เปิดโอกาสให้ทุกคนก้าวอย่างช้า ๆ เอื้อมมือเข้าไปหาความรู้สึกในใจ สัมผัสถึงทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นตรงหน้า ความเจ็บปวด ความไม่สมบูรณ์ ทุกความรู้สึกล้วนเป็นธรรมชาติ ค่อย ๆ สวมกอดตัวเองผ่านการโอบกอด รูปทรงที่ตรงใจ พอดีกับความรู้สึก หลังเสร็จกิจกรรมผู้เข้าชมสามารถเขียนสะท้อนความรู้สึกได้ที่กำแพง

ห้อง “เฝ้าดู” ห้องที่ให้ผู้เข้าร่วมชมงาน เอนกายลง “นอน” ช้า ๆ ซึมซับกับบรรยากาศ แล้วหลับตาลง ทบทวน เฝ้าดู รับรู้ ความคิดที่ไหลผ่านตัวเรา

“นั่งมองกระแสน้ำ ฟังเสียงกระแสใจ หันหน้าเข้าหาโลกภายใน เฝ้ามองทุกความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น ห้องที่ให้ผู้เข้าร่วม ชมงาน เอนกายลง ‘นอน’ ช้า ๆ ซึมซับกับบรรยากาศ แล้วหลับตาลง ทบทวน เฝ้าดู รับรู้ ความคิดที่ไหลผ่านตัวเรา ในแบบที่ไม่ต้องแก้ไข ไม่ต้องจับจด เพียงมองหาต้นทางของความคิดเหล่านั้น หลังเสร็จกิจกรรมสามารถร่วมเขียนสะท้อนความรู้สึกได้ที่กำแพงด้านข้าง”

ห้อง “ข้ามผ่าน” ห้องที่มีเสียงสะท้อนแผ่วเบาดังอยู่รอบตัว ให้คุณลองเอนตัวลงบนหมอน

พื้นที่ที่เปิดกว้างให้ผู้ร่วมงานรับฟังเรื่องราวของคนอื่น พร้อมตั้งใจฟังเสียงใจตัวเองไปพร้อมกัน “เศษเสี้ยวของบทสนทนา หลายถ้อยคำ หลากเรื่องราวที่เป็นกระจกสะท้อนถึงตัวเรา กระจกที่อยากให้คุณสำรวจตัวเองว่าการที่เรามีเมตตาต่อตัวเองช่วยให้คุณผ่านช่วงเวลาโหดร้ายเหล่านั้นได้อย่างไร”

เสียงสะท้อนแผ่วเบาดังอยู่รอบตัว ให้คุณลองเอนตัวลงบนหมอน พื้นที่ที่เปิดกว้างให้ผู้ร่วมงานรับฟังเรื่องราวของคนอื่น ในขณะที่ตั้งใจฟังเสียงในใจของตัวเองไปพร้อมกัน คุณปลอบโยนคนอื่นแบบไหน คุณเคยปลอบตัวเองแบบนั้นบ้างไหม เสร็จแล้วคุณสามารถเขียนสะท้อนความรู้สึกได้ที่กำแพง

ห้อง “ตกผลึก” ห้องที่ให้ผู้เข้าชมเขียน 1 คำลงบนหิน ที่เปิดเผยให้เห็นถึงเสียงภายในอันหนักแน่นและเป็นจริง

“เปลือกอันหนาแน่นที่ห่อหุ้ม ถูกกะเทาะให้เหลือเพียงแก่นภายใน อะไรคือคุณค่าและตัวตนอันแท้จริงที่อยู่ภายใต้เปลือกนั้น”

ห้องที่ให้ผู้เข้าชมเขียน 1 คำลงบนหิน ที่เปิดเผยให้เห็นถึงเสียงภายในอันหนักแน่นและเป็นจริง ไม่ว่าเสียงจากกระแสภายนอกกำลังบอกว่าอะไร และก่อนที่จะจากบ้านหลังนี้ เราอยากชวนให้ทุกคนค่อย ๆ ตอบคำถามในห้อง เพื่อให้ตัวเองกลับมาเป็นบ้านของใจได้อีกครั้ง

คอลแลบส์กับศิลปินอินดี้ไทย “Youth Brush”

ความพิเศษของ “พาใจกลับบ้าน” ในครั้งนี้ นอกจากกิจกรรมที่ทำร่วมกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย และสำรวจความรู้สึกไปพร้อม ๆ กันแล้ว คุณจะรู้สึกเบา และมีสมาธิมากขึ้น

นอกจากนี้ นิทรรศการรอบนี้ยังได้คอลแลบส์งานกับศิลปินอินดี้ไทย “Youth Brush” พร้อมมอบ 3 เพลงฮีลใจ คือ ขอโทษในตัวเอง, ให้อภัยและรักตัวเองสักที และขอบคุณที่ทนรอฟ้าสว่าง ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “ความเมตตาต่อตัวเอง” จนออกมาเป็นเพลงที่ชวนให้ทุกคนมา “ขอบคุณ” “ขอโทษ” และ “ให้อภัย” ซึ่งทุกคนรับฟังได้จากนิทรรศการครั้งนี้ หรือรับฟังผ่านสตรีมมิ่งมิวสิก อาทิ Spotify ฯลฯ

เพราะสุดท้ายแล้ว “เราไม่ต้องเก่งตลอดก็ได้ ให้เวลากับตัวเองบ้างก็ได้ อ่อนแอบ้าง มีความสุขบ้าง” ความสุขก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พื้นที่ชาร์จแบต “พาใจกลับบ้าน” Art Destination แสง สี เสียง และสัมผัส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...