โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

คุยกับ “เต๋อ-นวพล” เรื่องการสลับวงจรกำกับ “โฆษณา vs ภาพยนตร์” และซีรีส์เรื่องแรกของเขา

Positioningmag

อัพเดต 27 ก.ค. 2566 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2566 เวลา 09.07 น.

หลังจบภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องที่ 8 ในชีวิตของ “เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์” เขากลับเข้าสู่วงจรของการทำงานกำกับ “โฆษณา” อีกครั้ง พร้อมกับการซุ่มเขียนบทภาพยนตร์เรื่องที่ 9 และบทซีรีส์เรื่องแรกในชีวิตที่แอบแย้มประตูบอกว่าอาจจะเป็นเรื่องที่ ไกลตัวเอง มากขึ้น

ก่อนหน้านี้ “พี่เต๋อ” หายหน้าจากวงการโฆษณาไปเกือบ 2 ปี เพราะต้องทุ่มเทให้กับงานกำกับภาพยนตร์เรื่อง Fast & Feel Love เร็วโหด…เหมือนโกรธเธอ” ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องที่ 8 ของเต๋อ-นวพลที่เข้าฉายเมื่อปี 2565
ล่าสุดเรามีโอกาสพูดคุยกับเขาในงานเปิดตัวหนังโฆษณาชุด “เดอะแบก” ของ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ซึ่งมีพี่เต๋อเป็นผู้กำกับ และเป็นงานโฆษณาลำดับที่ 3 ของเขาในปี 2566 ปีที่เขากลับมารับงานโฆษณาอีกครั้ง (และล่ารางวัลมาได้ทันทีกับโฆษณาชุด Whiplove ที่ทำให้ห้างฯ โรบินสัน โดยเป็นงานโฆษณาไทยงานแรกที่ได้รางวัล Best of Show จากเวที New York Festival)

Q: ก่อนหน้านี้พี่เต๋อหายจากวงการโฆษณาไป ปกติจัดระบบอย่างไรระหว่างการทำหนังกับทำโฆษณา?

A: ใช่ครับ มีเบรกโฆษณาไปเกือบ 2 ปีเพราะไปทำหนัง Fast & Feel Love ช่วงนี้กลับมาก็เพราะกำลังพัฒนาบทหนังเรื่องใหม่อยู่แต่สำหรับผมโฆษณากับหนังมันไม่ใช่งานหนึ่งงานสองนะ ผมทำได้ทั้งคู่ เพียงแต่แล้วแต่จังหวะชีวิตมากกว่า
ปกติเวลากลับมาทำโฆษณาเฉลี่ยผมจะรับงาน 5-6 ชิ้นต่อปี ซึ่งน้อยมากถ้าเทียบกับคนกำกับโฆษณาเป็นอาชีพ เขาจะรับกันเดือนละ 1-2 ชิ้น แต่เพราะเราอยากจะทำทั้งสองอย่างเลยเลือกทางนี้

Q: โฆษณาแบบไหนที่เป็นงานถนัด และพี่เต๋อเลือกงานอย่างไรเพราะปีหนึ่งรับได้น้อยชิ้น

A: อาจจะเพราะผมโตมาช่วงโฆษณา long form ที่จะเป็นรูปแบบหนัง ก็จะทำแบบนี้มาเรื่อยๆ ไม่เคยทำแบบ TVC 90 วินาทีเป๊ะที่ต้องทำสตอรีบอร์ด เพราะฉะนั้นทั้งเอเจนซีและลูกค้าเขาจะรู้อยู่แล้วว่าเราถนัดอะไร ถ้าอยากได้เซนส์ประมาณนี้ ทางประมาณนี้ เอ้อ ควรเป็นเรา
คนที่เข้ามาก็จะเชื่อมือ เหมือนเลือกกันและกัน เหมือนกับเลือกคู่แต่งงาน เขาเชื่อว่าเราทำได้ ส่วนเราก็สบายใจ ใส่ได้เต็มร้อยในการเอาความรู้ความสามารถหลายปีมาทำให้กับลูกค้า

Q: เอกลักษณ์ ‘หนังเต๋อ’ เซนส์แบบไหนที่ลูกค้าเลือก

A: น่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต เวลาเราทำหนังมักจะเลือกเรื่องประมาณนี้ เราจะไม่ทำหนังแบบธริลเลอร์หรือ high concept มากๆ แต่จะเล่าเรื่องที่อยู่ในชีวิตประจำวันที่คนอาจมองข้ามไป อย่างโฆษณาล่าสุดของพรูเด็นเชียลก็จะเล่าเรื่องในชีวิตจากไอเดียว่า ‘เดอะแบกไม่ใช่แค่คุณคนเดียว’

Q: เล่าเบื้องหลังของโฆษณาชุด “เดอะแบก” หน่อย ไอเดียที่ได้มาจากไหน

A: บรีฟจากเอเจนซีเข้ามาว่า จะเป็นธีมของ“end credit” เหมือนชีวิตหรืองานที่เราทำอยู่มันมีเบื้องหลังมากมายในเชิงเปรียบเปรยกับทีมงานในกองถ่ายหนัง ซึ่ง end credit ในชีวิตเราบางทีก็จะเป็นคุณแม่ น้อง แฟน หรือลูก ที่ช่วยเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อาจจะไม่ใช่การช่วยงานโดยตรงแต่เป็น การดูแลบ้าน ดูแลใจ หรือเขามีทักษะบางอย่างที่เราไม่มีก็ได้ เช่น ในโฆษณาก็จะมีลูกมาเตือนพ่อว่าเวลาประชุมออนไลน์อย่านั่งหลังค่อม ซึ่งจริงๆ เด็กเขาคุ้นเคยกับโลกออนไลน์จนมองเห็นเรื่องแบบนี้ ทำให้เห็นว่าแม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่า แต่ก็ช่วยเราได้
เราก็รู้สึกว่าเป็นคำเปรียบเปรยที่ดีนะ บางทีเราไม่ได้คิดถึงคนเบื้องหลังเพราะมัวแต่ทำงาน ผมว่าเป็นบรีฟที่สนุกดี น่าทำ
https://www.youtube.com/watch?v=gTNc605OC7k
งานนี้ตอนถ่ายไม่ยาก แต่สนุกตอน post-production ต้องมาดูว่าเขียน copy แบบไหนดีให้มันใกล้เคียงกับตำแหน่งคนในกองถ่าย ให้ดูเหมือน end credit จริงของหนังและเปรียบเปรยกับชีวิตจริงได้ด้วย คำไหนจะตลก เรามีหน้าที่ตรงนี้ มาทำให้น่าสนใจมากขึ้น

Q: ทำหนังสลับกับทำโฆษณา มีข้อดีอย่างไร

A: มันเติมเต็มกันและกัน เพราะเวลาทำหนังเราก็จะได้ทักษะบางอย่างเพิ่มขึ้นที่มาใช้กับโฆษณาได้ กลับมาวงการก็ทำให้โฆษณาเรา ‘เฟรช’ ขึ้น ระหว่างเราทำโฆษณาเราก็จะได้เรียนรู้บางอย่างและเอากลับไปทำหนังต่อ
อย่าง Fast & Feel Love ธีมเป็นหนังแอคชันในชีวิตประจำวัน เราก็ต้องหาวิธีถ่ายทำใหม่ให้มัน ‘ฟึ้บๆๆ’ ซึ่งเราไม่เคยทำเลยนะ ตอนไปจับแรกๆ นี่คิดว่า ‘หาเรื่องอีกแล้วกู’ (หัวเราะ) แต่พอหนังเสร็จ เราก็จะเห็นว่าที่เราทำไปมันได้ผลอย่างไร ตัดต่อแบบนี้มันสนุก มันตลกขึ้นเหมือนได้ไปสะสมอาวุธใหม่เพิ่ม ก็เป็นหน้าที่เนอะ คนทำงานครีเอทีฟ เราก็ไม่ควรจะวนลูปของเดิมใช้ไปเรื่อยๆ

มันเติมเต็มกันและกัน เพราะเวลาทำหนังเราก็จะได้ทักษะบางอย่างเพิ่มขึ้นที่มาใช้กับโฆษณาได้ … เหมือนได้ไปสะสมอาวุธใหม่เพิ่ม ก็เป็นหน้าที่เนอะ คนทำงานครีเอทีฟ เราก็ไม่ควรจะวนลูปของเดิมใช้ไปเรื่อยๆ

Q: ระหว่างปีนี้ที่ทำโฆษณา ก็กำลังซุ่มพัฒนาหนังเรื่องใหม่ด้วย?

A: ใช่ครับ จบงานนี้ (โฆษณาเดอะแบก) ผมจะพัก 2 เดือน เพื่อทำบทให้เสร็จ ตอนนี้มีทำบทซีรีส์ 1 เรื่อง และหนังยาว 1 เรื่อง จะเป็นการทำซีรีส์เรื่องแรกด้วย

Q: ปีที่แล้วหลัง Fast & Feel Love ออกฉาย พี่เต๋อบอกว่ารู้สึกเหมือน ‘หมดก๊อก’ แต่ปีนี้กลับมาพร้อมไอเดียถึง 2 เรื่องได้อย่างไร

A: ใช่ คือทุกครั้งที่ทำหนังเรื่องหนึ่งเสร็จ มันจะเหมือนรีดเค้นทุกอย่างในชีวิตเข้าไปในนั้นเลย พอหนังจบเราก็ขอพักแป๊ป
ตอนแรกก็คิดว่าหมดก๊อกนะ แต่พอไปพักสักพักก็ได้คำถามใหม่กับชีวิต หรือเจอเรื่องที่สนใจ ก็ค่อยๆ สร้างไอเดียออกมา แต่ว่ามันจะเริ่มเป็นเรื่องที่ไกลตัวออกไป อาจจะไม่ใช่เรื่องชีวิตของเราแล้ว แต่เป็นเรื่องที่เราเข้าไปสนใจที่ไกลจากตัวเองอีกเล็กน้อย เช่น อาชีพที่เราไม่ได้ทำ ซึ่งเราก็จะต้องใช้เวลาหาข้อมูลเพิ่ม
[caption id="attachment_1439218" align="alignnone" width="1000"]

Fast & Feel Love เร็วโหด…เหมือนโกรธเธอ ภาพยนตร์เรื่องที่ 8 ในชีวิตเต๋อ-นวพล[/caption]

Q: ไปพักอย่างไรให้ได้ไอเดียใหม่ๆ

A: เราว่าก็แค่ไปใช้ชีวิต ตอบดูกว้างมากเนอะ (หัวเราะ) จริงๆ ก็คือไปเจอคนใหม่ๆ มากขึ้น เจอคนที่เราไม่เคยเจอ
อีกอย่างคือ stage ชีวิตมันเปลี่ยนนะ ตอนนี้จะให้เราไปทำหนังแบบวัยรุ่นเด็กมัธยม เราก็ทำไปแล้วและตอนนี้เราก็โตกว่านั้น เรื่องที่เราสนใจก็เปลี่ยนไป เราจะเริ่มอยากทำเรื่องอื่นแล้ว

Q: พี่เต๋อสนใจจะทำหนังสำหรับลงสตรีมมิ่งโดยเฉพาะไหม

A: ถ้าเป็นหนังเรายังคิดว่าถ้าได้ลงที่โรงก่อนก็ดีนะ อาจจะมีความเป็นคนยุคก่อนนิดหน่อย คือเรามองว่า ‘ความฟิน’ ต่างกัน เช่น จอเล็กกับจอใหญ่ และเหมือนเวลาเราทำฉายโรง คนจะจำได้มากกว่า สตรีมมิ่งมันเร็วมากนะ คุณมีเวลา 7 วันแล้วหายไปเลยเพราะว่าเขามีหนังใหม่เข้าตลอด ก็ตามชื่อเลย สตรีมมิ่งเหมือนสายน้ำที่ผ่านไปเร็ว
แต่จริงๆ อีกทางหนึ่งสตรีมมิ่งก็เป็นเรื่องดี ยกตัวอย่าง Fast & Feel Love ตอนลงโรงคนดูน้อยมาก แต่พอหนังมาเข้าสตรีมมิ่งมันเกิดกระแสกลับมาอีกรอบ เราเลย ‘อ๋อ เขาเปลี่ยนพฤติกรรมไปแล้วนั่นเอง’ ไม่ใช่เขาไม่อยากดู แต่เขารอดูที่สตรีมมิ่ง
สตรีมมิ่งยังทำให้คนที่ไม่เคยดูหนังเรามีโอกาสได้ลอง การส่งไปต่างประเทศก็จะง่ายขึ้น เพราะเมื่อก่อนเราต้องรอเทศกาลหนัง แต่ตอนนี้ถ้าอยู่ใน Netflix ก็ดูได้ทั่วโลก ก็เป็นประโยชน์กับคนทำหนังครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...