โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ศิริกัญญา” ประชุมShangri-La Dialogueคุยทางออกเมียนมา

INN News

อัพเดต 04 มิ.ย. 2567 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2567 เวลา 02.21 น. • INN News

"ศิริกัญญา" ร่วมประชุม Shangri-La Dialogue คุยทางออกปัญหาเมียนมา แลกเปลี่ยนพัฒนาการการเมือง-เศรษฐกิจของไทยกับผู้นำรางวัลโนเบลสันติภาพ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงการเข้าร่วม Shangri-La Dialogue ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. - 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวทีประชุมด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ ณ ประเทศสิงคโปร์ ที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการด้านความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาคเป็นอย่างมาก

ระหว่างงาน นางสาวศิริกัญญาได้เข้าร่วมประชุมในเวทีเสวนาย่อยเกี่ยวกับปัญหาเมียนมา ที่มีตัวแทนผู้นำที่เกี่ยวข้องจากทั้งประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย อังกฤษและสหภาพยุโรปเข้าร่วมนำการเสวนา โดยศิริกัญญาได้เปิดประเด็นคำถามต่อผู้แทนจากประเทศอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนในปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับบทบาทของประเทศไทย ต่อสถานการณ์ในประเทศเมียนมา และประสบการณ์การทำงาน ระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียกับรัฐบาลไทยในยุคของรัฐบาลเศรษฐา

สำหรับบรรยากาศโดยรวมของการเสวนาย่อยด้านเมียนมานี้ ไม่ได้เป็นไปในเชิงบวกมากนัก เพราะผู้นำเสวนาทุกคนเล็งเห็นถึงรากลึกของปัญหาที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน และร่วมเรียกร้อง ให้คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายยุติความรุนแรงและหาทางออกทางการเมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วมผ่านการเจรจา ที่จะนำเมียนมาเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย โดยในระหว่างการประชุมมีผู้เข้าร่วมเสวนา ยกถึงความสำคัญของบทบาทประเทศไทยและประเทศจีนในการนำมาซึ่งสันติภาพในเมียนมาอีกด้วย

โดยหลังจากการร่วมเสวนาเรื่องเมียนมา นางสาวศิริกัญญา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นโยบายด้านเมียนมาของไทยต้องมีความต่อเนื่อง เป็นวาระแห่งชาติ เพราะมีผลกระทบหลายภาคส่วนไม่ใช่แค่เรื่องความขัดแย้งในต่างประเทศ แต่ยังมีเรื่องอื่น ๆ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปัญหาฝุ่นข้ามชาติ ยาเสพติด หรือผู้อพยพ ที่เป็นผลโดยตรงจากความไม่สงบ”

“แต่ความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล จากปัจจัยต่าง ๆ ในประเทศไทย ทำให้เราไม่สามารถดำเนินนโยบายที่ต่อเนื่อง และแสดงความเป็นผู้นำของอาเซียนในเรื่องนี้ได้ ซึ่งเรื่องความไม่ต่อเนื่องนี้ ก็เป็นปัญหาที่ตัวแทนของรัฐบาลอินโดนีเซียได้ชี้ให้เห็นในระหว่างเสวนา”

นอกจากนั้น นางสาวศิริกัญญามีโอกาสแลกเปลี่ยนประเด็นความมั่นคงในภูมิภาคและพัฒนาการด้านเศรษฐกิจกับตัวแทนรัฐบาล นักวิชาการ และสื่อจากอีกหลายประเทศ อาทิ เดนมาร์ก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และติมอร์-เลสเตสำหรับประเทศติมอร์-เลสเต นางสาวศิริกัญญา มีโอกาสเข้าพบประธานาธิบดี Jose Ramos Horta เจ้าของรางวัลโนเบล (Nobel Laureate) สาขาสันติภาพในปี 1996 จากการต่อสู้เพื่อสันติภาพ อิสรภาพ และประชาธิปไตยในติมอร์ตะวันออก ทั้งสองได้มีการแลกเปลี่ยนถึงโอกาสของภาคเอกชนไทย

ในการเข้าไปลงทุนในประเทศติมอร์เลสเต เพื่อรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี (Preferential Trade Agreement) ในการส่งสินค้าออกต่อไปยังประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากติมอร์-เลสเต ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา โดยมีการพูดถึงโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารทะเล สิ่งทอ การเกษตร และเวชภัณฑ์จากประเทศไทย

ประธานาธิบดี Ramos Horta ยังได้สอบถาม นางสาวศิริกัญญาถึงการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และการเมืองในประเทศไทย เล่าประสบการณ์ รวมถึงขอคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาของประเทศติมอร์-เลสเตในด้านต่าง ๆ อีกด้วย โดยประธานาธิบดี Ramos Horta ปิดท้ายบทสนทนาว่าขณะนี้กำลังจะมีพรรคใหม่เกิดขึ้นในประเทศของเขาชื่อ “Timor Forward” ซึ่งได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากความสำเร็จของพรรคก้าวไกล

ในเรื่องนี้ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้แลกเปลี่ยนกับประธานาธิบดี Ramos Horta ผู้เป็นสัญลักษณ์ด้านประชาธิปไตยระดับโลก และได้แสดงความขอบคุณแทน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เพราะท่านประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศคนแรกที่ส่งจดหมายแสดงความยินดีต่อพิธาและพรรคก้าวไกล หลังเราชนะการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว”

นางสาวศิริกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ติมอร์เลสเต เป็นประเทศกำลังพัฒนา และพยายามเชื้อเชิญให้บริษัทไทยไปลงทุน และใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางการค้า เพื่อลดต้นทุนสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ และยุโรป เรื่องนี้เราจะทำการศึกษาต่อผ่าน กมธ. ที่เกี่ยวข้องที่นำโดยพรรคก้าวไกล และรายงานต่อรัฐบาลและภาคเอกชนที่สนใจต่อไป”

อนึ่งในระหว่างงาน Shangri-La Dialogue ได้มีปาฐกถาและเวทีเสวนาของบรรดาผู้นำจากหลายประเทศในหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคง โดยในหลายเวทีได้แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างชัดเจน และดูจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

ในปีนี้ไฮไลท์ของงานคือการปรากฏตัวของประธานาธิบดี Volodymyr Zelenskyy ของประเทศยูเครนในวันสุดท้าย ซึ่งประธานาธิบดี Zelenskyy ได้ย้ำถึงความสำคัญของการยึดมั่นต่อกฎหมายและธรรมเนียมระหว่างประเทศ เพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของประเทศที่ไม่ได้เป็นมหาอำนาจ และได้ขอร้องให้ประเทศในอาเซียนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสันติภาพโลก (Global Peace Summit) ที่จะมีขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อมุ่งหวังกดดันประเทศรัสเซียให้ยุติสงคราม

ส่วนประธานาธิบดี Ferdinand Marcos Jr ของประเทศฟิลิปปินส์ได้ย้ำถึงความสำคัญของความสงบและอิสรภาพในการเดินเรือในทะเลจีนใต้ โดยมีการตักเตือนและต่อต้านการดำเนินนโยบายความมั่นคงของประเทศจีนในบริเวณนี้อย่างจริงจัง

ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหม Lloyd Austin ของสหรัฐอเมริกาได้กล่าวถึงความสำคัญของสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน และคำมั่นสัญญาที่จะปกป้องพันธมิตรทางด้านการทหารหากมีการถูกรุกรานจากมหาอำนาจอื่นๆ ด้านรัฐมนตรีกลาโหมของจีน พลเรือเอก Dong Jun ได้ย้ำถึงมุมมองของประเทศจีนที่มีต่อไต้หวัน และอธิบายถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดความไม่ราบรื่นในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวันในบริเวณช่องแคบ และระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้

นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลและกองทัพต้องเข้าใจสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในระดับมหภาค และออกแบบยุทธศาสตร์ความมั่นคงนานาชาติของไทย รวมถึงมีแผนการพัฒนากองทัพ ในฐานะ Middle Power ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง ไทยเราสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยบริหารความตึงเครียดนี้ในภูมิภาคอาเซียนได้ และเราควรมีแผนการที่ชัดเจนทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...