เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม
ข้อมูลเบื้องต้น
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ :Chuanqi (HubeiAncientandModernLegendsMediaGroupDigitalNewMediaCo,.Ltd)
ประพันธ์โดย:益达(Yì dá)
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย : Glory Forever Public Co.,LTD
บรรณาธิการ:ไพสิฐต่วนขำ
แปลและเรียบเรียง:Little N.(อรทัย พุทธสุข)
พิสูจน์อักษร:ศิริพร วันฟั่น
“ภูผาไร้ขอบเขต นภาและผืนปฐพีสอดประสาน ข้าขอสาบานว่าจะอยู่เคียงข้างเจ้า”
ถ้าเป็นแต่ก่อน “หนีเจียเอ๋อร์” คงหลงเชื่อคำหวานเหล่านี้เข้าเต็มเปา
ทว่า…ทุกสิ่งล้วนเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งนั้น…
แม้แต่งงานมาร่วมสิบปี ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าสังหารนางเช่นนี้ อีกทั้งคนในตระกูลต้องจมกองเพลิงโศกนาฏกรรมตายอย่างปริศนา
ทิ้งร่องรอยไว้เพียงแผลรูปดาราบนร่างของพ่อ อี๋เหนียง และพี่ชายเท่านั้น
ชายผู้นี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เป็นแน่! แต่แล้ว สวรรค์ก็เมตตาให้โอกาสนางได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง
เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตตนเองและครอบครัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางต้องสืบหาตัวฆาตกรที่ฆ่าล้างตระกูล
และขอหนีจากคนรักเก่าเพื่อมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม
แนะนำนิยายน่าอ่าน สนุกเกินต้าน ที่ไม่ควรพลาด จิ้มเลย
แนะนำตัวละคร
(ฝั่งสกุลหนี)
หนีเจียเอ๋อร์: คุณหนูรองสกุลหนี บุตรีนายท่านสกุลหนีกับอนุภรรยา เว่ยอี๋เหนียง เมื่อชาติก่อน ครอบครัวในสกุลเดิมของนางถูกฆ่าล้าง จวนถูกเพลิงเผาผลาญ ส่วนตัวเองก็ต้องมาตายเพราะถูกสวีเพ่ยหราน สามีผู้เป็นที่รักและไว้ใจบีบคอ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมา พบว่าตนได้หวนคืนกลับมายังช่วงเวลาที่มีอายุเพียงสิบหกปี หญิงสาวจึงตั้งใจว่าจะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวทั้งหมด เพื่อมิให้โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นซ้ำได้อีกครั้ง
หนีจวิ้นหว่าน: คุณหนูใหญ่สกุลหนี พี่สาวต่างมารดาของหนีเจียเอ๋อร์ บุตรีนายท่านสกุลหนีกับหนีฮูหยิน สวีซื่อ ผู้เป็นภรรยาเอก แอบชอบสวีเพ่ยหราน ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ของตน
หนีเจียเฮ่อ: พี่ชายร่วมมารดาของหนีเจียเอ๋อร์ ผู้ติดตามคนสนิทขององค์ชายรัชทายาท
นายท่านสกุลหนี: บิดาของหนีเจียเอ๋อร์ ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพิธีการ มีศักดิ์เป็นท่านอาเขยของสวีเพ่ยหราน
เว่ยอี๋เหนียง: มารดาของหนีเจียเอ๋อร์ อนุภรรยาของนายท่านสกุลหนี
หนีฮูหยิน (สวีซื่อ): ฮูหยินแห่งตระกูลหนี ภรรยาเอกนายท่านสกุลหนี มารดาของหนีจวิ้นหว่าน เป็นน้องสาวของท่านราชครูสวี หรือท่านอาหญิงของสวีเพ่ยหราน ที่รักเขาดั่งบุตรในอุทร
โจวชิงหวา: พ่อค้าอันดับหนึ่งของเมือง บุตรชายแม่นมของหนีเจียเอ๋อร์ ถือเป็นพี่ชายร่วมน้ำนมของนาง ทั้งยังเป็นเพื่อนสนิท ที่คอยดูแลปกป้องหญิงสาวมาตั้งแต่เด็กจนเติบใหญ่
(ฝั่งสกุลสวี)
สวีเพ่ยหราน: คุณชายสกุลสวี ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลสวี บุตรชายท่านราชครูสวีกับอนุภรรยา สวีอี๋เหนียง เป็นสามีในชาติก่อนของหนีเจียเอ๋อร์ ดำรงตำแหน่งสิงปู้ซ่างซู หรือเสนาบดีกรมราชทัณฑ์ มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหนีจวิ้นหว่าน พี่สาวต่างมารดาของหนีเจียเอ๋อร์
นายท่านสวี: นายท่านใหญ่สกุลสวี บิดาของสวีเพ่ยหราน ดำรงตำแหน่งราชครู เป็นพี่ชายภรรยาของนายท่านหนี หรือท่านลุงของหนีจวิ้นหว่าน
สวีอี๋เหนียง: ท่านแม่ของสวีเพ่ยหราน อนุภรรยาของท่านราชครูสวี
สวีฮูหยิน: ฮูหยินแห่งตระกูลสวี ภรรยาเอกของท่านราชครูสวี
----------------------------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กดติดตามตรงนี้ไว้ได้เลย
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ
ตอนที่ 1 ฟื้นชีพ หวนคืนสู่อดีต
นี่เป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆบดบัง เสียงกระพือปีกโผบินของเหล่าวิหคดังแว่วมาเป็นครั้งคราว สายลมในฤดูใบไม้ผลิโชยพัด ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ
ภายในจวนใหญ่ซึ่งก่อด้วยอิฐแดง พื้นกระเบื้องเขียว บรรดาคนรับใช้ชายหญิงพากันเดินขวักไขว่ ดูชุลมุนไม่น้อย
ตอนนั้นเอง ก็มีสตรีผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายตุ่ย[1]ทอมือ ปักลายเมฆสีเขียวหม่น เดินผ่านประตูเข้ามา พร้อมอ่างทองแดงในมือที่มีควันร้อนกรุ่น นางวางอ่างน้ำอุ่นลงบนโต๊ะไม้ด้านข้าง ก่อนหมุนตัว เดินไปยังเตียงใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกล
บนเตียงมีร่างหญิงสาวกำลังนอนหลับใหล แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ นางจะมีอาการไม่สู้ดีนัก คิ้วได้รูปขมวดมุ่น ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ ริมฝีปากอันแห้งผากก็เอาแต่พร่ำพึมพำ “ไม่… ไม่…”
ผ้าห่มร่นลงมา เผยให้เห็นลำแขนเรียวเสลาราวกับหยก มือเล็กที่วางบนหน้าท้อง ขยุ้มผ้าไหมสีชมพูอ่อนจนข้อนิ้วขาวซีด เมื่อเห็นเช่นนั้น สาวใช้จึงรีบเข้ามาดูทันที
“คุณหนู… คุณหนู เป็นอะไรไปเจ้าคะ? ตื่นเถิดเจ้าค่ะ!”
ท่ามกลางความมืด มีเสียงหนึ่งดังขึ้น…
หนีเจียเอ๋อร์เบิกตาโพลง แววตาทอประกายเกลียดชังจนเสี่ยวเสวียนถึงกับผงะ พบว่าคุณหนูของตนผุดลุกขึ้นมานั่ง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอีกครา
หนีเจียเอ๋อร์หอบหายใจ ลำคอแห้งผาก ยังคงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดและแรงบีบรัด แต่มิได้ใส่ใจ เพียงกวาดตามองไปทั่วห้อง จากนั้นก็ต้องเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ยังมีชีวิตอยู่? ตนยังไม่ตาย!
หนีเจียเอ๋อร์ลูบคอตัวเองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนึกย้อนดูว่าเกิดอะไรขึ้น หลังเงียบไปครู่ใหญ่ นางก็กัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ ดวงตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความแค้นเคืองระคนเศร้าโศก
สวีเพ่ยหราน… แต่งงานกันมาสิบปี ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกล้าลงมือสังหารข้า อย่างไร้ความปรานีเช่นนี้!
“คุณหนู เป็นอะไรไปเจ้าคะ?” สาวใช้มองมาด้วยความกังวล
หนีเจียเอ๋อร์หันไปมองอีกฝ่าย ก่อนเบิกตากว้าง นี่คือเสี่ยวเสวียน… สาวใช้ส่วนตัวของตน มิใช่หรือ!
อีกฝ่ายก็ยังไม่ตายเช่นกัน?
หนีเจียเอ๋อร์ตะลึงงัน ทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้ ก็ดึงเสี่ยวเสวียนเข้ามากอดทันที ไออุ่นจากร่างของสาวใช้คนสนิท ทำให้ดวงตาของหญิงสาว ท่วมท้นไปด้วยหยาดน้ำตา
“เสี่ยวเสวียน ดีจริงๆ ที่เจ้ายังไม่ตาย!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสี่ยวเสวียนก็ยิ่งงุนงง นางค่อยๆ ยกมือขึ้นตบหลังของผู้เป็นนายเบาๆ “คุณหนูหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ? เสี่ยวเสวียนจะตายได้อย่างไร! หรือว่าจะฝันร้าย?”
หนีเจียเอ๋อร์ชะงัก ก่อนผละออกมาด้วยความแปลกใจ แต่มิใช่เพราะคำพูดของอีกฝ่าย หากเป็นภาพที่ปรากฏตรงหน้า…
โต๊ะซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าต่าง มีหนังสือที่ตนชอบวางอยู่ ส่วนอีกด้านเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ที่ข้างๆ กันคือตลับกำยานเงินแกะสลักทรงกลม กลิ่นดอกมะลิที่นางโปรดปรานอบอวลอยู่ในห้อง และสุดท้ายคือเสี่ยวเสวียน ผู้สวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายตุ่ยทอมือสีเขียวหม่น
หญิงสาวจำได้ว่า เสื้อตัวนี้ตนเป็นคนมอบให้อีกฝ่าย ก่อนแต่งงานกับสวีเพ่ยหราน
อา! นี่คือห้องนอนของนางเอง…
ตอนนี้ ตนกำลังอยู่ที่บ้านเดิมหรือ?
แต่มันถูกไฟไหม้ไปแล้วนี่! จะเป็นไปได้อย่างไร?
หนีเจียเอ๋อร์เหม่อมองด้วยความสับสน ใจเต้นไม่เป็นส่ำ พลางลุกขึ้นเดินไปยังหน้าต่าง ซึ่งด้านนอกเป็นทะเลสาบเล็กๆ ผิวน้ำที่สะท้อนแสงอาทิตย์ ทำให้รู้สึกแสบตาเล็กน้อย
“คุณหนู ไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ? ข้าว่า ท่านน่าจะพักผ่อนต่ออีกสักหน่อย ดีหรือไม่?” เสี่ยวเสวียนมองตามผู้เป็นนายด้วยความเป็นห่วง รีบเดินไปที่เตียงเพื่อนำรองเท้ามาสวมให้
หนีเจียเอ๋อร์ยังคงตกตะลึง นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
มิใช่ว่า นางถูกสวีเพ่ยหรานฆ่าไปแล้วหรอกหรือ!
หรือว่า เพราะยังไม่ตาย จึงถูกนำตัวมาขังไว้ที่นี่ แต่บ้านของนางถูกไฟไหม้ไปแล้วนี่นา…
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
หนีเจียเอ๋อร์ทรุดตัวลงบนเก้าอี้ ก่อนจะเหลือบไปเห็น ‘สอนหญิง[2]’ ที่วางอยู่บนโต๊ะ
ทันใดนั้น ความทรงจำเมื่อครั้งที่ตนอายุครบสิบหกปีก็โลดแล่นเข้ามา นางถูกบิดาลงโทษให้คัด ‘สอนหญิง’ หนึ่งร้อยจบ
การลงโทษในครานั้น นางย่อมจำได้ไม่มีวันลืม!
แต่ ทว่า…
หนีเจียเอ๋อร์ค่อยๆ หยิบหนังสือ ‘สอนหญิง’ ขึ้นมามองด้วยความพิศวง หนังสือเล่มนี้… มิใช่ของปลอม
หรือว่า… ตนจะย้อนเวลากลับมาเมื่อสิบปีก่อน?
คิดเช่นนั้นหญิงสาวก็ไม่รอช้า รีบตรงไปยังหัวเตียง เพื่อหยิบกล่องใบหนึ่งออกมา ภายในนั้นมีปิ่นปักผมดอกบัว หนีเจียเอ๋อร์มองปิ่นในกล่อง พลางเม้มปากแน่น นี่คือของแทนใจซึ่งสวีเพ่ยหรานเคยมอบให้เมื่อสิบปีก่อน… แสดงว่า นางย้อนเวลากลับมาแล้วจริงๆ!
‘ภูผาไร้ขอบเขต นภาและผืนปฐพีสอดประสาน ข้าขอสาบานว่าจะอยู่เคียงข้างเจ้า’
หนีเจียเอ๋อร์มองปิ่นดอกบัวในกล่อง ก่อนแสยะยิ้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ทุกสิ่ง ล้วนเป็นเรื่องหลอกลวง!
นางหยิบปิ่นปักผมขึ้นมา ความเย็นของปิ่นทำให้รู้ได้ทันที ว่าของแทนใจชิ้นนี้ มีมูลค่าสูงเพียงใด แต่หนีเจียเอ๋อร์ไม่ใส่ใจ ขว้างมันลงกับพื้นอย่างแรง
เคร้ง!
เสียงดังก้องไปทั่วห้อง เศษปิ่นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ สภาพของมันในยามนี้ ต่อให้เป็นช่างมีฝีมือก็ไม่อาจซ่อมแซมให้เหมือนเดิมได้
สวีเพ่ยหราน ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสข้าอีกครั้ง เช่นนั้น ข้าก็จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก!
“คุณหนู ทำอะไรเจ้าคะ?”
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เสี่ยวเสวียนแทบจะกรีดร้องด้วยความตกใจ รีบเข้ามาเก็บชิ้นส่วนของปิ่นปักผมด้วยความเสียดาย ก่อนลุกขึ้น แล้วหันไปมองหนีเจียเอ๋อร์อย่างเป็นห่วง
ปิ่นเล่มนี้ เป็นเครื่องประดับผมที่คุณหนูชอบมาก ไม่คิดเลยว่าจะกล้าทำลายมันได้
“คุณหนู… ทำไมท่านขว้างปิ่นปักผมที่คุณชายสวีมอบให้เล่าเจ้าคะ?”
หนีเจียเอ๋อร์มองสาวใช้ แววตาเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและซับซ้อน ชาติก่อน หลังแต่งงานเข้าสกุลสวี จู่ๆ เสี่ยวเสวียนก็หายตัวไปอย่างลึกลับ
มาคิดดูแล้ว นางก็น่าจะถูกฆาตกรที่ฆ่าล้างสกุลหนี สังหารไปอีกคนเป็นแน่!
พอนึกถึงเรื่องนี้ หนีเจียเอ๋อร์ก็หลับตาลงอย่างข่มอารมณ์
“ไม่มีอะไรหรอก แค่ตอนนี้ ข้าไม่ชอบมันแล้วก็เท่านั้น!”
“คุณหนู วันนี้ท่านดูแปลกๆ นะเจ้าคะ เมื่อวานยังดูแลมันราวกับของล้ำค่า แต่มาวันนี้กลับไม่ชอบเสียแล้ว…” เสี่ยวเสวียน มองคุณหนูของตนอย่างกังขา
หนีเจียเอ๋อร์หรี่ตาลง ด้วยไม่อาจบอกเรื่องที่ตนคืนชีพ ทั้งยังย้อนกลับมาสู่อดีตให้ใครรู้ได้ มิฉะนั้น จะต้องมีคนคอยจ้องจับผิดเป็นแน่ แล้วเรื่องวุ่นวายก็ย่อมตามมาไม่จบไม่สิ้น
เมื่อคิดเช่นนั้น หญิงสาวจึงเหลือบไปมองอ่างทองแดงที่เสี่ยวเสวียนยกเข้ามา ในอ่างมีน้ำสะอาด ซึ่งแช่ผ้าไหมเช็ดหน้าสีขาวเอาไว้
หนีเจียเอ๋อร์เม้มริมฝีปาก ก่อนจุ่มมือลงไป พอสัมผัสได้ถึงความอุ่นของน้ำ ดวงตาก็ไหวระริก
“นายท่านกับอี๋เหนียง[3]เล่า?”
เสี่ยวเสวียนรีบก้าวเข้ามา หยิบผ้าไปบิดหมาดๆ ก่อนยื่นให้ “เรียนคุณหนู นายท่านกับอี๋เหนียง กำลังปรึกษาหารือกับนายท่านสวีและคุณชายสวี เกี่ยวกับเรื่องการสู่ขอเจ้าค่ะ!”
--------------------------------------
[1] ผ้าฝ้ายตุ่ย คือ ผ้าที่ทอจาก ‘ฝ้ายตุ่ย’ ซึ่งเป็นฝ้ายธรรมชาติ มิได้ผ่านการย้อม
ดอกฝ้ายตุ่ย จะมีขนาดเล็กกว่าดอกฝ้ายขาว ลักษณะปุยสั้น ไม่ค่อยฟูเหมือนฝ้ายขาว
ในท้องตลาดบ้านเรา บางทีก็เรียกว่าฝ้ายกะตุ่ย หรือฝ้ายตุ่น หรือฝ้ายตะหลุง หรือฝ้ายแม้ว แตกต่างกันตามท้องถิ่น
โดยคำว่า ‘ตุ่ย’ หรือ ‘ตุ่น’ มาจากสีของฝ้ายที่ออกไปทางสีน้ำตาลตุ่นๆ
ส่วนคำว่า ‘ตะหลุง’ เป็นภาษาท้องถิ่นของชาวภูไท แปลว่า ‘ค่าง’ ซึ่งน่าจะมาจากสีของฝ้าย ที่คล้ายกับสีขนของค่างนั่นเอง
[2] สอนหญิง หรือ ‘女则: หนี่เจ๋อ’ เป็นวรรณกรรมสอนสตรีเรื่องแรกๆ ของจีน ประพันธ์ขึ้นโดยนักวิชาการสตรีนาม ‘ปันเจา’ ผู้มีแนวคิดสนับสนุนให้สตรีได้รับการศึกษาเช่นเดียวกับบุรุษ แต่ขณะเดียวกันปันเจา ก็เป็นผู้มีความยึดมั่นในหลักปรัชญาขงจื๊อ ที่มีแนวความคิดบุรุษเป็นใหญ่
‘สอนหญิง’ จึงเป็นวรรณกรรมที่แฝงไปด้วยปรัชญาขงจื๊อ ซึ่งพูดถึงบทบาทของสตรี ทั้งในด้านปัจเจกชน สังคม จริยธรรม และการศึกษา ยกเว้นเพียงด้านการเมืองที่ไม่ถูกกล่าวถึง
[3] อี๋เหนียง หมายถึง อนุภรรยาของนายท่านในบ้าน
----------------------------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กดติดตามตรงนี้ไว้ได้เลย
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ
ตอนที่ 2 ปฏิเสธการแต่งงาน
“เจ้าว่าอะไรนะ!” หนีเจียเอ๋อร์เบิกตากว้าง ใจสั่นสะท้านด้วยความกังวล
สวีเพ่ยหรานมาสู่ขอนางแล้ว?
หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายด้วยความตื่นตระหนก
แรงบีบรอบคอ และภาพที่เขากำลังลงมือสังหารตนอย่างเหี้ยมโหด ยังคงเด่นชัดในความทรงจำ
อีกทั้งเรื่องที่ครอบครัวของนางถูกฆ่าล้างนั้น ก็คิดว่าชายผู้นี้ ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเป็นแน่!
ดังนั้น นางย่อมไม่มีวันแต่งงานกับเขาอีก!
หนีเจียเอ๋อร์เช็ดมือที่เปียกชื้น ก่อนลุกขึ้น หมายจะเดินออกจากห้อง แต่ก็ถูกสาวใช้คนสนิทปรามเอาไว้
เสี่ยวเสวียนมองคุณหนูด้วยความเป็นห่วง แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูจะออกไปข้างนอกหรือเจ้าคะ? แต่ท่านยังมิได้เปลี่ยนเสื้อผ้า…”
หนีเจียเอ๋อร์เม้มปากแน่น ใจอยากจะรีบไปยกเลิกการสู่ขอของสวีเพ่ยหรานเสียเดี๋ยวนี้!
หญิงสาวไล่สายตามองไปยังเสื้อผ้าที่แขวนเรียงรายอยู่ในตู้ หลังพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก็คว้าชุดสีแดงออกมา
เสี่ยวเสวียนขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ แต่ก็ลงมือช่วยเปลี่ยนชุด โดยไม่แม้แต่จะปริปากถาม
คุณหนูไม่ชอบชุดสีแดงตัวนี้ เพราะคิดว่าล้าสมัย แต่เหตุใดวันนี้ถึงหยิบออกมาสวมได้เล่า?
หนีเจียเอ๋อร์มองภาพสะท้อนในกระจก เหนือศีรษะมีปิ่นสีทองประดับเอาไว้ ช่างดูงดงาม เหมาะเจาะกับชุดสีแดงที่นางสวมยิ่งนัก
เสี่ยวเสวียนมองภาพตรงหน้าด้วยความปลาบปลื้ม วันนี้ คุณหนูดูงดงามยิ่งกว่าทุกวัน
“คุณหนู สีแดงช่างเหมาะกับท่านนัก เพียงสวมใส่ ก็ทำให้ดูงดงาม ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยเจ้าค่ะ” นางพูด
หนีเจียเอ๋อร์ขบริมฝีปาก ในห้วงแห่งความทรงจำ มีภาพเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นฉายซ้ำไปซ้ำมา จนแทบจะระงับความพรั่นพรึงและแค้นเคืองไว้ไม่อยู่
“ไปกันเถอะ!” เอ่ยจบ นางก็ลุกขึ้น เดินออกจากห้องด้วยแววตามุ่งมั่น
เสี่ยวเสวียนมองตามหลังหญิงสาวด้วยความงุนงง ตั้งแต่คุณหนูตื่นขึ้นมา ท่าทีก็ดูแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด…
หลังคิดไม่ตกอยู่ครู่หนึ่ง นางก็สะบัดหน้าไล่ความมึนงง ก่อนวิ่งตามผู้เป็นนายไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างไรเสีย คุณหนูก็ยังคงเป็นเจ้านายของตนอยู่ดี!
ระหว่างทาง หนีเจียเอ๋อร์ก็กวาดตามองโถงทางเดิน ด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย… นางกลับมาแล้วจริงๆ!
ทุกอย่างในจวนสกุลหนียังคงเหมือนเดิม ก่อนที่ทุกสิ่งจะถูกแผดเผาจนเป็นเถ้าถ่าน เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ความรู้สึกก็ยิ่งขุ่นมัว หญิงสาวจึงรีบสับเท้าให้เร็วขึ้น
จนกระทั่ง ห้องโถงหลักปรากฏอยู่ตรงหน้า…
ซึ่งเห็นได้แต่ไกลว่าภายในนั้น มีนายท่านสกุลหนี อี๋เหนียง นายท่านสกุลสวี และคุณชายสวี กำลังนั่งหัวเราะอย่างมีความสุข
ใบหน้าของคุณชายสวีในตอนนี้ ช่างดูอ่อนโยนและอบอุ่น ต่างจากครั้งสุดท้ายที่นางเห็นประหนึ่งฟ้ากับเหว
หนีเจียเอ๋อร์เผลอลูบลำคอระหงเบาๆ
นางจำได้ทุกสิ่ง ทั้งแรงบีบรัดจนหายใจไม่ออก และสายตาของชายผู้เป็นที่รัก ซึ่งดูไม่ต่างอันใดกับปีศาจร้าย…
แต่กระนั้นยามนี้ ก็จำต้องทำราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น!
นางต้องจับตัวฆาตกรซึ่งฆ่าล้างตระกูลของตนให้ได้ ก่อนที่โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง!
หนีเจียเอ๋อร์กำมือแน่น พลางก้าวเข้าไปในห้องโถงหลัก และกล่าวทักทายแขกผู้มาเยือนทั้งสอง
“คารวะท่านพ่อ อี๋เหนียง นายท่านสกุลสวี และคุณชายสวี”
พอสวีเพ่ยหรานหันมามอง ใบหน้าเขาก็แดงระเรื่อ ก้มหน้างุดด้วยความเขินอายทันที
เมื่อเห็นหนีเจียเอ๋อร์ ทุกคนต่างประหลาดใจ โดยเฉพาะนายท่านสกุลหนี ที่ดูจะชื่นชมในความงามของบุตรสาวมากทีเดียว “โอ้! ไม่คิดเลย ว่าชุดสีแดงจะเหมาะกับลูกสาวข้าเช่นนี้ แล้วนึกอย่างไรเล่า วันนี้ถึงได้ใส่สีแดง มิใช่ว่าเจ้าเกลียดสีนี้หรอกหรือ?”
เว่ยอี๋เหนียงมองไปยังบุตรสาว พร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ผุดขึ้นบนใบหน้า
แม้แต่นายท่านสกุลสวี ก็ยังผงกศีรษะ เห็นด้วยกับคำพูดสหาย
แต่ตอนนี้ หนีเจียเอ๋อร์สนใจเพียงสองร่างตรงหน้าเท่านั้น
ท่านพ่อ… เว่ยอี๋เหนียง…
เพียงได้พบพวกเขาอีกครั้ง ดวงตาหญิงสาวก็เริ่มเห่อร้อน แล้วยิ้มกว้างด้วยความยินดี
“วันนี้ตอนลูกตื่นขึ้นมา ก็บังเอิญมองไปที่ตู้เสื้อผ้าและเห็นชุดนี้เข้า แม้ลึกๆ ลูกจะเกลียดสีแดง แต่มาลองคิดดู ตัวเองก็ยังไม่เคยสวมเลยสักครั้ง จึงลองหยิบมาใส่ หวังว่าจะไม่น่าเกลียด…” นางเอ่ย แล้วเม้มปาก
“น่าเกลียดอะไรกัน? ข้าคิดว่าต่อไปนี้ เจ้าน่าจะหยิบเสื้อผ้าสีแดงมาสวมบ่อยๆ ดูสิ! แม้แต่สวีเพ่ยหราน ก็ยังไม่กล้าสบตาเจ้าเลย” นายใหญ่สกุลสวีพูด พลางหัวเราะร่า
“ตระกูลของเราสนิทชิดเชื้อกันมานาน เพ่ยหรานกับเจียเอ๋อร์ก็สนิทสนมกันมาแต่เล็กแต่น้อย หากนางแต่งเข้าสกุลอื่น ข้าคงจะวิตกมากทีเดียว แต่นี่เป็นเพ่ยหราน ครอบครัวของเราจึง…”
นายใหญ่สกุลหนียังเอ่ยไม่ทันจบ แต่หนีเจียเอ๋อร์ก็โพล่งขึ้นมาเสียก่อน “ข้าไม่แต่งนะเจ้าคะ!”
ตอนนี้ ห้องโถงจึงตกอยู่ในความเงียบงัน จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของผู้คน
“เสี่ยวเอ๋อร์ นี่เจ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่ากำลังพูดอะไรอยู่?” นายท่านสกุลหนีเงยหน้าขึ้นมามองบุตรสาว
หนีเจียเอ๋อร์ยกยิ้มเจื่อนๆ และพยายามคลี่คลายสถานการณ์ “ลูกกับพี่ชายหราน นับถือกันดั่งพี่น้องมาตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกของลูก จึงไม่มีอันใดมากไปกว่าความรักฉันพี่น้อง เช่นนี้แล้ว จะแต่งงานได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ?”
พอได้ยิน นายใหญ่สกุลหนีพลันขมวดคิ้วมุ่น คิดว่าเขาไม่รู้หรือว่าที่ผ่านมานั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กทั้งสองเป็นเช่นไร?
หรือหลานชายผู้นี้ จะสร้างความขุ่นเคืองให้ลูกสาวของตนมาก จึงถูกปฏิเสธการแต่งงาน…
สายตาของทุกคน พลันจับจ้องไปทางสวีเพ่ยหราน
พอเห็นสายตาที่ทั้งท่านพ่อและอาเขยมองมา ชายหนุ่มก็งุนงง… นี่ตนทำอะไรผิดหรือ?
เขาเผลอไปทำอะไรให้เสี่ยวเอ๋อร์โกรธกันแน่? นางถึงได้ปฏิเสธการแต่งงาน ทั้งยังแสดงท่าทีเย็นชาเช่นนี้!
สวีเพ่ยหรานรีบหันไปมองหญิงสาวทันควัน “เสี่ยวเอ๋อร์ ข้าทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจหรือ?”
หลังครุ่นคิดอยู่นานก็ไม่อาจหาคำตอบได้ เขาจึงหันไปเกลี้ยกล่อม “หรือว่าข้าจะเผลอทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจ? มันเป็นเรื่องร้ายแรงมาก จนเสี่ยวเอ๋อร์ไม่อยากจะแต่งงานกับข้าเชียวหรือ!”
หนีเจียเอ๋อร์ปรายตามองชายหนุ่มด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตลอดสิบปีที่ใช้ชีวิตอยู่กับเขา ใบหน้าอันอ่อนโยนและรอยยิ้มที่สง่างามเช่นนี้ นางเห็นมาจนชินตา
แต่ก็ตระหนักดี ว่าลึกๆ แล้ว คนผู้นี้มีอะไรมากกว่าที่เห็น…
“ไม่หรอก!” หนีเจียเอ๋อร์ส่ายหน้า ก่อนถอนหายใจ “ท่านพี่เพ่ยหรานดีกับข้ามาตลอด แต่ข้ารู้สึกกับท่านฉันพี่น้องเท่านั้น จึงไม่อยากให้ท่านต้องมาเสียเวลากับข้าอีก!”
เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของหญิงสาว ก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก โชคดีที่สกุลสวีและสกุลหนี มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน ดังนั้น แม้จะรู้สึกเสียหน้าไปบ้าง แต่ก็ไม่คิดจะเอาเรื่องนี้ มาสร้างความบาดหมางระหว่างสองตระกูล
นายใหญ่สกุลสวีลูบเคราสีขาวเงินของตน ก่อนส่งยิ้มให้นายใหญ่ตระกูลหนี “ดูเหมือนว่าสกุลสวีของเรา จะไม่มีโอกาสรับสะใภ้สกุลหนีเสียแล้ว!”
เขาหันไปมองหนีเจียเอ๋อร์ด้วยความเสียดาย “ข้าละอยากรู้จริงๆ ว่าบุรุษคนใดจะเป็นผู้โชคดี ได้แต่งงานกับเสี่ยวเอ๋อร์ของเรา”
หนีเจียเอ๋อร์ถึงกับนิ่งงัน แม้ตนจะหักหน้าบุตรชายเขา แต่คนผู้นี้ก็ยังคงแสดงความเอ็นดูนางเหมือนเดิม…
หญิงสาวคลี่ยิ้ม “เสี่ยวเอ๋อร์ก็ไม่อาจรู้ได้ ด้วยคู่ชีวิตถือเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิต แต่เมื่อถึงตอนนั้น เสี่ยวเอ๋อร์จะเชิญท่านลุงมาร่วมงานแน่ๆ!”
“เป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตหรือ?” นายใหญ่สกุลสวีย้ำคำ พลางพยักหน้า
บรรยากาศภายในห้อง เริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
มีเพียงสวีเพ่ยหรานที่ยังคงนั่งนิ่ง เพียงข้ามวัน ทุกอย่างกลับพลิกผันจนเขาแทบตั้งตัวไม่ติด…
ทำไมกัน! เหตุใดเสี่ยวเอ๋อร์จึงปฏิเสธการสู่ขอ?
อีกด้านหนึ่ง หนีเจียเอ๋อร์ลอบมองท่าทีหมดอาลัยตายอยากของเขาอย่างไม่ละสายตา
เมื่อนึกย้อนกลับไป ตอนที่ครอบครัวของตนถูกฆ่าล้าง จวนโดนเผาไม่เหลือซาก นางก็เสมือนไร้ที่พึ่ง เมื่อสูญสิ้นทุกอย่าง จึงแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่
โชคดีที่ยังมีสวีเพ่ยหราน…
นับแต่นั้นเป็นต้นมา สามีก็เป็นเพียงผู้เดียวที่นางไว้ใจที่สุด ความอ่อนโยนและความอบอุ่นซึ่งอีกฝ่ายมอบให้ ช่วยปลอบประโลมนางให้อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป
จนกระทั่งคืนหนึ่ง ขณะอยู่ในห้วงนิทรา นางก็ถูกใส่กุญแจมือทั้งสองข้าง เพราะไร้ซึ่งความระแวดระวัง
ทันทีที่ตื่นขึ้น กลับพบว่าสามีที่นางรักและไว้ใจยิ่งกว่าผู้ใด กำลังบีบคอตัวเองอยู่ หญิงสาวพยายามดิ้นรนสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจสู้แรงบุรุษได้
ช่างทรมานยิ่งนัก ไม่ต่างจากการจมน้ำ…
ดังนั้น ในชีวิตที่สองนี้ สวีเพ่ยหราน… เจ้าจะต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสม!
----------------------------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร
กดติดตามตรงนี้ไว้ได้เลย
.
.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ